ชาวบ้านแตกตื่น บินรบทหารเมียนมาล้ำน่านฟ้าไทย ด้านชายแดนพบพระ

วันที่ 30 มิ.ย. 2565 เวลา 15:24 น.
ชาวบ้านแตกตื่น บินรบทหารเมียนมาล้ำน่านฟ้าไทย ด้านชายแดนพบพระ
ตาก-ด่วน! บินรบทหารเมียนมาล้ำน่านฟ้าไทยลึกกว่า 5 กิโลเมตร ชาวบ้าน แตกตื่น 2 โรงเรียนประกาศหยุดเรียนฉุกเฉินทันที

เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานจากชายแดนไทย-เมียนมา อ.พบพระ จ.ตาก ถึงสถานการณ์การสู้รบระหว่างทหารสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยงกองพลน้อยที่ 6 , กองกำลังเคเอ็นดีโอ. และกองกำลังพีดีเอฟ.ของรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ (National Unity Government: NUG) อ.สุวาลี จ.เมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ของเมียนมายังคงมีการสู้รบอย่างหนักบริเวณตรงข้ามบ้านวาเล่ย์ใต้ ตำบลวาเล่ย์ อ.พบพระ จ.ตาก โดยทหารเมียนมาได้ส่งเครื่องบินรบซู.29 บินล้ำเข้ามาเขตไทยจำนวน 1 ลำ ลึกเข้ามาเขตไทยบริเวณบ้านวาเล่ย์ใต้ และบ้านวาเล่ย์เหนือ ประมาณ 4-5 กิโลเมตร จนมองเห็นใกล้ เพื่ออ้อมไปยิงจรวดใส่ที่มั่นฝ่ายต่อต้านฝั่งเมียนมา ประมาณ 4 รอบ ขณะที่บินล้ำเข้ามาน่านฟ้าเขตไทย ประกอบกับเสียงระเบิดฝั่งเมียนมา ทำให้ราษฎรในหมู่บ้านวาเล่ย์ทั้ง 2 หมู่บ้านแตกตื่นตะโกนลั่นด้วยความกลัว ชาวบ้านที่มีหลุมหลบภัยในบ้านก็หนีไปหลบในหมู่บ้าน ขณะที่ทางโรงเรียนบ้านวาเล่ย์ใต้ ได้ประกาศฉุกเฉินให้ผู้ปกครองไปรับบุตรหลานกลับบ้าน และโรงเรียนประกาศหยุดเรียนทันที เนื่องจากบินรบทหารเมียนมาล้ำแดนเข้ามาผ่านหลังคาอาคารเรียนของโรงเรียน ขณะที่โรงเรียนบ้านวาเล่ย์เหนือ ได้กดอออดให้สัญญาณนักเรียนหนีเข้าไปยังอาคารหลุมหลบภัยของโรงเรียน และยังมีชาวบ้านผู้ปกครองเด็กนักเรียนต่างก็วิ่งเข้าไปหลุมร่วมกับเด็กนักเรียน

รายงานข่าวแจ้งว่าการสู้รบ ระหว่างทหารรัฐบาลเมียนมากับกองกำลังชนกลุ่มน้อยกะเหรี่ยง ทำให้มีผู้อพยพ หนีภัยสงคราม เดินทางหนีเข้ามาฝั่งไทย ด้าน อ.พบพระ เป็นจำนวนเพิ่มมากขึ้น

นายสายัณห์ วงศ์ใจ ซึ่ง มาทำไร่ ทำสวนในบ้านวาเลย์ อ.พบพระ โดยนำรถยนต์กะบะมาจอดอยู่ในสวน รถกระบะได้ถูกสะก็ดระเบิด และได้รับความเสียหาย ทางด้านแถบข้างขวาคนขับ ซึ่งรถยนต์กระบะของตนเองถูกยิงสาดเข้ามาเลยเป็นลักษณะถูกสะเก็ดระเบิดจากเครื่องบินที่บินยังโจมตี โดยจุดที่รถยนต์ของตนเองจอดนั้นห่างจากชายแดนประมาณ 1 กิโลเมตร ซึ่งเครื่องบินเมียนมานั้น ยังบินผ่านเข้าไปในตัวเมือง อ.พบพระ อีกด้วย ระหว่างที่เครื่องบินหญิงโจมตีนั้นตนเองอยู่ในสวนปาล์มได้ยินเสียงดังสนั่นชัดเจนมาก

น.ส.อมรรัตน์ พรหมขัติแก้ว ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านวาเล่ย์ กล่าวว่า โรงเรียนได้สร้างหลุมหลบภัยอย่างแน่นหนาไว้ภายในบริเวณโรงเรียนเพื่อให้นักเรียนและชาวบ้านในหมู่บ้านมาหลบภัยหากเกิดสถานการณ์การสู้รบในฝั่งเมียนมา ซึ่งหลายครั้งที่เกิดเหตุการณ์ก็จะมีชาวบ้านและนักเรียนมาอาศัยหลบภัยอยู่ด้วยกันซึ่งสร้างอย่างแน่นหนา

ด้านนางจุฑานันท์ บุญพรวงค์ อายุ 61 ปี ราษฎรชาวบ้าน ต.วาเล่ย์ อ.พบพระ จ.ตาก กล่าวว่า ตนเองได้มาอาศัย อยู่ที่หมู่บ้านวาเล่ย์กว่า 30 ปีแล้ว ที่ผ่านมาเคยมีการสู้รบแบบนี้เช่นกัน แต่สมัยนี้มาใช้เครื่องบิน ยิงกันแล้ว และวันนี้มีเครื่องบินเมียนมา บินผ่านมาในหมู่บ้านเลย ซึ่งหมู่บ้านอยู่ห่างจากชายแดนประมาณ 1 กิโลเมตร เครื่องบิน บินผ่านมาในหมู่บ้านมีเสียง ดังน่ากลัวมาก ชาวบ้านแตกตื่น ตื่นตะหนกกับเหตุการณ์ ครั้งนี้ เป็นอย่างมาก