หัวหินขับเคลื่อนสมาร์ท ซิตี้-ขอขยายสนามบินรับนักท่องเที่ยว

วันที่ 28 ต.ค. 2564 เวลา 20:01 น.
 หัวหินขับเคลื่อนสมาร์ท ซิตี้-ขอขยายสนามบินรับนักท่องเที่ยว
ประจวบคีรีขันธ์-หัวหิน พร้อมขับเคลื่อนสมาร์ท ซิตี้ ดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวพร้อมเปิดพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยวเมืองหัวหิน หอการค้าเสนอแผนขอขยายสนามบินรองรับนักท่องเที่ยว

เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2564 นายจีรวัฒน์ พราหมมณี ปลัดเทศบาลเมืองหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้เทศบาลเมืองหัวหิน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีความพร้อมเปิดพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยวเมืองหัวหิน 86 ตารางกิโลเมตรใน 2 ตำบลคือ ตำบลหัวหิน และ ตำบลหนองแก รับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ได้รับวัคซีนครบแบบไม่กักตัว โดยทางเทศบาลเมืองหัวหินนั้นมีความพร้อมที่จะทำการสนับสนุนการขับเคลื่อนสมาร์ท ซิตี้ เพื่อดูแลความปลอดภัยประชาชนและนักท่องเที่ยว โดยมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดความคมชัดสูงมีระบบตรวจจับใบหน้าเฝ้าระวังผู้ที่มีประวัติอาชญากรรมกว่า 400 ตัว ในจุดสำคัญกว่า 100 จุด และหากมีการพัฒนาแอปพลิเคชั่นติดตามนักท่องเที่ยวก็สามารถที่จะเชื่อมโยงระบบมายังศูนย์ควบคุมสั่งการหรือคอมมานด์ เซ็นเตอร์ ที่สำนักงานเทศบาลเมืองหัวหินได้ เพื่อกำกับดูแลการท่องเที่ยวให้เป็นไปตามแนวทางที่กำหนด และหากพบนักท่องเที่ยวติดเชื้อโควิด 19 ขึ้นมาทางหน่วยงานด้านสาธารณสุข ก็ได้เตรียมพร้อมระบบส่งต่อเข้ารับการรักษาไว้แล้วเพื่อไม่ให้มีปัญหาการแพร่ระบาดในพื้นที่ ส่วนข้อกังวลเกี่ยวกับคลัสเตอร์การระบาดของโรคโควิด 19 ที่ตลาดฉัตร์ไชย พื้นที่การค้าสำคัญของเมืองหัวหิน นั้น ขณะนี้สามารถควบคุมได้แล้วในระดับหนึ่งจึงเชื่อได้ว่าจะไม่มีปัญหาต่อการเปิดเมืองหัวหิน โดยได้เน้นย้ำให้ผู้ประกอบการค้าทุกรายที่เข้ามาค้าขายในตลาดจะปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ขณะที่ผู้ประกอบการรถโดยสารสาธารณะที่หัวหินก็มีความพร้อมเช่นกันโดยมีการเข้ารับการตรวจประเมินรับรองมาตรการ SHA เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวที่จะมาใช้บริการ

นางสาวแสงจันทร์ แก้วประทุมรัสมี ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่าการเปิดเมืองหัวหินเพื่อนำร่องด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นั้น ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันลงพื้นที่สร้างความรู้ความเข้าใจกับผู้ประกอบการโรงแรม ร้านค้า ร้านอาหาร ผู้ประกอบด้านการท่องเที่ยวและบริการ ถึงการสร้างมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย หรือมาตรฐาน SHA เพื่อรองรับการเปิดเมืองหัวหินรับนักท่องเที่ยวต่างชาติในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 ก่อนขยายพื้นที่การท่องเที่ยวไปยังอำเภออื่นๆ ในระยะต่อไป โดยล่าสุดได้มีการประเมินรับรองสถานประกอบการและบริการที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน SHA ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยแล้ว 169 แห่ง ในจำนวนนี้มี 75 แห่งที่ได้รับมาตรฐาน SHA Plus+ คือบุคลากรร้อยละ 70 ได้รับวัคซีนโควิดครบ 2 เข็ม ส่วนกิจการร้านค้าและบริการรายย่อยที่ได้รับมาตรฐาน SHA Plus ของ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีจำนวน 137 แห่ง และยังคงเร่งรณรงค์ให้ผู้ค้าผู้ประกอบการร่วมกันสร้างมาตรฐานดังกล่าวอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างความมั่นใจในการเข้าใช้บริการให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19

สำหรับการจัดการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ รายการ PT PRACHUAP GRANDPRIX 2021 ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24-28 พฤศจิกายน นี้นั้น จะมีทีมนักแข่งรถและนักท่องเที่ยวจากจังหวัดต่างๆ เดินทางเข้ามาในพื้นที่โดยต้องเป็นผู้ที่ได้รับวัคซีนครบโดสตามเวลาที่กำหนด โดยขณะนี้ทางผู้จัดการแข่งขันอยู่ระหว่างการเสนอแผนการจัดกิจกรรมให้ที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พิจารณาเพื่อให้มีความปลอดภัยและเป็นไปตามมาตรการป้องกันควบคุมโรคของกระทรวงกระทรวงสาธารณสุข รวมทั้งเกิดผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่น้อยที่สุด คาดว่าการจัดกิจกรรมในครั้งนี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจสร้างเม็ดเงินสะพัดตลอดทั้ง 5 วันประมาณ 100 ล้านบาท

น.ส.ภัสศรัณย์ ชำนาญกิจ พาณิชย์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า การจัดทำตราสัญลักษณ์ผลิตภัณฑ์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หรือแบรนด์จังหวัด นั้น ขณะนี้ได้ผลงานที่ชนะเลิศการประกวดการออกแบบแล้ว และอยู่ระหว่างการร่างระเบียบและวิธีใช้ตราสัญลักษณ์ดังกล่าวเพื่อให้มีหลักเกณฑ์ในการขออนุญาตใช้งานจากหน่วยงานต่างๆ หรือให้ผู้ประกอบการที่ผ่านการรับรองจากหน่วยงานภาครัฐสามารถที่จะขออนุญาตนำไปใช้ติดบนสินค้าและบริการได้เพื่อสร้างอัตลักษณ์ของจังหวัดให้เป็นรู้จักแพร่หลาย

นายศุรอัฐ ณรงค์ฤทธิ์ ประธานหอการค้า จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางหอการค้าจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้ขอให้หน่วยงานภาครัฐเร่งผลักดันแผนการพัฒนาท่าอากาศยานหัวหิน ด้วยการขยายลานจอดเครื่องบิน และอาคารที่พักผู้โดยสาร เพื่อเพิ่มศักยภาพรองรับเที่ยวบินในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งการเสนอให้เร่งผลักดันการยกระดับจุดผ่อนปรนพิเศษด่านสิงขรเป็นจุดผ่านแดนถาวร โดยขอให้ทางจังหวัดประสานไปยังหน่วยงานส่วนกลาง เพื่อพิจารณายกเว้นไม่ต้องนำเรื่องการลงนามรับรองผลการสำรวจรายละเอียดเขตแดนร่วมกัน 2 ประเทศ มาเป็นอุปสรรคต่อการประกาศยกระดับด่านสิงขรเป็นจุดผ่านแดนถาวร โดยมั่นใจว่าหากด่านสิงขรเป็นจุดผ่านแดนถาวร จะสร้างมูลค่าการค้าชายแดนไทย-เมียนมา ได้มากถึงปีละ 5,000 - 10,000 ล้านบาท