เหยื่อการบูรเข้าแจ้งความเอาผิดตำรวจและอาสา

วันที่ 13 ม.ค. 2565 เวลา 16:55 น.
เหยื่อการบูรเข้าแจ้งความเอาผิดตำรวจและอาสา
สมุทรปราการ-ทนายไพศาลพาเหยื่อการบูรเข้าแจ้งความเอาผิดตำรวจและอาสา ทั้งแพ่งและอาญา ขณะที่ผู้กำกับโรงพักยกมือไหว้ขอโทษ

เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2565 นายไพศาล เรืองฤทธิ์ ทนายความได้พานายฮาซัน รักหอม อายุ 27 ปี ผู้เสียหายกรณีถูกจับการบูร และถูกกล่าวหาว่าเป็นยาเสพติด ไปที่สภ.สำโรงเหนือ สมุทรปราการ เพื่อเข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษเจ้าหน้าที่ตำรวจและอาสากล่าวหาว่าผู้เสียหายว่ามียาเสพติดและทำร้ายร่างกาย

ทนายไพศาล กล่าวว่าพาผู้เสียหายเดินทางมาแจ้งความดำเนินคดีโดยจะมีการแยกกันแจ้งเป็นทั้งคดีอาญาและคดีแพ่งโดยจะเป็นทั้งสองส่วน ในส่วนของอาญาก็มีหลายข้อหาอยู่ ตามพฤติการณ์ตามที่แจ้งมาเบื้องต้นก็มีทำร้ายร่างกาย และใส่วนของผลตรวจที่ยืนยันครั้งแรกว่ามีผลเป็นบวกแต่ครั้งที่สองเป็นลบ และยังมาบอกว่าผู้เสียหายมียาเสพติด ซึ่งทางผู้เสียหายก็ได้ยืนยันแล้วว่าไม่ใช่ ก็ถือว่าเป็นปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และการที่ไปควบคุมตัวผู้เสียหายทั้งที่ตัวผู้เสียหายเองบอกว่าไม่ใช่ ซึ่งตรงนี้ก็กลายเป็นกักขังหน่วงเหนี่ยวในเรื่องเสรีภาพและการข่มขู่ด้วย

ส่วนเมื่อวานที่มีการเข้ามอบกระเช้าขอโทษไม่เกี่ยวกัน มอบคือส่วนมอบ ส่วนเรื่องกฎหมายก็คือกฎหมาย เรื่องการดำเนินคดีเรื่องการใช้สิทธิ์ของผู้เสียหายก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง แต่ก็เป็นที่ดีเป็นการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าใจว่าการกระทำของตัวเอง ยังไม่รอบคอบ เหนืออื่นใดในวันนี้ก็ต้องใช้สิทธิ์ตามกฎหมายก่อน แต่อยู่กับผู้เสียหายถ้ามีการเจรจาคุยกันได้มีการเยียวยาหรือมีการขอโทษกันก็เป็นเรื่องที่ดี เพราะว่าต้องบอกว่าการแจ้งข้อกล่าวหาโดยที่ไม่ตรงกับพยานหลักฐาน มันเป็นเรื่องเสรีภาพของเขามันไม่ควรที่จะเกิดขึ้น

วันนี้ท่านผู้กำกับท่านเองก็แสดงแล้วว่า ท่านพร้อมที่จะจัดการขั้นเด็ดขาด และวันนี้ก็จะมีการพูดคุย ถ้าเหนืออื่นใดทางผู้เสียหายเขายอมรับได้ไม่ว่าจะเป็นแม่หรือพี่สาวรวมถึงคุณฮาซัน ก็มีการพูดคุยกัน ในส่วนเรื่องคดีมันก็เป็นเรื่องเล็กน้อย แค่เรื่องทำร้ายร่างกายมีการพูดคุยกันได้ก็จบมีการเยียวยาก็จบ เพราะตำรวจกับประชาชนก็อยากให้อยู่ร่วมกันได้ ในเรื่องก็อยากให้เป็นอุทาหรณ์ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจท่านทำตามกฎหมาย

ด้านนายฮาซัน ผู้เสียหาย ได้กล่าวว่าทุกอย่างก็เป็นอย่างในคลิปที่ปรากฏก็ปฎิเสธว่าไม่ได้เสพอะไรมาซึ่งตนก็ได้ก้มกราบข้อร้องเขาตั้งแต่ที่รถเขาก็บอกว่าพบสารเสพติด ตนก็ก้มกราบเขา เขาก็ใช้เท้าเตะที่ใบหน้าตนและก็ปาของที่ค้นเจอในรถใส่หน้าตน และก็ยืนยันได้ว่าซองที่พบเป็นสารการบูร ไม่ใช้สารเสพติด และตอนที่ถูกกระทำตนเองก็จำไม่ได้ พอมาเห็นคลิปจากสื่อทั้งตนและแม่ถึงกับน้ำตาไหลว่าทำไมเราต้องไปอ้อนวอนเขาถึงขนาดนี้เลย และตนเองก็ยืนยันว่าไม่ได้หลบด่านและไม่เห็นด้วยซ้ำว่ามีการตั้งด่านเพราะจุดที่ตนจอดรถอยู่ก็ไกลอยู่มาเจอแบบนี้ก็รู้สึกตกใจมาก

หลังจากที่เมื่อวานนี้ท่านผู้กำกับเข้าไปพูดคุยด้วยก็รู้สึกสบายใจขึ้นส่วนหนึ่ง แต่อย่างไรก็ต้อง มาตกลงคุยกันและคนที่มาทำร้ายตนมีทั้งตำรวจและอาสาซึ่งตอนนี้ก็ยังไม่มีคำขอโทษจากคนที่จับกุมตนแต่อย่างใด มีแต่ท่านผู้กำกับคนเดี๋ยวที่เข้าไปขอโทษ มาวันนี้ตนก็อยากที่จะให้ตัวคนที่ทำร้ายตนมาพูดคุยด้วย

จากนั้นทนายไพศาล ได้พาผู้เสียหายและญาติเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน โดยมี พ.ต.อ.อาทิตย์ ซิ้มเจริญ ผกก สภ.สำโรงเหนือ รอให้การต้อนรับพร้อมจัดทีมพนักงานสอบสวน พร้อมด้วยข้าราชการตำรวจได้ยกมือไหว้ขอโทษผู้เสียหายและญาติที่เดินทางมาในวันนี้ พร้อมกล่าวยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายโดยไม่มีการเอนเอียงหรือเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง