มท.ตรวจติดตามการแก้ปัญหาความยากจนของอำนาจเจริญ

วันที่ 21 พ.ค. 2565 เวลา 16:36 น.
มท.ตรวจติดตามการแก้ปัญหาความยากจนของอำนาจเจริญ
อำนาจเจริญ-ปลัดมหาดไทยลงติดตามการแก้ไขปัญหาความยากจนระดับจังหวัดตามนโยบายรัฐบาล ย้ำเป็นปัญหาที่ท้าทายต้องทำให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 ก.ย.ตามเป้าหมาย

เมื่อวันที่ 21 พ.ค.ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดอำนาจเจริญ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย เป็นประธานประชุมตรวจติดตามการดำเนินงานขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัดอำนาจเจริญ โดยมี นายสมคิด จันทมฤก อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายทวีป บุตรโพธิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ นางรัชชุมา บุตรโพธิ์ ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดอำนาจเจริญ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ ร่วมประชุม

นายสุทธิพงษ์ กล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหมมีความมุ่งมั่นในการแก้ไขช่วยเหลือประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ให้พ้นจากความยากลำบากในทุกด้าน โดยได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาความยากจนผ่านกลไกศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง หรือ “ศจพ.” มีเป้าหมายในการ “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” คำว่า ความยากจนที่รัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยกำลังขับเคลื่อนในขณะนี้หมายถึง ทุกปัญหาความเดือดร้อนที่ประชาชนกำลังประสบอยู่และไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยตนเอง ไม่ใช่หมายความเพียงแค่เรื่องเศรษฐกิจปากท้องเท่านั้น

ทั้งนี้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ในฐานะประธานอนุกรรมการขับเคลื่อนการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ได้ลงพื้นที่มอบนโยบายผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอ ซึ่งเป็นแม่ทัพของจังหวัดและอำเภอในการขับเคลื่อน ร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ โดยมีทีมปฏิบัติการตำบลและทีมพี่เลี้ยง ประกอบด้วย ปลัดอำเภอ พัฒนากร กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนจิตอาสา ลงสำรวจปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนทุกเรื่อง และร่วมคิด ร่วมวิเคราะห์ ร่วมหาวิธี ในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ตามหลัก 4 ท คือ ทัศนคติ ทักษะ ทรัพยากร ทางออก อย่างใกล้ชิด (Intensive Care) โดยการมีส่วนร่วมของครัวเรือน ตามแนวทาง 2 มิติ คือ 1.มิติยาฝรั่ง คือแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนทำให้อยู่รอดอย่างรวดเร็ว ในเบื้องต้น เช่น ช่วยกันทำให้มีที่อยู่อาศัยได้เรียนหนังสือ มีอาหารกิน มีเครื่องไม้เครื่องมือประกอบอาชีพ และ 2.มิติยาไทย ทำให้ยั่งยืน ด้วยการส่งเสริมทักษะ วิธีการ แนวทางในการแก้ปัญหา ดึงเอาความสามารถที่มีอยู่มาใช้

ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าวเพื่อให้คนไทยสามารถพึ่งพาตนเองด้วยการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร นำมาใช้ในชีวิตประจำวัน พร้อมทั้งน้อมนำพระราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยการสร้างกระบวนการกลุ่มที่มีจิตอาสาขึ้นในทุกชุมชน ทุกหมู่บ้าน ทุกตำบล ทุกอำเภอ ให้ได้ เพื่อช่วยเหลือดูแลกันและกัน และส่งเสริมการปลูกผักสวนครัวสร้างความมั่นคงทางอาหาร “บ้านนี้มีรัก ปลูกผักกินเอง” และ “ทางนี้มีผลผู้คนรักกัน” ตามแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อเป็นแหล่งอาหารประทังชีวิต เลี้ยงเป็ด เลี้ยงไก่ เลี้ยงปลา สร้างแหล่งยาสมุนไพรรักษาโรค มีกิน มีใช้ ด้วยความรัก ด้วยการพึ่งพาตนเอง ด้วยการแบ่งปัน

นายสุทธิพงษ์ กล่าวว่า เป้าหมายการแก้ไขปัญหาความยากจนในครั้งนี้ที่ถือเป็นความท้าทาย คือ ต้องแล้วเสร็จภายในวันที่ 30 ก.ย. 65 เพราะงานทุกงานต้องมีระยะเวลาในการทำงานที่ชัดเจน เพื่อที่จะเป็นเครื่องกระตุ้นให้พวกเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะแม่ทัพของจังหวัด และนายอำเภอในฐานะแม่ทัพของอำเภอ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการและข้าราชการทุกกระทรวงในพื้นที่ในฐานะขุนศึกทั้งหลาย ได้มุ่งมั่นทำงาน ด้วยจิตใจรุกรบ โหมการทำงาน ซึ่งเรามั่นใจว่าจะมีความสำเร็จ แต่ความสำเร็จ 100% จำเป็นต้องใช้ความเพียรพยายามและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน นอกจากนี้ ในวันที่ 30 ก.ย. เป็นวันที่ข้าราชการหลายท่านจะต้องเกษียณอายุราชการ จึงเป็นโอกาสที่จะได้มุ่งมั่นทุ่มเททำงานรับใช้ประชาชนจนถึงนาทีสุดท้ายของชีวิตข้าราชการ “ดังนั้น ในวันที่ 30 ก.ย. 65 นี้ ทุกครัวเรือนจะต้องได้รับการแก้ไขปัญหาครบถ้วน แต่หากบางปัญหาได้แก้แล้วแต่ยังไม่ครบ 100% ก็จะต้องดำเนินการแก้ไขปัญหาตามแนวทางที่กำหนดต่อไปจนเสร็จ

