นครศรีฯยกธงแดงตัวเมืองรับน้ำป่าหลาก

วันที่ 02 ธ.ค. 2564 เวลา 17:41 น.
นครศรีฯยกธงแดงตัวเมืองรับน้ำป่าหลาก
นครศรีธรรมราช-เทศบาลนครนครศรีฯยกธงแดงเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลัน ปริมาณน้ำป่าเริ่มหลากเข้าตัวเมืองแล้ว

ที่จ.นครศรีธรรมราช ว่า สถานการณ์ฝนตกหนักปริมาณน้ำมหาศาลที่ไหลหลากข้ามสันฝายท่าดี อยู่ในลำน้ำท่าดี รอยต่อระหว่าง ต.กำแพงเซา และ ต.ไชยมนตรี อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ระดับน้ำสูงข้ามสันฝายเกือบ 3 เมตร ซึ่งปริมาณน้ำนี้กำลังหลากเข้าสู่พื้นที่เขตตัวเมืองนครศรีธรรมราช ก่อนจะไหลลงสู่อ่าวไทยในพื้นที่ปากอ่าวปากนคร ตำบลปากนคร ขณะนี้ได้เกิดภาวะน้ำทะเลหนุนสูงทำให้การระบายน้ำล่าช้า

มวลน้ำก้อนนี้จะทยอยหลากเข้าสู่เขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ผ่านลำคลอง 5 สายหลัก คือคลองราเมศวร์ คลองนครน้อย คลองสวนหลวง คลองป่าเหล้า และคลองคูพาย โดยพื้นที่ลุ่มต่ำและใกล้เคียงกับลำคลองทั้ง 5 สายจะถูกน้ำท่วมในช่วงค่ำของวันนี้ ขณะนี้หลายพื้นที่น้ำกำลังเพิ่มระดับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ส่วนสภาพสวนผลไม้และสวนยางพาราในพื้นที่รอยต่อระหว่าง ต.ไชยมนตรี และ ต.กำแพงเซา น้ำป่าหลากเข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่เกษตรกรรม หลายครอบครัวต้องมาใช้วิธีการรื้อวัชพืชที่กีดขวางทางน้ำ เพื่อเร่งการระบายน้ำออกจากพื้นที่ ขณะที่ฝนยังคงตกลงมาเป็นระยะ

เขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ขณะนี้น้ำกำลังเริ่มหลากเข้าสู่พื้นที่สำนักชลประทานที่ 15 ได้เร่งเดินเครื่องเจ็ทไฟฟ้าเร่งผลักดันระบายน้ำออกจากเขตเมืองให้มากที่สุด แต่ยังเป็นไปได้อย่างล่าช้าเนื่องจากภาวะน้ำทะเลหนุนสูง

ดร.กณพ เกตุชาติ นายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราช ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ติดตามเฝ้าระวังสถาการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมยกระดับการแจ้งเตือนอุทกภัย ด้วยการยกธงแดงในพื้นที่เสี่ยงเป็นสัญลักษณ์เตือนภัยให้ประชาชนอพยพทรัพย์สิน และระวังอันตรายจากอุทกภัยที่จะเกิดขึ้นในอีก 6-8 ชม.ซึ่งจะเป็นการยกระดับแจ้งเตือนขั้นสูงสุด

ทั้งนี้หากประชาชนต้องการความช่วยเหลือ สามารถติดต่อได้ที่ ฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 075-348118 , 075-342880 ต่อ 138 หรือสายด่วน 199 ตลอด 24 ชั่วโมง

ด้านนายไกรศร วิศิษฐ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครฯได้เดินทางไปติดตามสถานการณ์น้ำที่ ต.คลองน้อย อ.ปากพนังซึ่งเป็นแหล่งปลูกส้ม ส้มโอทับทิมสยามแหละที่บ้านแสงวิมานซึ่งเป็นแหล่งปลูกส้มโอพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัดนครศรีธรรมราชพบว่ามีระดับน้ำสูงประมาณ 30 เซนติเมตรจึงได้ให้สำนักงานชลประทานเร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำเครื่องสูบน้ำเพื่อช่วยเหลือชาวสวนส้มโอ

จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดได้เดินทางไปยังบ้านบางศาลาซึ่งเป็นประตูระบายน้ำในการผลักดันน้ำออกสู่ทะเลโดยพบว่าที่บ้านบางศาลาอำเภอปากพนังมีการระบายน้ำอย่างมีประสิทธิภาพและไม่มีปัญหาใดๆ.