“เต้ มงคลกิตติ์”รอดนอนคุกที่บุรีรัมย์ ใช้เงินเดือนสส.ประกันตัว

วันที่ 21 ต.ค. 2564 เวลา 20:47 น.
“เต้ มงคลกิตติ์”รอดนอนคุกที่บุรีรัมย์ ใช้เงินเดือนสส.ประกันตัว
“เต้ มงคลกิตติ์” รอดนอนคุกใช้เงินเดือนส.ส.ยื่นประกันตัว 4.5 หมื่นบาท ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ส่วนที่ถูกแจ้งข้อหาเพิ่มชี้ไม่เกิดความเป็นธรรม

ความคืบหน้ากรณีนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ เข้ามอบตัวกับ พ.ต.ท.ไชยา สระโสม พนักงานสอบสวน สภ.เมืองบุรีรัมย์ หลังศาลแขวงบุรีรัมย์ ได้อนุมัติออกหมายจับ เลขที่ จ.321/2564 ลงวันที่ 20 ต.ค.64 กระทำความผิดฐานทุจริตหรือหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หมิ่นประมาทโดยการโฆษณาใช้เวลาในการสอบปากคำ นายมงคลกิตติ์ เป็นเวลาเกือบ 3 ชั่วโมง จากนั้นนายมงคลกิตติ์ ได้รับการประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน โดยใช้เงินเดือนในตำแหน่ง ส.ส.ยื่นขอประกันวงเงิน 45,000 บาท

นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า ที่เดินทางมาในวันนี้ก็ได้มารับทราบข้อกล่าวหาตามที่ถูกออกหมายจับคดีหมิ่น และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ แต่ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ซึ่งก็จะใช้พยานเอกสาร หลักฐาน และพยานบุคคล ให้พนักงานสอบสวนนำสืบพยานบุคคลที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นฑูตญี่ปุ่น ผู้ว่าการรถไฟฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ สน.ลุมพินี และเจ้าของร้านอีก 2 ร้าน รวมถึงคนใกล้ชิดที่เกี่ยวข้องในกระทรวงคมนาคมว่าติดโควิดจากจุดไหนอย่างไร ซึ่งเป็นการต่อสู้ในชั้นพนักงานสอบสวน ซึ่งก็จะรวบรวมหลักฐานมายื่นต่อพนักงานสอบสวนเพื่อให้เห็นว่าที่พูดไปเพราประโยชน์สาธารณะ

ส่วนกรณีที่ผู้กำกับการ สภ.เมืองบุรีรัมย์ มีการแจ้งความเพิ่มอีก 1 ข้อหาคือหมิ่นประมาทเจ้าพนักงาน เบื้องต้นก็ทราบเรื่องแล้ว แต่ถ้าจะดำเนินเนินคดีก็ต้องออกหมายเรียกไปหลังจากนี้ตามขั้นตอน แต่ส่วนตัวก็ไม่ได้อยากเอาเรื่องกับใครในชั้นพนักงานสอบสวนหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจ กรณีที่นำหมายจับของตนเองไปเผยแพร่ในโซเชียล ซึ่งเป็นเอกสารปิดผนึกที่มีข้อมูลส่วนตัวของตนเองอยู่ด้วย ซึ่งถือเป็นความผิดฐานประพฤติมิชอบส่วนตัวก็ไม่ได้มีเรื่องกับพนักงานสอบสวน ถ้าพอจะพูดคุยกันได้ก็จะไม่เอาเรื่อง มองว่าพนักงานสอบสวนควรจะเป็นกลาง ไม่ใช่ ผกก. หรือพนักงานสอบสวนมาเป็นโจทก์ เพราะไม่อย่างนั้นตนต้องทำเรื่องถึง ผบ.ตร. ให้ย้าย ผกก.ออกนอกพื้นที่ทันทีเพราะถือว่าเป็นคู่อริกับผู้กล่าวหา ซึ่งตนก็จะต้องเสนอให้ย้าย 5 เสือเพราะไม่เช่นนั้นการทำคดีของตนเองก็จะไม่ได้รับความเป็นธรรม ผกก. และพนักงานสอบสวนควรจะเป็นคนกลางในการทำคดีไป

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าในอนาคตจะมีแนวโน้มในการไกล่เกลี่ยคดีหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาหรือไม่ นายมงคลกิตติ์ ก็ตอบว่าเมื่อถึงเวลาหนึ่งก็ว่ากันไป เพราะสิ่งที่ตนพูดไปเป็นเรื่องผลกระทบต่อสวนรวมแต่อาจจะมีตัวบุคคลเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งท่านเป็นฝ่ายบริหารก็จะถูก ส.ส.ฝ่ายค้านตรวจสอบท้วงติงก็เป็นเรื่องปกติ ถ้าท่านทนไม่ได้ท่านก็ควรจะออกจากตำแหน่งแต่ถ้าทนได้ท่านก็ต้องยอมรับการตรวจสอบ