โจรบาปหนัก บุกลักระฆังในวัดใบเขื่อง เจ้าอาวาสขอให้นำมาคืน

วันที่ 24 พ.ค. 2565 เวลา 13:13 น.
โจรบาปหนัก บุกลักระฆังในวัดใบเขื่อง เจ้าอาวาสขอให้นำมาคืน
นครศรีธรรมราช-โจรบาปหนัก บุกลักระฆังในวัดใบเขื่อง เจ้าอาวาสขอให้นำมาคืน ตำรวจหวั่นนำไปทำลายขายเนื้อทองเหลือง ราคาพุ่งกว่า 100 บาทต่อกก.

พระครูสุคันธศีลาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดมะม่วงปลายแขน หมู่ 8 ต.ท่างิ้ว อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า เกิดเหตุคนร้ายเข้าไปลักระฆังทองเหลืองขนาดใหญ่ภายในวัดพบร่องรอยการปลดเหล็กเส้นขนาด 4 หุน เป็นเหล็กโยงรัดหูระฆังกับคานโรงเรือนทางขึ้นหอฉัน โดยโยมอุปัฏฐากที่อยู่ภายในวัดได้นำภาพนิ่งมาให้ผู้สื่อข่าวระบุว่า ระฆังที่หายไปมีลักษณะลายเหมือนกับระฆังใบนี้ แต่ใหญ่กว่ามากน้ำหนักหลายร้อยกิโลกรัมไม่สามารถโจรกรรมได้คนเดียวแน่ เมื่อคืนราว 02.00 น.ได้ยินเสียงสุนัขภายในวัดเห่าอยู่เป็นเวลานาน แต่ไม่มีใครเฉลียวใจว่าเป็นคนร้ายเพราะมันจะเห่าทุกคืน จนกระทั่งช่วงเช้าเด็กวัดได้ไปตีระฆังกลับพบว่า ระฆังหายไปแล้วจึงแจ้งเจ้าอาวาสเพื่อแจ้งตำรวจให้ติดตามคนร้าย

พระครูสุคันธศีลาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดมะม่วงปลายแขน ซึ่งมีฐานะเป็นเจ้าคณะตำบลอินคีรี ระบุว่า ระฆังใบนี้อายุหลายสิบปีแล้วตั้งแต่อดีตเจ้าอาวาสรูปก่อน น้ำหนักหลายร้อยกิโลกรัม ขอให้คนร้ายที่โจรกรรมไปนำมาคืนเนื่องจากเป็นระฆังของวัดในพระพุทธศาสนา การทำเช่นนี้ถือเป็นบาปเป็นกรรมหนักมากขอให้คืนเพื่อบรรเทาโทษบรรเทาผลกรรมที่จะติดดวงจิตวิญญาณไปทุกภพชาติทนทุกข์ทรมานไปหาที่สิ้นสุดไม่ได้ ขอให้นำมาคืน

ขณะเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุระบุว่าคนร้ายน่าจะเอาไปเพื่อนำเนื้อโลหะทองเหลืองไปขายเนื่องจากทองเหลืองที่ทำระฆังเป็นทองเหลืองเนื้อดี แต่จะไม่สามารถขายทั้งใบได้ แต่เนื่องจากร้านรับซื้อน่าจะรู้ว่านำมาจากวัดเพราะไม่มีใครเก็บระฆังขนาดนี้ไว้เป็นส่วนตัว คนร้ายจึงน่าจะเอาไปแยกเป็นชิ้นแล้วทยอยขายเป็นเนื้อทองเหลืองที่มีราคาสูงถึงกิโลกรัมละกว่า 100 บาท และระฆังใบนี้น้ำหนักไม่น้อยกว่า 200 กก.คิดเป็นเงินกว่า 2 หมื่นบาท

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนหาตัวและไล่กล้องโทรทัศน์วงจรปิด น่าเชื่อว่าคนร้ายจะอาศัยอยู่ไม่ไกลจากวัด และน่าจะดูลาดเลาไว้แล้วก่อนเข้าก่อเหตุ ซึ่งจะสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อติดตามจับกุมโจรใจบาปรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.