คนร้ายลอบเผาแบคโฮ 2 คันสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งพัง

วันที่ 18 มิ.ย. 2565 เวลา 13:19 น.
คนร้ายลอบเผาแบคโฮ 2 คันสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งพัง
สุราษฎร์ธานี-คนร้ายลอบเผาแบคโฮ 2 คันสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งพัง ผู้ว่าฯสุราษฎร์ฯ จี้ตำรวจเอาตัวผู้ก่อเหตุให้ได้

เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2565 นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายพูลศักดิ์โสภณปทุมรักษ์ นายอำเภอกาญจนดิษฐ์ พ.ต.อ.ปิยะพงษ์ บุญแก้ว ผกก.สภ.กาญจนดิษฐ์ และเจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 8 รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุคนร้ายลอบวางเพลิงเผารถแบคโฮ 2 คัน ในพื้นที่ก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งคลองฮาย หมู่ 10 บ้านปากฮาย อ.กาญจนดิษฐ์ เมื่อเวลา 21.30 น.คืนวันที่ 17 มิ.ย.65

ที่เกิดเหตุพบรถแบคโฮ 2 คันสภาพใหม่ของเอกชนที่สำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดกลางที่ 15 สุราษฎร์ธานี ว่าจ้างมาในโครงก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งคลองฮาย วงเงินงบประมาณ 9 ล้านบาท ถูกคนร้ายเผาในห้องควบคุมทั้ง 2 คันได้รับความเสียหายใช้การไม่ได้มีร่องรอยการทุบทำลายกระจกห้องคนขับรถ และมีไม้พันผ้าชุบน้ำมันลักษณะเหมือนคบเพลิงตกอยู่ จึงเก็บเป็นหลักฐาน

นายบุญส่ง จันทรภักดี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 10 บ้านปากฮาย ต.คลองสระ อ.กาญจนดิษฐ์กล่าวว่า เมื่อช่วงก่อนเกิดเหตุมีชาวบ้านที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุเห็นรถเก๋ง 1 คันขับมาที่ริมคลองเกิดเหตุ และมีผู้ชาย 2 คนลงได้ยินเสียงทุบกระจกรถแบคโฮจากนั้นมีเพลิงลุกไหม้ชาวบ้านจึงแจ้งช่วยกันออกมาดับไฟ

นายวิชวุทย์ กล่าวว่า ได้สั่งการให้ตำรวจเร่งติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว ซึ่งเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะที่ผ่านมาไม่เคยมีเหตุลักษณะนี้ เนื่องจากพื้นที่เปราะบางที่เกิดน้ำท่วมจะได้รับความเสียหายหนักทุกปี และโครงการก่อสร้างนี้ได้รับร้องขอมาจากชาวบ้านในพื้นที่ และได้รับการสนับสนุนจากกรมชลประทาน เริ่มโครงการเมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมามีกำหนดเสร็จสิ้นในวันที่ 30 กันยายนนี้ เพื่อเตรียมรับมือน้ำท่วมช่วงปลายปี

“เป็นการกระทำที่สร้างผลกระทบให้ชาวบ้าน และขัดขวางการพัฒนาบ้านเมือง ส่วนด้านการสืบสวนสอบสวนค่อนข้างมั่นใจในฝีมือของตำรวจ ที่จะตามจับคนร้ายได้โดยเร็ว แต่การสืบสวนยังไม่เปิดเผยเหตุจูงใจ หรือประเด็นการก่อเหตุที่จะกระทบต่อรูปคดี “ นายวิชวุทย์ กล่าว

ข่าวแจ้งว่า ชาวบ้านปากฮายมีความเดือดแค้นคนร้ายที่ก่อเหตุ เนื่องจากชาวบ้านร้องขอให้สร้าง และไม่มีความขัดแย้งในพื้นที่จึงเชื่อว่าผู้ก่อเหตุมาจากนอกพื้นที่อาจเสียผลประโยชน์บางอย่าง