มาร์คลงใต้เปิดถนนนรา-ยะลา

วันที่ 30 เม.ย. 2554 เวลา 13:15 น.
นายกรัฐมนตรี ถกร่วมกองกำลัง 3 จังหวัดชายแดนใต้ปรับแผนรับมือโจรใต้ช่วงเปิดเทอม พร้อมตามโครงการพัฒนา 5 จังหวัด ก่อนเปิดถนนสาย 4066 นรา-ยะลาที่ใช้งบฯกว่า 200 ล้าน และมอบบ้าน 3 หลังแก่คนจนที่รือเสาะ

เมื่อเวลา 10.30 น.ที่ห้องประชุมพระนราภิบาล ชั้น 5 ศาลากลาง จ.นราธิวาส นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เดินทางพร้อมคณะ อาทิ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ และนายถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทย เข้าประชุมร่วมกับ ผวจ.ทั้ง 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกอบด้วย นราธิวาส ปัตตานี ยะลา สงขลาและสตูล ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจและผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.นราธิวาส ปัตตานีและยะลา รวมทั้งหน่วยงานฝ่ายความมั่นคงรวมกว่า 300 คน โดยเป็นการประชุมร่วมกับคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ กพต.เพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินโครงการต่างๆของรัฐบาลตามแผนพัฒนาพื้นที่พิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้สอดคล้องกับ พรบ.ของ ศอ.บต.เพื่อขับเคลื่อนใน 5 ยุทธศาสตร์หลัก ประกอบด้วย 1.การคุ้มครองความปลอดภัย การอำนวยความเป็นธรรมเพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นในอำนาจรัฐ 2.การแก้ไขปัญหาความยากจนและเสริมสร้างความมั่นคงทางอาชีพและรายได้ในการพึ่งพาตนเอง 3.การพัฒนาคุณภาพคนเพื่อสร้างโอกาสการมีงานทำและยกระดับคุณภาพชีวิต 4.การเสริมสร้างความเข้มแข็งฐานเศรษฐกิจของพื้นที่และการพัฒนาความร่วมมือกับต่างประเทศ ทั้งการเกษตรและอุตสาหกรรมการแปรรูปและการตลาด และ 5.การบริหารจัดการเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ ส่วนการจัดสรรการใช้จ่ายงบประมาณปี 2554 ตามแผนทั้ง 5 จำนวน 166 โครงการ จำนวน 10,214 ล้านบาท ดำเนินการแล้วเสร็จ 100% จำนวน 9 โครงการ โดย 4 โครงการเป็นของกระทรวงมหาดไทย ขณะที่ยังไม่มีผลความคืบหน้าจำนวน 47 โครงการ ส่วนการพิจารณาวาระพิเศษตามความเห็นชอบและนำเสนอให้ กพต.พิจารณาทั้ง 3 เรื่องคือ โครงการก่อสร้างศูนย์ครูใต้ โครงการจัดตั้งมหาวิทยาลัยราชภัฎสงขลา วิทยาเขตสตูลและโครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการศาลปกครองยะลา พร้อมบ้านพักตุลาการและข้าราชการเป็นกรณีจำเป็นเร่งด่วน รวมทั้งการพิจารณาโครงการปรับปรุงหออภิบาลผู้ป่วยหนัก โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ และสุดท้ายการพจารณาร่างระเบียบที่เกี่ยวกับการมอบอำนาจและร่างระเบียบเกี่ยวกับการเลื่อนเงินเดือนประจำปีเป็นกรณีพิเศษสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐฝ่ายพลเรือน ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้เพิ่มเติม

นอกจากนี้ นายกฯยังได้รับทราบปัญหาข้อขัดข้องจากการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ขณะเดียวกันวาระเร่งด่วนคือ การปรับแผนในการ รปภ.ของทหารตำรวจและฝ่ายปกครองทุกพื้นที่ เพื่อให้มีความพร้อมที่จะรับมือกับกลุ่มก่อความไม่สงบ หลังได้รับรายงานจากหน่วยข่าวความมั่นคงในพื้นที่ว่า แกนนำระดับสั่งการซึ่งเป็นสมุนของนายมะแซ อุเซ็ง ผู้ต้องหาหนีคดีปล้นปืนจากค่ายกองพันพัฒนาที่ 4 อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 4 ม.ค.47 ที่ผ่านมาได้มีการสั่งการแกนนำระดับปฏิบัติและแนวร่วมให้ประชุมวางแผนเพื่อก่อเหตุป่วนในช่วงเปิดเทอมที่จะถึงนี้ โดยนายกรัฐมนตรีย้ำให้ทุกหน่วยเฝ้าระวังอย่างเข้มข้นทั้งกลางวันและกลางคืน ไม่ปล่อยให้เกิดช่องโหว่ที่จะเกิดความเพลี่ยงพล้ำได้โดยง่าย

