อัจฉริยะฟ้องทนายเดชาข้อหาหมิ่นประมาทเป็นคดีที่5

วันที่ 25 มิ.ย. 2565 เวลา 19:08 น.
อัจฉริยะฟ้องทนายเดชาข้อหาหมิ่นประมาทเป็นคดีที่5
สมุทรปราการ-อัจฉริยะแจ้งความทนายเดชาข้อหาหมิ่นประมาท เป็นคดีที่5 อัดสื่อช่องดังเสนอข่าวละเมิดสิทธิ์กระทบลูก-ภรรยา

เมื่อวันที่ 25มิ.ย.65 นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ไปที่สภ.พระประแดง อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการเข้าพบพ.ต.ท.ประสงค์ อินเสมียน สารวัตรสอบสวน เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ ข้อหาหมิ่นประมาทกล่าวหาว่าไปหลอกลวงแม่ของแตงโม นิดาให้แต่งตั้งตัวเองเป็นทนาย

นายอัจฉริยะกล่าวว่า คดีวันนี้เป็นคดีที่ 5 จากการที่เราได้มีการฟ้องศาลเอง รวมถึงมีการแจ้งความตามโรงพักต่างๆซึ่งในสัปดาห์หน้า ซึ่งเราจะต้องไล่ดำเนินคดีทั้งหมดที่เขาพูดมาตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงปัจจุบัน ซึ่งคาดว่าน่าจะไม่ต่ำกว่า 15 คดี ซึ่งรอรับหมายเรียกได้เลยรับรองว่าทั่วไทย ซึ่งเราก็จะให้มีการแจ้งความทั่วประเทศลองคิดเอาแล้วกัน

อยากจะเรียนพี่ๆสื่อมวลชนตรงๆว่าเราไม่ได้เป็นคู่ขัดแย้งกันแต่เนื่องจากว่าเมื่อคืนนี้มีช่องทีวีพูล ได้มีการไลฟ์สดให้สัมภาษณ์ โดยมีการพาดพิงถึงครอบครัว ซึ่งคนที่สัมภาษณ์ก็ได้มีการหัวเราะเยาะเย้ย ฉะนั้นแล้วเขาต้องเป็นผู้ต้องหาร่วม การอยากได้เรตติ้งของพี่ๆสื่อมวลชนต้องอยู่ภายในกรอบของกฎหมาย แต่ไม่ใช่มาละเมิดลูกและภรรยาผม จะพูดถึงผมผมไม่ว่า แต่การที่ละเมิดลูกและภรรยาผมถือว่าใช้ไม่ได้ อันนี้ถือว่าคุณเป็นผู้สื่อข่าวที่ไม่มีจรรยาบรรณ เนื่องจากคุณต้องการเรตติ้งอย่างเดียวโดยไม่คำนึงถึง สิทธิส่วนบุคคลของครอบครัวผม ซึ่งลูกผมดูรายการเมื่อคืนก็ไม่สบายใจ

นอกจากนี้ภรรยาผมก็ไม่สบายใจ ผมถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิ์แต่ไม่อยากฟ้องสื่อมวลชน ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีการฟ้องสื่อมวลชนมาแล้วในคดีที่มีการพาดพิงแบบนี้โดยเรื่องอยู่ระหว่างอัยการ ซึ่งคดีนี้ก็เหมือนกัน ผมก็ต้องขอโทษทีวีพูลด้วย ผมจำเป็นต้องทำเพราะผมเสียหายการที่มากล่าวหาเมียผมกับลูกแบบนี้มันเป็นสิ่งที่เรารับไม่ได้คือถ้ามันมีอะไรก็มาคุยกับผมลงกับผมแต่อย่าไปลงกับครอบครัวผม ซึ่งเขาไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ดังนั้นก็ต้องแจ้งนักข่าวไว้เลยว่า ถ้าทำอีก นักข่าวช่องไหนก็แล้วแต่ ถ้าต้องการเรตติ้งคุณก็ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่คุณทำด้วย ผมพูดตรง ๆ ผมบังคับใช้กฎหมาย เท่าที่ผมทำได้ตามกฎหมาย

นอกจากนี้นายอัจฉริยะบอกว่าไม่รับคำขอโทษ ต้องกราบเท้าอย่างเดียว ในเมื่อเขาบอกว่าเสื้อเขา ตำรวจกลัวเขาทั้งประเทศ อันนี้ก็เป็นการดูถูกเหยียดหยามตำรวจทั้งประเทศ เพราะว่าเขาบอกเองว่าถ้าใครซื้อเสื้อเขาไปใส่ ตำรวจทางโรงพักเกรงใจเขาหมด ผมเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่า พลตำรวจเอกสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จะปล่อยให้โรงพักต่างๆทั่วประเทศ เป็นแบบที่เขาพูดไหม ใส่เสื้อแล้วไปโรงพักต่างๆ ตำรวจจะไม่กล้าดำเนินคดี ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นก็ไม่ต้องพึ่งกฎหมายไทยแล้ว ก็ใช้ศาลเตี้ยกันหมดแล้ว ในเมื่อถ้าตำรวจเลือก ทั้งนี้ในวันที่ 20 กรกฎาคม 2565 ต้องดูว่าทางคุณแม่จะถอน หรือไม่ ถ้าแม่ถอนคดีก็จบ ส่วนหลักฐานที่ตนมีก็จะเก็บเอาไว้เพื่อสู้คดี เพราะยังไงคนบนเรือก็ฟ้องตนอยู่แล้ว ก็ต้องไปสู้กันในศาล