พ่อค้าอาหารตามสั่งตัดสินชั่ววูบชิงทรัพย์ 7-11 เผาเคาท์เตอร์เก็บเงิน

วันที่ 29 ม.ค. 2565 เวลา 11:52 น.
พ่อค้าอาหารตามสั่งตัดสินชั่ววูบชิงทรัพย์ 7-11 เผาเคาท์เตอร์เก็บเงิน
นครราชสีมา-ตำรวจจับคนร้ายชิงทรัพย์ 7-11 เผาเคาท์เตอร์เก็บเงิน ที่แท้เป็นพ่อค้าขายอาหารตามสั่ง ตัดสินในชั่ววูบเพราะเงินขาดมือ สวมหมวกกันน็อคก่อเหตุหวังให้หลงประเด็นการสืบสวน

พลตำรวจโท สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 พลตำรวจตรี พรชัย นลวชัย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา พันตำรวจเอก นาวิน ธีระวิทย์ ผู้กำกับการ สภ.โพธิ์กลาง และชุดสืบสวน สภ.โพธิ์กลาง ร่วมแถลงผลจับกุมตัวคนร้ายก่อเหตุชิทรัพย์ เผาชั้นวางสินค้าหน้าเคาน์เตอร์คิดเงิน ร้านเซเว่นฯ ข้างโรงเรียนสารสาสน์วิเทศ ถนนมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ประตู 1 อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา เมื่อช่วงเวลา 03.00 น. ของวันที่ 20 มกราคม 2565พร้อมด้วยของกลาง โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง อาวุธปืนสั้นไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก สุรา 1 ขวด และรถยนต์เก๋งที่ใช้เป็นพาหนะ

ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ก่อเหตุจริง มีอาชีพค้าขายอาหารตามสั่งและขายผัดหมูกระทะ แต่เพราะโควิด-19 ระบาดทำให้เงินขาดมือประกอบกับต้องเลี้ยงดูลูกๆ ที่ยังเล็กอีก 2 คน จึงตัดสินใจชั่ววูบ ที่ก่อเหตุได้จุดไฟเผาหน้าเคาท์เตอร์เก็บเงินเพื่อสร้างสถานการณ์ ส่วนหมวกกันน็อกที่สวมใส่ก็เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ให้คิดว่าใช้พาหนะเป็นรถจักรยานยนต์แต่ที่จริงแล้วใช้รถยนต์ และหลังก่อเหตุแล้วได้นำโทรศัพท์มือถือโยนทิ้งระหว่างหลบหนี จากนั้นได้นำหมวกกันน็อก เสื้อผ้าที่สวมใส่ และรองเท้าไปจุดไฟเผาทำลาย ก่อนจะหลบหนีไปที่จังหวัดชลบุรี เพื่อจะนำเงินที่ได้จากการชิงทรัพย์ดังกล่าวไปเป็นทุนเปิดร้านขายของตามตลาดนัด แต่ก็มาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมตัวได้เสียก่อน

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหา วางเพลิงเผาทรัพย์ของผู้อื่น, ชิงทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยใช้อาวุธ, ครอบครองอาวุธปืนโดยผิดกฎหมาย ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีต่อไป.