เสี่ยโคราชแค้นล้มละลายยิงทนายดับ

วันที่ 26 พ.ค. 2554 เวลา 18:00 น.
เสี่ยรับเหมาก่อสร้างเมืองย่าโมแค้นถูกศาลแพ่งฟ้องล้มละลายเจอทนายความคู่กรณีมาเที่ยวคาราโอเกะควักปืนยิง5นัดดับ

พล.ต.ท.เดชาวัต  รามสมภพ ผบช.ภ.3 ร่วมกับ พล.ต.ต.กรกต  สาริยา รอง ผบช.ภ.3 , พ.ต.อ.ภาณุ  บุรณศิริ รอง ผบก.สส.ภ.3 และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองนครราชสีมา แถลงผลจับกุมนายสมศักดิ์  เอกวิทโยภาส   อยู่บ้านเลขที่351/6 หมู่ที่10 ต.โชคชัย อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา ผู้ต้องหาฆ่าคนโดยเจตนา พร้อมด้วยอาวุธปืนพกสั้นขนาด จุด.38  ยี่ห้อรีวอลเวอร์ พร้อมลูกกระสุน จำนวน 6 นัด 

ทั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 01.15 น.ตำรวจ สภ.เมืองนครราชสีมา ได้รับแจ้งเหตุมีประชาชนได้ถูกอาวุธปืนไม่ทราบขนาดยิงเสียชีวิตอยู่ที่บริเวณลานจอดรถโรงแรมเค-สตาร์  ถ.อัษฎางค์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา จึงรุดไปยังที่เกิดเหตุพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่อยกู้ภัยสว่างเมตาธรรมสถาน เมื่อถึงที่เกิดเหตุ ทราบว่าผู้บาดเจ็บได้ถูกพลเมืองดีนำตัวส่งโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา พบเพียงแต่กองเลือดอยู่บริเวณลานจอดของโรงแรมเค-สตาร์ และได้เสียชีวิตในระหว่างนำส่งโรงพยาบาลทราบชื่อภายหลังคือนายจักรกฤษณ์  เชี่ยวเวช อยู่บ้านเลขที่ 437 ถ.มิตรภาพ ซ.15 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา 

จากการสอบถามสอบถามเพื่อผู้เสียชีวิต ทราบว่าผู้ตายเป็นทนายความมือหนึ่งของสำนักงานทนายความ อ.ทวีชัย อ.เมือง จ.นครราชสีมา ส่วนผู้ที่ลงมือยิงนายจักรกฤษณ์ เคยอดีตอดีตลูกความของนายจักรกฤษณ์คือนายสมศักดิ์ แต่ในระยะหลังนายจักรกฤษณ์และนายสมศักดิ์ฯมีปัญหาความขัดแย้งเรื่องการว่าคดีความเนื่องจากผู้ตายได้ผลันมาเป็นทนายให้กับฝั่งตรงข้ามของนายสมศักดิ์ และได้ว่าความต่อสู้กับนายสมศักดิ์ กว่า 20 คดี จนกระทั้งล่าสุดผู้ตายได้ว่าความชนะนายสมศักดิ์ ทำให้นายสมศักดิ์ไม่พอใจที่ผู้ตายว่าความชนะ ได้หยิบปากกาแทงผู้ตายในศาลจนถูกศาลดำเนินคดีในฐานละเมิดอำนาจศาล 

นอกจากนี้ในวันต่อมาผู้ตายได้ไปเที่ยวสถานบันเทิงที่โรงแรมเค-สตาร์ จนกระทั้งมาพบกับนายสมศักดิ์ที่บริเวณลานจอดรถ ประกอบกับผู้ตายได้ต่อว่าพนักงานภายในร้าน ซึ่งนายสมศักดิ์ได้ยิน คิดว่าผู้ตายต่อว่าจึงเดินไปที่รถแล้วหยิบอาวุธปืนมายิงนายจักรกฤษณ์ฯ จำนวนทั้งหมด 4 นัด จนกระทั้งนายจักรกฤษณ์ฯ เสียชีวิตคาที่ ท่ากลางสายตาของพนักงานงานอาหารและเพื่อนๆจนที่นายสมศักดิ์ได้ขับรถหลบหนีไป 

นายสมศักดิ์ ให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ลงมือก่อเหตุยิงนายจักรกฤษณ์ จริง เนื่องจากไม่พอใจที่นายจักรกฤษณ์ผลันไปเป็นทนายให้กับฝั่งตรงข้ามและได้ว่าความให้กับฝ่ายตรงข้ามชนะ ประกอบกับไม่พอใจที่นายจักรกฤษณ์ได้ตะโกนต่อว่าพนักงานและมากระทบจึงเดินไปหยิบอาวุธปืนที่อยู่ในรถมายิงนายจักรกฤษณ์ 4 นัด ก่อนที่จะขับรถกลับบ้านพักตามปกติ จนกระทั้งได้มาติดต่อขอมอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