มท.1ลงพื้นที่บรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยน้ำท่วมย้ำ"เราจะไม่ทิ้งกัน"

วันที่ 26 ต.ค. 2564 เวลา 16:13 น.
มท.1ลงพื้นที่บรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยน้ำท่วมย้ำ"เราจะไม่ทิ้งกัน"
รมว.มหาดไทยนำคณะลงพื้นที่เยี่ยมเยียนบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยน้ำท่วมในอ.สองพี่น้อง เน้นย้ำ"เราจะไม่ทอดทิ้งกัน"ทั้งช่วงประสบภัยและหลังจากน้ำลด

เมื่อวันที่ 26 ต.ค. ที่วัดโบสถ์ดอนลำแพน อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พร้อมคณะตรวจเยี่ยมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยและมอบถุงยังชีพให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วมใน.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี โดยมี นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย และผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมร่วมลงพื้นที่

พล.อ.อนุพงษ์ เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม มีความห่วงใยพ่อแม่พี่น้องประชาชนได้มีข้อสั่งการให้รัฐมนตรีแต่ละกระทรวงลงพื้นที่เยี่ยมเยียนให้กำลังใจพี่น้องประชาชนและติดตามการแก้ไขปัญหาสถานการณ์อุทกภัยในแต่ละพื้นที่ พร้อมทั้งดูแลในด้านการเยียวยาฟื้นฟูหลังน้ำลดเพื่อให้พี่น้องประชาชนกลับไปใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุขโดยเร็ว ในวันนี้คนพร้อมด้วย รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ พร้อมผู้บริหารระดับสองของสองกระทรวงได้มาให้กำลังใจผู้ประสบภัย

ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่าปริมาณฝนในปีนี้ เมื่อเทียบกับปี 54 ค่าเฉลี่ยฝนที่ตกในพื้นที่ตรงนี้มากกว่าเกณฑ์เฉลี่ย รวมทั้งพื้นที่บริเวณนี้อยู่ในบริเวณลุ่มน้ำแม่น้ำน้อย แม่น้ำท่าจีน แม่น้ำป่าสัก ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นแล้ว จึงขอฝากให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ดูแลให้ความช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง และสร้างการรับรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการปฏิบัติตนในช่วงสถานการณ์น้ำท่วม โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านความปลอดภัยในการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า และสุขาที่ถูกสุขลักษณะ และหลังจากน้ำลดแล้ว "เราจะไม่ทอดทิ้งกัน" โดยจะเร่งดำเนินการด้านการเยียวยาช่วยเหลือต่อไป

พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ในเรื่องการระบายน้ำและการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ จะมีคณะกรรมการลุ่มน้ำจังหวัด ประชุมหารือวางแผนการบริหารจัดการน้ำ โดยจ.สุพรรณบุรีเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากมรสุมและน้ำหลากจากลุ่มน้ำต่าง ๆ เช่นเดียวกับชัยภูมิ นครราชสีมา ขอนแก่น และมหาสารคาม จังหวัดที่อยู่ปลายน้ำจะได้รับผลกระทบมากที่สุด ประเทศไทยเราเป็นประเทศที่ต้องรับน้ำฝน เราบังคับฝนให้ตกเฉลี่ยไม่ได้ พอฝนตกไปที่ใดที่หนึ่งมากเราต้องรีบระบาย คณะกรรมการลุ่มน้ำจังหวัดต้องสร้างการรับรู้ให้ประชาชนเข้าใจ รวมถึงในเรื่องการซ่อมแซมเยียวยา ต้องดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย โดยมีคณะกรรมการช่วยเหลือผู้ประสบภัยอำเภอและจังหวัด (คชพ.อำเภอ คชพ.จังหวัด) เข้าไปสำรวจ และให้การเยียวยา

อย่างไรก็ตาม ทุกฝ่ายได้น้อมนำพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งได้พระราชทานไว้ว่า "บ้านเรือนพี่น้องประชาชนที่เสียหาย ให้ทุกหน่วยงานรีบซ่อมแซมให้เขากลับไปใช้ชีวิตปกติโดยเร็วที่สุด" หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะรีบสำรวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานต่าง ๆ เร่งระดมสรรพกำลังช่างในท้องถิ่น ช่วยกันซ่อมแซม และเรายังมีหน่วยงานที่ลงมาช่วยซ่อมประจำ คือ ทหาร ตำรวจ และกลุ่มอาชีวะ ซึ่งกลุ่มอาชีวะเป็นส่วนที่สำคัญที่จะช่วยซ่อมแซมทั้งบ้าน ยานพาหนะ เครื่องมือ เครื่องใช้ไฟฟ้า นอกจากนี้ ภาครัฐจะต้องดูแลพี่น้องประชาชนให้ดีที่สุด ผมและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะรีบดำเนินการหาแนวทางช่วยเหลือให้ครอบคลุมทุกด้าน

นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ในนามของชาวอำเภอสองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี ขอขอบคุณรมว.มหาดไทยที่ได้มาตรวจเยี่ยมให้กำลังใจ สิ่งที่กระทรวงมหาดไทยรวมถึงทุกส่วนราชการได้ทำ เป็นการมอบความห่วงใย มอบถุงยังชีพให้กับเรา เป็นการช่วยเหลือในเบื้องต้น หลังจากนี้ รมว.มหาดไทย จะได้นำสภาพปัญหาไปเรียนท่านนายกรัฐมนตรีและหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมการช่วยเหลือเยียวยาและฟื้นฟูต่อไป ทั้งด้านบ้านพักอาศัย พื้นที่เกษตร ถนนหนทาง หากพ่อแม่พี่น้องประชาชนครัวเรือนใดได้รับความเดือดร้อน สามารถแจ้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ เพื่อประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้ความช่วยเหลือ

จากนั้น รมว.มหาดไทย ได้มอบถุงยังชีพให้กับผู้ประสบอุทกภัยจำนวน 90 ชุด พร้อมลงเรือตรวจเยี่ยมมอบถุงยังชีพให้กับผู้ประสบอุทกภัยถึงยังบ้านเรือนประชาชนที่ไม่สามารถเดินทางออกจากบ้านพักอาศัยได้

ด้าน นายณัฐภัทร์ สุวรรณประทีป ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวว่า สาเหตุที่จ.สุพรรณบุรีประสบปัญหาอุทกภัยในปีนี้เกิดจากอิทธิพลจากพายุโซนร้อนเตี้ยนหมู่ และคมปาซุ ทำให้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ต่อเนื่อง ประกอบกับประตูระบายน้ำพลเทพ ประตูระบายน้ำโพธิ์พระยา และประตูระบายน้ำสองพี่น้อง ได้เพิ่มปริมาณการระบายน้ำลงสู่แม่น้ำท่าจีน ส่งผลให้มีน้ำท่วมขังในพื้นที่ริมแม่น้ำและพื้นที่ลุ่มต่ำ โดยขณะนี้จังหวัดสุพรรณบุรีได้ประกาศเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินแล้วและในภาพรวม มีพื้นที่ประสบอุทกภัยจำนวน 10 อำเภอ 2 เทศบาล 108 ตำบล 35 ชุมชน 983 หมู่บ้าน 44,394 ครัวเรือน 86,915 คน ซึ่งทางจังหวัดสุพรรณบุรี และทุกภาคส่วนได้ร่วมกันให้ความช่วยเหลือเเล้วตามลำดับ