"บิ๊กป้อม"มอบ“ธรรมนัส-นฤมล” ช่วยน้ำท่วมโคราช

วันที่ 23 ต.ค. 2564 เวลา 15:07 น.
"บิ๊กป้อม"มอบ“ธรรมนัส-นฤมล” ช่วยน้ำท่วมโคราช
บรรเทาทุกข์ชาวโคราช "บิ๊กป้อม" มอบ“ธรรมนัส-นฤมล” ลงพื้นที่ลุยช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม สั่งรับมือพายุ”หมาเหล่า" จ่อเข้าปลายตุลาคมนี้

ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชาชารัฐ (พปชร.) พร้อมด้วยศาสตราจารย์นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรคพลังประชารัฐ พร้อมด้วยนายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ,นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม , นางทัศนียา รัตนเศรษฐ จังหวัดนครราชสีมา เขต 7 พรรคพลังประชารัฐ , นายณัฏฐพล จรัสรพีพงษ์จังหวัดสุรินทร์ เขต 2 พรรคพลังประชารัฐ, ลงพื้นที่ จังหวัดนครราชสีมา เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วม ซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน ทั้งบ้านเรือน พืชสวน ไร่นา เบื้องต้นได้รับความเสียหายในหลายพื้นที่ โดยได้รับมอบหมายจากพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เพื่อร่วมหาแนวทางในการแก้ปัญหาน้ำท่วมจากพายุ 2 ลูกก่อนหน้านี้ที่ทำให้ฝนตกหนักในพื้นที่จนเกิดน้ำท่วม และการเตรียมรับมือพายุหมาเหล่าที่กำลังจะเข้าอีกลูกในช่วงปลายเดือนตุลาคมนี้

ทั้งนี้ในจุดแรก ร้อยเอกธรรมนัส ได้ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมกระสอบทรายแนวป้องกันน้ำบริเวณริมคลองโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา เพื่อวางแนวทางการป้องกันหากเกิดน้ำท่วมซ้ำอีก หลังจากที่น้ำได้ลดระดับเข้าสู่ภาวะปกติไปเมื่อวานนี้ (22 ต.ค.) เนื่องจากโรงพยาบาลนครราชสีมานับเป็นพื้นที่สำคัญที่รองรับผู้ป่วยมากที่สุด แม้จะมีถึง 1,000 เตียง ก็ไม่เพียงพอทำให้ผู้ป่วยบ้างรายต้องนอนบริเวณทางเดินด้านนอก เมื่อเกิดน้ำท่วมยิ่งส่งผลกระทบกับผู้ป่วยที่จะเข้ามาใช้บริการ และบุคลากรทางการแพทย์

ร้อยเอกธรรมนัส เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่พบว่าปัญหาหลักคือพนังกั้นน้ำชำรุด จึงได้ประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา และกรมโยธา ในการจัดให้จัดทำแผนงบประมาณการก่อสร้างเพื่อจะได้เสนอต่อรองนายกรัฐมนตรี เป็นการเร่งด่วน ส่วนการแก้ปัญหาในระยะสั้นที่ปลายเดือนจะมีพายุ “หมาเหล่า” อาจจะส่งผลกระทบโดยตรง จึงประสานเพิ่มกระสอบทรายเพื่อวางแนวกั้น และติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่ม และได้กำชับให้ ให้ส.ส.ในพื้นที่เร่งประสาน มอบถุงยังชีพ บรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นแล้ว พร้อมประสานกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวทางเยียวยา พื้นที่ทำกินของเกษตรกรที่ได้รับความเสียหายตามขั้นตอนและระเบียบราชการ