ทางด้านนายธนน เวชกรกานนท์ ผวจ.นราธิวาส ได้นำเสนอวาระพิเศษที่เป็นความจำเป็นเร่งด่วนของจังหวัดต่อนายกรัฐมนตรี อาทิ การย้ายเรือนจำ จ.นราธิวาส ซึ่งปัจจุบันตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองนราธิวาสและเป็นย่านชุมชน ที่เสี่ยงต่อการที่จะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันจากผู้ต้องหาในเรือนจำได้ โดยขณะนี้ได้จัดเตรียมพื้นที่สำหรับการย้ายเรือนจำไปอยู่ที่ บ.โคกกระดูกหมู อ.ตากใบ จ.นราธิวาสเป็นที่เรียบร้อยแล้ว รอเพียงการอนุมัติจาก ครม.เพื่อนำงบประมาณมาจัดสร้างต่อไป

รวมทั้งเรื่องของมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ และโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ ที่ขณะนี้มีความพร้อมในการจัดตั้งเป็นศูนย์ เหมือนโรงพยาบาลศูนย์ยะลาแล้วเช่นกัน

ส่วนภารกิจในช่วงบ่ายของนายกรัฐมนตรีและคณะ ได้เดินทางไปที่ บ.ตะโหนด ม.2 ต.สุวารี อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส เพื่อพบปะชาวบ้าน ซึ่งมีจำนวน 178 ครัวเรือน รวม 733 คน โดยได้มอบบ้านจำนวน 3 หลังให้แก่คนยากจน ผู้พิการและผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ จำนวน 3 ราย ประกอบด้วย 1.นางโรฮานี สามะ ซึ่งเป็นบัณฑิตอาสาที่มีฐานะยากจน 2.นายสัยมีดี สามะยะซา ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบ และ 3.นายอับดุลเลาะห์ สามะยะซา ที่พิการทั้งแขนและขา มีอาชีพรับจ้างทั่วไป โดยทั้ง 3 รายมีรายได้ต่อปีไม่ถึง 60,000 บาท และผ่านการทำเวทีประชาคมจาก 4 เสาหลักตามโครงการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัยของรัฐบาล

สำหรับภารกิจสุดท้ายที่ จ.นราธิวาสคือเป็นประธานเปิดถนนทางหลวงหมายเลข 4066 สายตะโล๊ะหะลอ บ้านปาลอปาต๊ะ ที่เป็นถนนสายตัดใหม่เชื่อมระหว่าง บ.บลูกาสนอ ต.ตะปอเยาะ อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส กับ บ.ปาลอปาต๊ะ ต.สุวารี อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส โดยเริ่มต้นที่หลัก กม.27 บ.ตะโล๊ะหะลอ อ.รามัน จ.ยะลา ไปบรรจบกับทางหลวงหมายเลข 42 หลัก กม.ที่ 80 ที่ บ.บลูกาสนอ ต.ตะปอเยาะ อ.ยี่งอ ก่อสร้างเมื่อวันที่ 1 เม.ย.2553 รวมระยะทาง 28.544 กม.โดยกองพันทหารช่างที่ 51 กรมการทหารช่าง จ.ราชบุรี ภายใต้การควบคุมโดย พ.ท.ปวัน บุญบันดาล ผบ.กองพันทหารช่างที่ 51 ด้วยงบประมาณ 242 ล้านบาท ซึ่งถนนสายดังกล่าวนี้เป็นเส้นทางลัดที่สามารถย่นระยะทางจากเส้นทางสายเก่าที่มีอยู่แล้ว 2 สายจากนราธิวาสสู่ยะลาได้ประมาณกว่า 30 กิโลเมตร ทั้งนี้เพื่อเป็นการสนับสนุนยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจของนราธิวาสและยะลา ใช้เป็นเส้นทางในการขนผลผลิตทางการเกษตร ขณะเดียวกันยังเป็นเส้นทางที่สามารถนำขึ้นสู่แหล่งท่องเที่ยว รวมทั้งกรมป่าไม้ใช้เส้นทางในการตรวจสอบพื้นที่ป่า เพื่อป้องกันการลักลอบตัดไม้ทำลายป่าได้อีกด้วย  หลักจากนั้นนายกฯและคณะได้เดินทางไปปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานีต่อไป