ทนายอนันต์ชัยฟันแพ่ง-อาญา หมอปลากับพวก ใส่ร้ายเจ้าอาวาสวัดธาตุพนม

วันที่ 23 มิ.ย. 2565 เวลา 13:09 น.
ทนายอนันต์ชัยฟันแพ่ง-อาญา หมอปลากับพวก ใส่ร้ายเจ้าอาวาสวัดธาตุพนม
นครพนม - ทนายกองทัพธรรม ฟันแพ่ง อาญา หมอปลาพร้อมพวก ใส่ร้ายเจ้าอาวาสวัดธาตุพนม เบี้ยวค่าก่อสร้างวัดมรุกขนคร กว่า 1.2ล้านบาท

เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2565 เวลา 10.30 น.ที่วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม จ.นครพนม นายอนันต์ชัย ไชยเดช ในฐานะ แม่ทัพทนายกองทัพธรรม พร้อมด้วย นายเอื้อ มูลสิงห์ ทนายความกองทัพธรรมจังหวัดนครพนม ในฐานะไวยาวัจกรวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร พระครูโสภณภาวนานุสิฐ อายุ 55 ปี เจ้าอาวาสวัดมรุกขนคร ต.ดอนนางหงส์ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม นายสมพงษ์ หมวดไธสงผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครพนม ตลอดจนศิษยานุศิษย์ พระเทพวรมุนี อายุ 82 ปี เจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนม ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 10 และตัวแทนชาวบ้านในพื้นที่ แถลงข้อเท็จจริง กรณี มี นางสาววรรณวิสา ประทุมวัน อายุ 49 ปี อ้างว่าเป็นหลานสาว ของ นายสมเกิด ภูมิทัศน์ อายุ 66 ปี เสียชีวิตแล้วเมื่อประมาณปี 2542 พร้อมระบุว่าเป็นผู้รับเหมาเข้าไปพัฒนาก่อสร้างถาวรวัตถุภายใน วัดมรุกขนคร ต.ดอนนางหงส์ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ถือเป็นวัดชื่อดัง ในปัจจุบัน

ทั้งนี้บุคคลที่อ้างว่าเป็นผู้เสียหาย ได้ร่วมกับ นายจีรพันธ์ เพชรขาว หรือหมอปลา รวมถึง ทนายความ กับพวก เข้าร้องเรียนต่อ นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2565 พร้อมร้องเรียนผ่านสื่อ โดยกล่าวหาว่า พระเทพวรมุนี เจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 10 พร้อม พระครูโสภณภาวนานุสิฐ เจ้าอาวาสวัดมรุกขนคร โกงค่าก่อสร้างถาวรวัตถุในวัดมรุกขนคร ประมาณ 1 ล้านบาทเศษ ซึ่งระบุว่ามีการก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2539 โดยมี นายสมเกิด ภูมิทัศน์ อายุ 66 ปี เสียชีวิตแล้ว มีฐานะเป็นตา ของผู้เสียหาย ดำเนินการรับเหมาก่อสร้าง อาคารต่างๆ ภายในวัดมรุกขนคร มาต่อเนื่อง

จนกระทั่ง นายสมเกิด ภูมิทัศน์ อายุ 66 ปี เสียชีวิต จึงไม่ได้ค่าจ้างส่วนที่เหลือ ทั้งนี้ผู้ตายได้ทำพินัยกรรมให้กับภรรยา ไว้ และมอบให้ผู้เสียหาย ดำเนินการติดตามทวงถาม พร้อมเคยร้องเรียนไปยังหลายหน่วยงาน รวมถึงสำนักงานพระพุทธศาสนา แต่ไม่มีความคืบหน้า จึงออกมาร้องเรียนขอความเป็นธรรม จนกระทั่งมีข่าวเผยแพร่ออกมาตามสื่อต่างๆ

ด้าน นายอนันต์ชัย ไชยเดช ในฐานะ แม่ทัพทนายกองทัพธรรม ได้แถลงว่า ข้อมูลการร้องเรียนดังกล่าวเป็นข้อมูลเท็จ ไม่เป็นความจริง เนื่องจากตรวจสอบเอกสารหลักฐานร่วมกับ สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครพนม พบว่า การก่อสร้างพัฒนาวัดมรุกขนคร เกิดขึ้นเมื่อประมาณปี 2534 โดยมี พระเทพวรมุนี เป็นเจ้าอาวาสวัดมรุกขนคร แต่บุคคลที่ร้องเรียนกล่าวอ้างว่าเข้าไปก่อสร้างเมื่อต้นปี ประมาณเดือน มกราคม 2539 ทั้งนี้จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า การดำเนินก่อสร้างไม่เกี่ยวกับ พระเทพวรมุนี แต่เป็นข้อตกลงกับบุคคล คือ ผู้ใหญ่บ้าน ถือเป็นคณะบุคคลที่ดูแลการก่อสร้าง พร้อมมีการบอกเลิกสัญญาเนื่องจากผู้รับจ้าง ทำงานล่าช้า และไม่มีการทำสัญญาจ้างงาน รวมถึงผู้อ้างว่าเป็นผู้เสียหายไม่มีการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายภายใน 2 ปี ถือว่า ขาดสิทธิ์ตามกฎหมาย

นอกจากนี้ในช่วงการก่อสร้าง ตามข้อร้องเรียนสถานะยังไม่ก่อตั้งเป็นวัด จนกระทั่งมีการยกฐานะเป็นวัดเมื่อเดือนกรกฎาคม 2539 โดยตนเชื่อว่าการออกมาร้องเรียนครั้งนี้ เป็นความไม่บริสุทธิ์ใจ มีเจตนาให้พระเทพวรมุนี ที่เป็นที่เคารพของชาวนครพนม มีคุณงามความดี เกิดความเสื่อมเสีย และทำให้วัดเสียหาย เป็นการกระทำไม่ต่างจากกรณีหลวงปู่แสง ฝากถึงหมอปลาและผู้เสียหาย อย่าจาบจ้วงพระพุทธศาสนา ต้องมีการตรวจสอบข้อมูลก่อนออกมาให้ร้ายใคร กล่าวหาใคร เพราะเป็นการทำลายพระพุทธศาสนา

หลังจากนี้ตนจะรวบรวมพยานหลักฐาน เตรียมฟ้องดำเนินคดีอาญา หมื่นประมาทด้วยการโฆษณา รวมถึงผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ส่วนคดีแพ่ง คิดไว้ในใจจะเรียกค่าเสียหายไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท และหากพบว่ามีใครเกี่ยวข้อง รวมถึงสื่อมวลชนที่เสนอข่าวด้านเดียว จะดำเนินคดีทั้งหมด