"ชลบุรี"ติดโควิด 202 ราย คลัสเตอร์ค่ายทหารยังหนัก

วันที่ 26 พ.ย. 2564 เวลา 06:46 น.
"ชลบุรี"ติดโควิด 202 ราย คลัสเตอร์ค่ายทหารยังหนัก
ชลบุรี- พบผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ อีก 202 ราย ส่วนใหญ่ติดเชื้อจากการสัมผัสผู้ป่วยยืนยัน จากครอบครัว ที่ทำงาน ขณะที่คลัสเตอร์ค่ายทหารระบาดต่อเนื่อง ล่าสุดพบอีก 22 ราย

เมื่อวันที่ 26 พย.64 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชลบุรี รายงานว่า วันนี้มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ จำนวน 202 ราย เสียชีวิต 3 ราย รวม 757 ราย

ผุ้ติดเชื้อรายใหม่มาจาก 1. Cluster เขตพื้นที่ทหารเรือ อ.สัตหีบ 22 ราย สะสม 1,742 ราย มีการระบาดอย่างต่อเนื่องยังควบคุมไม่ได้(ทหารเกณฑ์ 20 ราย,ข้าราชการทหารเรือ 2 ราย) 2. คนที่พักอาศัยในจังหวัดระยอง เข้ามารักษาในจังหวัดชลบุรี 13 ราย สะสม 5,049 ราย และจังหวัดอื่นๆรวมสะสม 1,820 ราย 3. บุคลากรทางการแพทย์ 3 ราย 4. อาชีพเสี่ยงพบปะผู้คนจำนวนมาก 2 ราย 5. ให้ประวัติเดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงต่างจังหวัด(กทม. 2 ราย,ฉะเชิงเทรา 2 ราย,เชียงใหม่ 1 ราย)

6. สัมผัสผู้ป่วยยืนยัน(ครอบครัว 46 ราย,ที่ทำงาน 46 ราย,บุคคลใกล้ชิด 8 ราย,ร่วมวงสังสรรค์ 1 ราย) 7. สัมผัสผู้ป่วยยืนยัน (อยู่ระหว่างสอบสวนโรค) 3 ราย 9. อยู่ระหว่างการสอบสวนโรค 53 ราย

ณ 26 พฤศจิกายน 2564 จังหวัดชลบุรี มีผู้ฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม 1,814,069 คน ซึ่งในเดือนนี้ มีผู้ที่ฉีดวัคซีนครบ 2 เข็มแล้ว ติดเชื้อ 1044 คน ปอดอักเสบ 11 คน ใส่ท่อช่วยหายใจ 2 คน เสียชีวิต 4 คน

ส่วนผู้ที่ฉีดวัคซีนเพียง 1 เข็ม 163,162 คน และไม่ได้ฉีดวัคซีนอีก 515,004 คน รวม 678,166 คน ในเดือนนี้ พบผู้ติดเชื้อที่ฉีดวัคซีนไม่ครบ 303 คน และไม่ได้ฉีดวัคซีนติดเชื้อ 4,473 คน ปอดอักเสบ 46 คน ใส่ท่อช่วยหายใจ 7 คน เสียชีวิต 30 คน

สำหรับวันนี้ พบผู้ป่วยผู้ป่วยปอดอักเสบรายใหม่ 3 ราย (ไม่พบประวัติรับวัคซีน 2 ราย) และพบผู้เสียชีวิตรายใหม่ 3 ราย (อายุเฉลี่ย 46 ปี) มีปัจจัยเสี่ยงร่วมที่ทำให้ความรุนแรงของโรคที่นำไปสู่การเสียชีวิต คือ มีโรคประจำตัว ได้แก่ โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไม่พบประวัติการรับวัคซีน 2 ราย ดังนั้นการฉีดวัคซีนจะช่วยลดความรุนแรงของโควิด-19 ผู้ที่อาศัยในจังหวัดชลบุรี ควรได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด 19 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว หญิงตั้งครรภ์ เนื่องจากผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ไม่ได้ฉีดวัคซีน มีโอกาสจะมีอาการรุนแรงมากกว่าผู้ที่ฉีดวัคซีน ซึ่งนำไปสู่การเสียชีวิตจากโรคโควิด 19 และกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว หญิงตั้งครรภ์ จะมีอาการมากกว่ากลุ่มอื่น

การระบาดของโควิด-19 ระลอกเดือนเมษายน เริ่มจากแหล่งสถานบันเทิง สู่ครอบครัว มาสู่เพื่อนร่วมงาน มาสู่ชุมชนที่พักอาศัยพนักงาน แรงงาน ซึ่งมีปัจจัยเสี่ยงมาจากการทานข้าวร่วมกัน หรือมีกิจกรรมใกล้ชิด สังสรรค์แม้จะเป็นเพียงกลุ่มเล็ก 2-3 คนในเพื่อนสนิท ทำให้เกิดการระบาดเป็นกลุ่มก้อน (Cluster) ในที่มีผู้คนรวมตัวกัน ทั้งในในสถานประกอบการ ตลาด แคมป์คนงานก่อสร้าง และชุมชนที่พักอาศัย ค่ายทหาร ขอความร่วมมือ แหล่งชุมชุมชนดังนี้

ตลาด 1. ผู้ค้าหรือลูกจ้าง ไม่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ค้าหรือลูกจ้างร้านอื่น ๆ ไม่ทานอาหารใกล้ชิดด้วย 2. ไม่สังสรรค์ 3. ป่วยต้องหยุด 4. ทำความสะอาดห้องน้ำสม่ำเสมอ โดยเฉพาะจุดสัมผัสร่วม หลังออกจากห้องน้ำต้องล้างมือทุกครั้ง ไม่ใช้มือจับหน้าโดยไม่ล้างมือ 5. ใส่แมสก์ตลอดเวลา 6. เมื่อมีผู้ติดเชื้อในตลาด หากมีการตรวจเชิงรุก ขอให้รับการตรวจเชิงรุกทุกคน 7. เมื่อมีการปิดตลาด ขอความร่วมมือผู้สัมผัส หรือมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อให้หยุดอยู่บ้าน 8. ไม่รับแรงงานต่างด้าวจากพื้นที่เสี่ยง 9 มีการสุ่มตรวจ ATK สม่ำเสมอ

สถานประกอบการ 1. ไม่สังสรรค์ ไม่ตั้งวงดื่มเหล้า 2. อาหารต้องไม่ทานใกล้ชิดด้วย 3. ป่วยต้องหยุด 4. จุดสัมผัสร่วม ต้องทำความสะอาดบ่อยๆ เช่น ลูกบิด ราวบันได สแกนนิ้วมือ เซ็นชื่อแล้วต้องล้างมือทันที 5. เคร่งครัดในสุขอนามัยส่วนบุคคล ใส่แมสก์ตลอดเวลา ล้างมือบ่อยๆ อยู่ห่างๆกัน 6 สุ่มตรวจ ATK สม่ำเสมอ

สำหรับผู้สัมผัสใกล้ชิดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ต้องมีการกักตัวอย่างเข้มงวด ไม่ออกไปแพร่เชื้อ