ผู้ว่าฯศรีสะเกษยันดำเนินคดีสายลับเขมรเป็นธรรม

วันที่ 16 มิ.ย. 2554 เวลา 17:17 น.
เลขาทูตเวียดนาม ทำเรื่อง  ขอเข้าเยี่ยม 1 ในสายลับที่เป็นชาวเวียดนาม ด้าน ผู้ว่าฯศรีสะเกษ เผย ต้องแม่ทัพภาค 2 อนุมัติ ยืนยัน ออกหมายจับ หัวหน้าสายลับเขมร คาดหลบหนีออกนอกประเทศไปแล้ว 

ที่สถานีตำรวจภูธรกันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ นายพา มิง ตวน เอกอัครราชทูตเวียดนามประจำประเทศไทย ยื่นหนังสือขออนุญาตเข้าเยี่ยมผู้ต้องหาชาวเวียดนาม นายเหวียง เติ้งยัง ถูกทางการไทยจับกุมร่วมกับสายลับชาวกัมพูชาและคนไทยรวม 3 คน และถูกตั้งข้อหาร่วมกันจารกรรมข้อมูลที่ตั้งทหารไทย โดยยื่นผ่านกองกำลังสุรนารี

ด้าน พ.อ. ธนศักดิ์ มิตรภานนท์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจฯ กรมทหารพรานที่ 23 บ้านน้ำเย็น ได้ส่งหนังสือดังกล่าวต่อกองทัพภาคที่ 2 และรอคำสั่งจากแม่ทัพภาคที่ 2 จะให้เข้าเยี่ยมในเรือนจำอำเภอกันทรลักษ์ หรือไม่

ทั้งนี้ นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ได้ชี้แจง  ต่อเลขานุการเอกอัครราชทูตเวียดนาม ประจำประเทศไทย โดย ยืนยัน มีหลักฐานว่าทั้ง 3 คน เข้ามาในประเทศไทยและกัมพูชาในเวลาใกล้เคียง จึงเชื่อว่าทั้ง 3 คนรู้จักกันแน่นอน พร้อมระบุว่า การสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 3 คน เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมของไทย โดยไม่มีการสั่งการจากรัฐบาล

จากนั้น    นายสมศักดิ์  พร้อมด้วย พล.ต.ต.เสริมสุข  วีรวงษ์  ผบก.ภ.จว.ศรีสะเกษ   นายเพิ่มศักดิ์  ฉวีรักษ์  นายอำเภอกันทรลักษ์  พ.ต.อ.สมพจน์  ขอมปรางค์  ผกก.สภ.กันทรลักษ์ และตัวแทนจากกองกำลังสุรนารี  ได้ร่วมกันแถลงข่าว กรณีที่  ตำรวจและทหารจับกุมตัว 3 ผู้ต้องหาสายลับชาวกัมพูชาและชาวเวียดนามโดยมี เลขานุการเอกทูตเวียดนาม ประจำประเทศไทย และคณะ  มาร่วมรับฟังการแถลงข่าวด้วย

ผู้ว่าฯศรีสะเกษ  กล่าวว่า พนักงานสอบสวน สภ.กันทรลักษ์ ได้สอบสวน  นายสุชาติ  มูฮำหมัด  อายุ 32 ปี  ซึ่งเป็นผู้ต้องหาชาวไทย ศาสนาอิสลาม โดยได้สารภาพว่า เป็นผู้ขับรถยนต์กระบะ โตโยต้า สีดำ พากลุ่มผู้ต้องหาไปตรวจสอบหาพิกัดตามสถานที่ต่างๆ ที่เป็นที่ตั้งทางการทหารและบังเกอร์หลุมหลบภัยของชาวบ้านภูมิซรอล และทุกหมู่บ้านตามแนวชายแดนไทย - กัมพูชา ด้าน จ.ศรีสะเกษ   โดยแต่ละแห่งจะใช้เวลาในการลงไปหาพิกัดทางทหาร แห่งละ 5 - 10 นาที มีนายวิชัย หรือ ญา เปา  ที่ยังหลบหนีอยู่เป็นหัวหน้า และจะมีอุปกรณ์ในการตรวจสอบพิกัดต่างๆ ซึ่งอุปกรณ์ทั้งหมด รวมทั้ง แผนที่ทางทหารที่ทำพิกัดเสร็จแล้วอยู่กับ นายวิชัย ทั้งหมด ซึ่งได้หลบหนีไปแล้ว

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ส่วนความคืบหน้าคดี พนักงานสอบสวนได้ออกหมายจับเพิ่มเติมอีก 1 คน คือ นายยา เปา ในชื่อไทยว่า นายวิชัย เราเชื่อเป็นหัวหน้าสายลับจากประเทศกัมพูชา มียศทหารระดับพันเอก ขณะนี้หลบหนีไปได้ และมีข้อมูลฝ่ายสอบสวนติดตามทราบว่า หลบหนีออกนอกประเทศไปแล้วตั้งแต่เย็นวันที่ 15 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยเป็นการเดินทางข้ามไปยังประเทศกัมพูชา ทางด่านปอยเปต จ.สระแก้ว ส่วนการเข้าให้ปากคำพนักงานสอบสวน รอเพียงการลงนามรับทราบข้อกล่าวหา เพราะทั้ง 2 คนอ้างว่าไม่เข้าใจรายละเอียดภาษาได้ จึงต้องรอฝ่ายกฎหมาย และล่ามแปลภาษาที่จะร่วมรับฟังการสอบสวนอีกครั้งหนึ่ง