“พวกเราข้าราชการทุกคนคือข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ได้รับเงินเดือนมาจากภาษีของพี่น้องประชาชน โดยมีสำนึกรับผิดชอบว่า เราจะทำงานแก้ไขปัญหาความยากจนที่ถือเป็นข้าศึกอริราชศัตรู ยอมตายถวายชีวิตเพื่อทำสิ่งที่เป็นอุดมการณ์ของพวกเราทุกคน นั่นคือการ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” ประชาชน ด้วยการร่วมมือกับทุกกระทรวง ทุกภาคส่วน ทุกภาคีเครือข่ายทำงานอย่างไม่ย่อท้อเหน็ดเหนื่อย เพราะเรื่องที่กำลังทำนี้ไม่เกี่ยวกับการเมือง แต่เกี่ยวกับความมุ่งมั่น ทุ่มเท เพื่อแก้ไขปัญหาความจนให้แล้วเสร็จในวันที่ 30 ก.ย.65 นี้” ปลัดกระทรวงมหาดไทยกล่าว

ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาความยากจนเป็นหนึ่งในเป้าหมายของการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goal : SDGs) เพราะศัตรูที่สำคัญที่สุดของการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน คือ “ความยากจน” ดังนั้น ถ้าพี่น้องประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี สังคมก็จะเกิดความยั่งยืน บัดนี้ พวกเราทุกคนกำลังทำเรื่องที่ยิ่งใหญ่ของโลกที่จะยังประโยชน์อันมหาศาลให้กับประเทศชาติ หากพวกเราทุกคนทำได้สำเร็จ จะเป็นการ Dream come true นั่นคือ “ทำความฝันให้เป็นจริง” เพื่อทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงคุณภาพชีวิตของครอบครัว สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน และเราจะร่วมกันขับเคลื่อนทำความฝันของพี่น้องประชาชนให้เป็นจริง

ด้าน นายทวีป บุตรโพธิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ กล่าวว่า จังหวัดอำนาจเจริญ ได้ดำเนินการนำแพลตฟอร์ม ThaiQM ทำการ Re X-Ray ครัวเรือนยากจนในพื้นที่พบว่ามีสภาพปัญหาตามลำดับ ได้แก่ ด้านบ้าน/ที่อยู่อาศัย ไม่มีบ้านอยู่ 1,504 คน บ้านมีสภาพชำรุดทรุดโทรม 2,601 ครัวเรือน ไม่มีส้วม 1,507 ครัวเรือน มีส้วมแต่ไม่ถูกสุขลักษณะ 3,131 ครัวเรือน บริเวณบ้านปลูกผักสวนครัว 53,225 ครัวเรือน มีการแยกขยะ 57,266 ครัวเรือน ด้านน้ำดื่ม/น้ำใช้ ไม่มีน้ำดื่ม 4,013 ครัวเรือน ไม่มีน้ำสะอาดใช้ 3,301 ครัวเรือน ได้รับผลกระทบจากมลพิษ 2,703 ครัวเรือน ด้านการศึกษา เด็ก 3-5 ปีไม่ได้เข้าศูนย์เด็กเล็ก 2,685 คน เด็ก 6-14 ปีไม่ได้เรียนหนังสือ 2,892 คน จบม.3 ไม่ได้เรียนต่อ 5,003 คน มีคนในครอบครัวอ่านเขียนภาษาไทยไม่ได้ 2,411 คน คนในครอบครัวคิดเลขอย่างง่ายไม่ได้ 2,691 คน

ขณะที่ ด้านรายได้และอาชีพ คนในครอบครัวรายได้เฉลี่ยต่ำกว่า 40,000 บาท/ปี 9,135 คน อายุ 15-59 ปี ไม่มีอาชีพ/รายได้ 5,348 คน อายุ 60 ปี ไม่มีอาชีพ/รายได้ 5,505 คน ไม่มีเงินออม 8,373 คน ด้านความปลอดภัย ไม่มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน 1,877 ครัวเรือน ได้รับผลกระทบยาเสพติด 2,072 ครัวเรือน กลุ่มเปราะบาง มีผู้ป่วยโรคเรื้อรังไม่ได้รับการดูแล ช่วยเหลือ 1,570 คน มีผู้ป่วยติดเตียงไม่ได้รับการดูแล 1,505 คน มีผู้พิการไม่ได้รับความช่วยเหลือ 1,628 คน มีผู้สูงอายุไม่ได้รับความช่วยเหลือ 1,880 คน ไม่สามารถไปรับบริการที่โรงพยาบาลได้ 1,906 คน และปัญหาความเดือดร้อนอื่น ๆ เช่น คนในบ้านไม่มีบัตรประชาชน 460 ครัวเรือน 483 คน บ้านไม่มีเลขที่บ้าน 1,217 ครัวเรือน ไม่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน 1,294 ครัวเรือน ไม่มีทางเข้าบ้าน 1,157 ครัวเรือน ไม่มีไฟฟ้าใช้ 1,467 ครัวเรือน ไม่มีประปาใช้ 1,869 ครัวเรือน คนในบ้านเป็นหนี้นอกระบบ 2,039 คน คนในบ้านถูกหลอกไปทำงานต่างประเทศ 1,237 คน คนในบ้านถูกหลอก/โกง 1,568 คน คนในบ้านไม่ได้รับความเป็นธรรม 997 คน มีที่ดินทำกิน แต่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ 10,856 คน