"สกายวอล์ค" แลนด์มาร์คแห่งใหม่ของชาวเมืองกาญจน์ ได้ไม่คุ้มเสียจริงหรือ?

วันที่ 18 มิ.ย. 2565 เวลา 14:07 น.
"สกายวอล์ค" แลนด์มาร์คแห่งใหม่ของชาวเมืองกาญจน์ ได้ไม่คุ้มเสียจริงหรือ?
เจาะลึก"สกายวอล์ค" แลนด์มาร์คแห่งใหม่เมืองกาญจน์จุดชมวิวแม่น้ำสองสี ริมน้ำหน้าเมือง ได้ไม่คุ้มเสียจริงหรือ?

หลังจากที่ โครงการก่อสร้าง "สกายวอล์ค" แลนด์มาร์คแห่งใหม่ของ จ.กาญจนบุรี ที่จะทำเป็นจุดชมวิวแม่น้ำสองสี จุดเช็คอินแห่งใหม่ของจังหวัดกาญจนบุรี ที่บริเวณริมน้ำหน้าเมืองกาญจนบุรี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์และพัฒนาเมืองเก่ากาญจนบุรีและสองฝั่งแม่น้ำแควน้อย แควใหญ่ ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจนกลายเป็นกระแสร้อนมาระยะหนึ่ง

โดยนายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ได้ชี้แจงถึงที่มาของโครงการนี้ว่า เป็นโครงการฯ ที่เกิดจากความต้องการของภาคประชาชน ประกอบด้วย หอการค้า สภาอุตสาหกรรม สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และสภาวัฒนธรรม ที่ได้เสนอต่อนายกรัฐมนตรี ในการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร ณ จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2562 และได้รับการอนุมัติ ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบในการจัดงบประมาณเพื่อดำเนินการตามโครงการดังกล่าวมาในงบของยุทธศาสตร์กลุ่มจังหวัดและยุทธศาสตร์จังหวัด ในส่วนของหน่วยงานราชการของจังหวัดทำหน้าที่ในการบริหารงานตามที่ภาคประชาชนเสนอเท่านั้น

เนื่องจากเห็นว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่มีสภาพแวดล้อมเสื่อมโทรม มีแพที่จอดระเกะระกะเต็มไปหมด เหลือช่องทางในแม่น้ำแค่เล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งก่อให้เกิดมลภาวะหลายอย่าง ทั้งน้ำเสีย ขยะมูลฝอย สิ่งปฏิกูล เสียงดัง รวมทั้งเป็นแหล่งมั่วสุม เราจึงมีเป้าหมายร่วมกัน ที่จะปรับปรุงแหล่งท่องเที่ยว ที่ทรุดโทรมให้ดีขึ้น จัดระเบียบการท่องเที่ยว ทั้งการจอดแพท่องเที่ยว จุดจอดรถ จุดขึ้นแพ เป็นโซนนิ่งที่ชัดเจน และเกิดแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ ในตัวเมืองกาญจนบุรี ซึ่งจุดดังกล่าวจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวจุดเช็คอิน ให้นักท่องเที่ยวได้ขึ้นไปชมทัศนียภาพของแม่น้ำสองสี ที่เกิดจากแม่น้ำแควใหญ่ และแม่น้ำแควน้อย ที่ไหลมาบรรจบกันเป็นแม่น้ำแม่กลอง และ Walking Street แหล่งค้าขายสร้างรายได้ ให้การท่องเที่ยวกลับมาคึกคักอีกครั้งหนึ่ง รวมทั้งยังเป็นสถานที่พักผ่อน เป็นพื้นที่สาธารณะที่มีความปลอดภัยให้คนเมืองกาญจน์ได้มาใช้ประโยชน์กันอีกด้วย