ทั้งนี้ในโอกาสลงพื้นที่ ได้มอบถุงยังชีพ ซึ่งเป็นสิ่งของอุปโภคบริโภคที่จำเป็น เพื่อเป็นกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่และบุคลากรของโรงพยาบาล และได้นำทีม ส.ส. ลงพื้นที่ต่อเนื่อง ไปยังวัดหมื่นไวย ต.หมื่นไวย อ.เมือง จ.นครราชสีมา เพื่อมอบถุงยังชีพ และสิ่งของที่จำเป็นให้กับชาวบ้านในชุมชนหมื่นไวย ซึ่งยังได้รับความเดือดร้อนจากน้ำที่ยังคงท่วมขังอยู่ พร้อมเป็นกำลังใจและรับฟังปัญหาความทุกข์ร้อนของประชาชนในพื้นที่

ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า พลเอกประวิตร ได้กำชับตลอดว่าให้ดูแลประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วมอย่างเร่งด่วน เพื่อวางแนวทางแก้ปัญหากับหน่วยงานราชการในพื้นที่เพื่อแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน โดยขณะนี้ยังมีพื้นที่อีก 10 อำเภอ ที่ยังคงมีน้ำท่วมขังอยู่ และยังต้องรองรับน้ำจากเขื่อนที่อาจจะถูกพร่องลงมาจากเขื่อนอีก โดย 4 เขื่อนหลัก ยังมีน้ำเกินกว่าความจุที่กรมชลประทานยังไม่ได้พร่องออกมา โดยเขื่อนลำตะคลองเกิน ขณะนี้มีปริมาณ 325.51 ล้านลูกบาศก์เมตร จากความจุของเขื่อนที่กักเก็บได้เพียง 314 ล้านลูกบาศก์เมตร ,เขื่อนลำพระเพลิง ปริมาณน้ำ 156.88 ล้านลูกบาศก์เมตร จากความจุเขื่อน 155 ล้านลูกบาศก์เมตร ,เขื่อนลำแซะ ปริมาณน้ำ 272 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งใกล้จะเกินความจุของเขื่อน 275 ล้านลูกบาศก์เมตร ,เขื่อนลำมูลบน 142.65 ล้านลูกบาศก์เมตร จากความจุกักเก็บทั้งหมดที่ 141 ล้านลูกบาศก์เมตร เกินขนาดความจุ ยังไม่ยอมให้น้ำผ่านออกมา เป็นพายุที่เกิดก่อนหน้านี้ที่ตกหลังเขื่อน

ด้านศาสตราจารย์นฤมล กล่าวว่า จากข้อเสนอแนะของภาคประชาชนในการลงพื้นที่ครั้งนี้ เกี่ยวกับ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อใช้ในการรับความช่วยเหลือจากภาค ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับปรุง ระบบเงื่อนไขการใช้ใหม่ โดย ส.ส.ในพื้นที่จะเข้ามาแจ้งให้ประชาชนเข้าไปลงชื่อ คาดว่าจะใช้เวลาอีกไม่นาน การเข้ามาพบปะ ครั้งนี้ เพื่อมารับทราบปัญหาต่างๆ เพื่อนมาเป็นแนวทางแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน ใน จ. นครราชสีมา ทั้งนี้พื้นที่เขตการเลือกตั้งใน จ นครราชสีมา ปัจจุบัน มี 14 เขต หากมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นที่เรียบร้อยแล้วจะทำให้มี ส.ส เพิ่มเป็น 16 เขต ที่จะมีการเลือกตั้งใหม่ ในครั้งหน้า โดย พรรค พร้อมส่ง สส เข้ามาดูแล เขตเลือกตั้ง ทุกเขต และ ขอให้พรรค พปชร อยู่ในใจ ของพี่น้องประชาชน ซึ่งเราพร้อมแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนในทุกเรื่อง

ขณะที่นายวิรัช กล่าวว่า ตนเองเห็นความเดือดร้อนของโรงพยาบาลที่ต้องรองรับผู้ป่วยจำนวนมากในแต่ละวัน และยังต้องต่อสู้กับโควิด-19 ทำให้การดำรงชีวิตของประชาชน มีความลำบาก ทางพรรค ต้องการเข้ามารับฟังปัญหาโดยตรงจากประชาชน