ตำรวจขยายผลคดีฆ่าเสือโคร่งโยงซื้อขาย-ส่งออกหรือไม่

วันที่ 14 ม.ค. 2565 เวลา 18:38 น.
ตำรวจขยายผลคดีฆ่าเสือโคร่งโยงซื้อขาย-ส่งออกหรือไม่
กาญจนบุรี-พล.ต.อ.รอย ขู่นายพรานล่าฆ่าสัตว์ป่าใช้บทลงโทษรุนแรง-ขยายผลโยงปมซื้อขายส่งออกหรือไม่

พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปทส.ตร.และนายประกิต วงศ์ศรีวัฒนกุล รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช แถลงข่าวที่สภ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี คดี5ผู้ต้องหาฆ่าเสือโคร่ง2ตัว พร้อมของกลางซากซากเสือโคร่ง จำนวน 2 ซาก น้ำหนัก 52.5 กิโลกรัม อาวุธปืนลูกซองยาว จำนวน 1 กระบอก อาวุธปืนยาว ขนาด .22 ติดลำกล้อง จำนวน 1 กระบอก อาวุธยาวไทยประดิษฐ์ (ปืนแก๊ป) จำนวน 2 กระบอก กระสุนปืนขนาด .22 จำนวน 50 นัด และปลอกกระสุนปืนลูกซอง จำนวน 5 ปลอก

ผู้ต้องหาที่ 1-4 รับสารภาพว่าพวกตนได้กระทำความผิดจริง อ้างว่าเพื่อป้องกันวัวสัตว์เลี้ยงและได้ถูกเจ้าหน้าที่อุทยานทองผาภูมิตรวจพบจนตกใจจึงวิ่งหลบหนีไป ส่วนนายโซเอ ไม่มีนามสกุล ผู้ต้องหาที่ 5 ให้การว่าได้เข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติจริงแต่ไม่ได้ร่วมยิงเสือโคร่ง

ก่อนแถลงข่าวกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้ใช้เฮลิคอปเตอร์ นำผู้ต้องหาจำนวน 2 รายที่ยอมรับสารภาพว่าเป็นคนลงมือใช้อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ (ปืนแก๊ป) ยิงเสือโคร่งไปทำแผนและชี้จุดเกิดเหตุ พร้อมกับหาหลักฐานเพิ่มเติมอย่างละเอียด

พล.ต.อ.รอย ให้สัมภาษณ์หลังว่าสั้นๆ ว่า เราได้ดำเนินการอย่างเข้มข้นและจริงจังต่อเรื่องการค้าสัตว์ป่ารวมทั้งการลักลอบฆ่าสัตว์ป่า โดยเฉพาะสัตว์ป่าที่กำลังสูญพันธุ์และหายาก เช่นเสือโคร่งทั้ง 2 ตัวที่ถูกล่าและฆ่าจนตาย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคนจากนานาชาติทั่วโลกให้ความสำคัญเป็นอย่างมากไม่ใช่เฉพาะคนไทย จึงขอประชาสัมพันธ์ไปถึงกลุ่มนายพรานให้หยุดการกระทำ เพราะหากจับกุมได้จะมีบทลงโทษกับผู้กระทำผิดที่รุนแรงมาก

ด้าน พล.ต.ต.มานะ กลับสัตบุศย์ ผบก.ปทส.กล่าวว่า คดีนี้ตำรวจจะมีการสืบสวนสอบสวนต่อไปว่ามีประเด็นเกี่ยวกับเรื่องส่งออกและมีการซื้อขายเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การพิสูจน์ชนิดปืนที่ยิงเสือจะใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ จึงจะสามารถชี้ชัดได้ว่า ใช้อาวุธปืนชนิดใดก่อเหตุ สำหรับบทลงโทษของคดีเสือโคร่งมีความผิดเช่นเดียวกับคดีเสือดำ