“หาก ‘สกายวอล์ค’ โครงการพัฒนาพื้นที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ เสร็จสมบูรณ์เมื่อไร ผมคิดว่าการท่องเที่ยวของจังหวัดกาญจนบุรี ภายในตัวเมืองนั้น จะมีความคึกคัก หลังจากสถานการณ์โควิด-19 เป็นจุดหนึ่งที่ทำให้นักท่องเที่ยวได้ใช้เวลากับกาญจนบุรีมากยิ่งขึ้น แทนที่จะไปพักที่อำเภอตอนบน เช่น อ.ไทรโยค อ.ทองผาภูมิ อ.สังขละบุรี หรือ อ.ศรีสวัสดิ์ อาจจะต้องมาพักที่ภายในตัวเมืองกาญจนบุรี อีกคืนหนึ่ง ก็เป็นการดึงเวลานักท่องเที่ยวให้อยู่ในตัวจังหวัดกาญจนบุรีมากขึ้น และดึงเม็ดเงินเข้าสู่พี่น้องประชาชนมากขึ้น ธุรกิจต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม ร้านอาหาร การบริการต่างๆ ก็จะขยายตัวตามไปด้วย และตรงนี้เป็นเป้าหมายที่ว่าเหตุใดเราถึงทำโครงการนี้ขึ้นมา”

และย้ำว่า “การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่แห่งนี้ เป็นการพัฒนาที่ควบคู่กับวิถีชีวิตชาวคนเมืองกาญจน์ ที่อยู่กับสายน้ำมาอย่างยาวนานและการอนุรักษ์เมืองเก่าที่อยู่ในบริเวณเดียวกัน เชื่อมโยงการท่องเที่ยว ให้เกิดขึ้นที่จังหวัดกาญจนบุรี” นายจีระเกียรติ กล่าว

ในรายละเอียดของโครงการฯ ยังระบุด้วยว่า “ทุกพื้นที่รอบบริเวณได้ถูกนำมาใช้ประโยชน์ เป็นจุดศูนย์รวมการท่องเที่ยว การพักผ่อน การค้าขาย ได้เป็นอย่างดี” “ไม่เพียงแต่สกายวอล์คเท่านั้น ที่เป็นจุดที่น่าสนใจ ยังมีพื้นที่บริเวณโดยรอบก็ได้รับการพัฒนาเช่นกัน โดยเส้นทางการท่องเที่ยวจะเริ่มจากประตูเมืองเก่า มาตามเส้นทางที่มีการปรับพื้นผิวถนน และฟุตบาท มีสีสันที่สวยงาม จนมาถึงจุดชมวิวท่าน้ำ เริ่มจากสวนสาธารณะ ที่ทำให้พื้นที่นี้เป็นพื้นที่สีเขียว เชื่อมทางเดินไปยังอาคารขึ้นไปบนสกายวอร์ค ชมแม่น้ำสองสี ริมฝั่งแม่น้ำแควที่มีแม่น้ำสามสายมาบรรจบกัน จนเห็นชัดว่าเป็นแม่น้ำที่แบ่งสีกันอย่างชัดเจน

ส่วนของลานกิจกรรมก็เปิดให้เป็นพื้นที่สาธารณะ ใช้จัดกิจกรรม การออกกำลังกายกลางแจ้ง รวมถึงกีฬา Extrem ให้เยาวชนมีพื้นที่จัดกิจกรรมสร้างสรรค์ นอกจากนี้ยังมี Walkikng Street ที่จะเป็นจุดที่เปิดให้คนเมืองกาญจน์มาจำหน่ายสินค้า อาหาร ของฝาก ของที่ระลึก ให้นักท่องเที่ยวได้มาเลือกซื้อ เลือกชม เดินเล่น ในบรรยากาศริมแม่น้ำ และยังมีลานคนเมือง ที่มีการนำลายผ้าขาวม้าหนองขาว ที่สินค้าชุมชนที่มีชื่อเสียง มาตกแต่งทาสี เป็นเอกลักษณ์ มีความสวยงาม เป็นจุดเช็คอินให้มาทำกิจกรรมและถ่ายรูปได้อีกด้วย