เวทีเอเปคปรับสมดุลฟื้นเศรษฐกิจหลังโควิด-19

วันที่ 03 ธ.ค. 2564 เวลา 19:39 น.
เวทีเอเปคปรับสมดุลฟื้นเศรษฐกิจหลังโควิด-19
ภูเก็ต-ปลัดก.ต่างประเทศแถลงผลประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสเอเปค เปิดโอกาสด้านการค้า ฟื้นฟูความเชื่อมโยงภูมิภาค ปรับสมดุลฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังโควิด-19

เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2564 เวลา 17.00น. นายธานี ทองภักดี ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ แถลงข่าวผลการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสเอเปคอย่างไม่เป็นทางการ(APEC Informal Senior Officials'Meeting -ISOM) ระหว่างวันที่ 1-3 ธันวาคม 2564 ณ โรงแรม Dusit Thani Laguna Phuket จังหวัดภูเก็ตโดยมีเจ้าหน้าที่อาวุโสเอเปคและผู้แทนจาก 21 เขตเศรษฐกิจ สมาชิกเอเปคและสํานักเลขาธิการเอเปคเข้าร่วม

นายธานี กล่าวว่า ในหลักการประเทศไทยรับเป็นเจ้าภาพ จัดการประชุมในปีหน้า เริ่มตั้งแต่ 1 มกราคม 2565 ซึ่งการจัดประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสเอเปคอย่างไม่เป็นทางการ ครั้งนี้ เพื่อนําเสนอประเด็นสําคัญและผลลัพธ์ที่ไทยจะผลักดันในเอเปค 2565 ตามแนวคิดหลัก “เปิดกว้างสร้างสัมพันธ์ เชื่อมโยงกัน สู่สมดุล” โดยมีโมเดลเศรษฐกิจ BCG เป็นแนวคิดเบื้องหลัง โดยถือเป็นการประชุมแรกของเอเปคที่เจ้าหน้าที่อาวุโสเอเปคจะร่วมกัน วางแผนงานตลอดทั้งปี

ที่ประชุมตระหนักความสำคัญการพัฒนาที่จะมีความจำเป็นต้องยั่งยืนและครอบคลุมให้มากที่สุด ได้หารือในหัวข้อหลักการเปิดกว้างสร้างสัมพันธ์เชื่อมโยงกันสู่สมดุล มี 3 หัวข้อหลักที่ผลักดัน คือ 1.การอำนวยความสะดวกการค้าการลงทุน โดยเน้นขับเคลื่อนความตกลงเขตการค้าเสรีเอเชีย-แปซิฟิก (FTAAP) 2.การฟื้นฟูความเชื่อมโยงโดยเฉพาะการเดินทางและการท่องเที่ยว และ 3.การส่งเสริมการเจริญเติบโตที่ยั่งยืนและครอบคลุมโดยเน้นแลกเปลี่ยนมุมมองBCG ทั้ง3 หัวข้อนี้ได้รับการตอบรับที่ดีจากเขตเศรษฐกิจต่างๆที่มาร่วมประชุม

การประชุม 2-3 ลงรายละเอียดเพื่มเติมที่นะผลักดันในการที่ไทยจะเป็นประธานการประชุมเอเปคในปีหน้า ในหัวข้อที่กล่าวไว้ ได้

รับการขานรับด้วยดี ประเทศต่างๆเห็นความสำคัญแนวคิดBCGสอดคล้องกับสิ่งที่ดำเนินการอยู่แล้วและเขตเศรษฐกิจที่ดำเนินตามนโยบาย

ที่ประชุมสนับสนุนและให้ความสําคัญกับประเด็นสําคัญของการเป็นเจ้าภาพเอเปคของไทย และเห็นพ้องว่า การฟื้นฟูเศรษฐกิจยุคหลังโควิด-19 ต้องสร้างความเจริญเติบโตอย่างครอบคลุม สมดุล และยั่งยืน เน้นเปิดเสรีค้าการลงทุนและการกระชับความร่วมมือในการรวมกลุ่มเศรษฐกิจ ให้ความสําคัญกับการเร่งฟื้นฟูความเชื่อมโยงในภูมิภาคอย่างปลอดภัย ส่งเสริมการดําเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบโดยคํานึงถึงสิ่งแวดล้อม และนําเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมมาขับเคลื่อนการทํางานในทุกมิติ ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ปุตราจายา ค.ศ. 2040 และแผนปฏิบัติการ Aotearoa ทั้งนี้ ที่ประชุมได้หารือกับนายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปค เพื่อรับฟังแผนงานและบูรณาการการทํางานร่วมกันระหว่างเอเปคและภาคเอกชนด้วย

ไทยในฐานะเจ้าภาพได้นําเสนอประเด็นสําคัญและผลลัพธ์ที่จะผลักดันในเอเปค 2565 เพื่อให้ เจ้าหน้าที่อาวุโสเอเปคได้พิจารณาจัดทําแผนงานร่วมกัน ประกอบด้วย (1) การเปิดโอกาสด้านการค้าการลงทุนในทุกมิติเพื่อสร้างประโยชน์ให้แก่ทุกภาคส่วนในสังคม ผลลัพธ์ที่คาดหวัง คือการนําบทเรียนจากโควิด-19 มาอยู่ในบทสนทนาเพื่อขับเคลื่อนการค้าการลงทุนที่ครอบคลุมและยั่งยืนในภูมิภาค (2) การฟื้นฟูความเชื่อมโยง ในภูมิภาค ทั้งการเดินทางอย่างไร้รอยต่อและปลอดภัย และการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเพิ่มความเชื่อมโยงในทุกมิติ ผลลัพธ์ที่คาดหวัง คือ การส่งเสริมให้เอเปคมีมาตรฐานการเดินทางที่ปลอดภัยและสอดคล้องกัน และอํานวยความสะดวกการเดินทางให้กับบุคคลในสาขาอาชีพต่าง ๆ ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น เพื่อให้การทําธุรกิจและกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ง่ายยิ่งขึ้น (3) ปรับสู่สมดุล เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังโควิด-19 ให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ครอบคลุม ยั่งยืน และคํานึงถึงการรักษาสิ่งแวดล้อม โดยนําโมเดลการพัฒนาต่าง ๆ รวมถึง BCG มาปรับใช้ ผลลัพธ์ที่คาดหวัง คือการออกเอกสารระดับผู้นําที่ประกาศเจตนารมณ์หรือเป้าหมายร่วมกันของเอเปคในการขับเคลื่อนการทําธุรกิจอย่างรับผิดชอบและส่งเสริมความยั่งยืน

การประชุมครั้งนี้เป็นครั้งแรกในรอบ 2 ปีที่เจ้าหน้าที่อาวุโสเอเปคได้ประชุมแบบพบหน้ากัน สะท้อน ความสามารถของไทยในการปรับตัวและอยู่ร่วมกับโควิด-19 และความมุ่งมั่นของเอเปคในการเดินหน้าทํางาน ปรับตัวกลับสู่ภาวะปกติแบบใหม่ และร่วมกันผลักดันเอเปค 2565ให้ประสบความสําเร็จเพื่ออนาคตที่ครอบคลุม สมดุล