ชาวสวนทุเรียนเมืองจันทร์ยิ้มออกน้ำแห้งสนิทตามบัญชาปลัดมท.

วันที่ 18 ต.ค. 2564 เวลา 20:29 น.
ชาวสวนทุเรียนเมืองจันทร์ยิ้มออกน้ำแห้งสนิทตามบัญชาปลัดมท.
จันทรบุรี- ปภ.เร่งสูบน้ำทั้งวันทั้งคืนกู้สวนผลไม้เมืองจันทร์ไม่ให้ถูกน้ำท่วมตาย จนสถานการณ์เกือบเข้าสู่ภาวะปกติ หลังปลัดมหาดไทยกำชับสูบน้ำให้แห้งภายใน 2 วัน ชาวสวนดีใจต้นทุเรียนพืชเศรษฐกิจไม่เน่าตาย จี้แก้ปัญหาน้ำท่วมในระยะยาว

เมื่อวันที่ 18 ต.ค. สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่อ.ขลุง จ.จันทรบุรี โดยเฉพาะที่ ต.วังสรรพรส และ ต.บ่อ ที่ได้รับความเสียหายอย่างหนักเนื่องจากเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ ทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 17 จันทบุรี ร่วมกับนายอำเภอขลุง อบต.บ่อ ลงพื้นที่เพื่อติดตามการสูบน้ำจาก คลองสาขาของแม่น้ำเวฬุ ต.บ่อ ลงสู่แม่น้ำเวฬุ ที่ติดกับต.ประณีต อ.เขาสมิง จ.ตราด เพื่อให้น้ำระบายออกจากพื้นที่อ.ขลุงได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มวลน้ำกว่า ร้อยละ 90 ได้ระบายออกจากพื้นที่ 2 ตำบล ในอ.ขลุง และยังเหลืออยู่อีกประมาณ ร้อยละ 10 จึงจะแห้งสนิท โดยได้เริ่มปฏิบัติการสูบน้ำ มาตั้งแต่ เวลา 20.30 น. ของวันที่ 16 ต.ค.ที่ผ่านมาและมีเป้าหมายที่จะระบายน้ำ ต่อไป จนถึงวันที่ 19 ต.ค.เวลา 08.00 น. จึงจะหยุดเดินเครื่องสูบน้ำ ทั้ง 2 เครื่อง ที่ได้ทำงานติดต่อกันมากกว่า 34 ชั่วโมง ซึ่งก่อนหน้านี้ ได้เร่งสำรวจ เส้นทางการระบายน้ำที่จะสูบลงสู่แม่น้ำเวฬุ ในต.ประณีต อ.เขาสมิง จ.ตราด ซึ่งจะไม่ส่งผลกระทบต่อบ้านเรือนประชาชน และมวลน้ำทั้งหมดจะสามารถระบายลงสู่ทะเล 

นายฐิตนันท์ อุดมสุข ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 17 จันทบุรี เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 16 ต.ค.นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทยได้มาตรวจติดตามในพื้นที่ และได้สอบถามชาวบ้าน แจ้งว่าน้ำท่วมมา 3-4 วันแล้ว ถ้าอยู่ต่ออีก 3-4 วันอาจจะทำให้สวนทุเรียนเสียหายได้ ทางศูนย์ปภ.เขต17 ได้มาติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ 2 เครื่อง เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 16 ต.ค.ตอน 2ทุ่ มครึ่ง เริ่มเดินเครื่องได้ จนถึงเวลานี้เราอยู่เราไม่ได้หยุดเครื่องเลย ยังเดินเครื่องตลอด จนน้ำแห้งเกือบเป็นปกติแล้ว ยังเหลืออีกประมาณ 10% เท่านั้นไม่เกินคืนนี้ก็น่าจะกลับสู่ภาวะปกติ 100% ซึ่งเป็นไปตามข้อสั่งการที่ให้สูบน้ำให้แห้งภายใน 2 วัน

ด้านนายมานพ ใจถาวรเกษตรกร ชาวสวนทุเรียน ต.วังสรรพรส อ.ลุง กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมที่ถือเป็นรอบที่ 3 ของปีนี้ ความเสียหายครั้งล่าสุด ถือว่ามากที่สุด ในรอบ 10 ปี ระดับน้ำท่วมสูงถึง 50 เซนติเมตร และเข้าท่วมขังภายในสวนทุเรียน นาน ประมาณ 3 วัน น้ำจึงเริ่มลดลง หลังจากเริ่มท่วมขังในวันที่ 13 ต.ค.และนิ่งรอการระบาย จนวันที่ 16 ต.ค.ระดับน้ำเริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง และยังโชคดีที่ว่าต้นทุเรียน อายุ 15 -20 ปี จึงมีความทนทานต่อโรค ยังสามารถยืนต้นต่อได้ แต่ภายหลังน้ำลด ก็จะต้องเฝ้าระวังและคอยสังเกตุ อาการรากเน่าและโรคต่างๆที่อาจจะมากับน้ำ ซึ่งยังต้องใช้เวลาในการเฝ้าสังเกตติดตาม ความเสียหายต่อไป นอกจากนี้ยังต้อง เตรียมค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการเร่งบำรุงดิน และบำรุงต้นทุเรียนต่อไป

ทั้งนี้ ดีใจที่ทางปลัดกระทรวงมหาดไทยได้กำชับให้ส่วนราชการเข้ามาช่วย การแก้ปัญหาระยะยาวต้องจริงจังกับการป้องกันน้ำท่วม ไม่เช่นนั้นจะเป็นอย่างนี้ทุกปี คือบางสวนปลูกทุเรียนมา 3-5 ปี กำลังจะได้ผล น้ำท่วมครั้งเดียวหมดเลย แล้วเขาต้องมานับหนึ่งใหม่ ซึ่งมันไม่ใช่วิธีที่ดี  สำหรับชาวสวนเรา จะเอาทุนที่ไหน มาปลูก ปลูกแล้วก็ตายกำลังจะได้ผลน้ำก็ท่วม

สำหรับ สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จ.จันทบุรี  ปัจจุบัน ถือว่ากลับเข้าสู่ภาวะปกติ และทางภาครัฐ อยู่ระหว่างเร่งสำรวจความเสียหายพื้นที่เกษตรกรรม โดยเฉพาะพื้นที่ต.วังสรรพรส อ.ขลุงได้รับความเสียหายทั้งหมด หลังน้ำลด ยังต้องเฝ้าติดตามการฟื้นตัวของแต่ละสวน บางสวนที่ทุเรียนอายุน้อยไม่ถึง 5 ปี อาจจะได้รับควาามเสียหายสิ้นเชิง แต่ทุเรียนอายุ 10-15 ปี จะสามารถกลับมาฟื้นตัวได้ รวมทั้งสวนผลไม้อื่นๆในพื้นที่ ส่วนใหญ่ สามารถทนทานต่อสภาพน้ำท่วมขังได้ดี หลังจากนี้ชาวสวนในพื้นที่วังสรรพรส จะได้นำเสนอปัญหา ลำรางสาธารณะที่ลดลง บางแห่งตื้นเขิน ทำให้การระบายน้ำเป็นไปด้วยความยากลำบากมากยิ่งขึ้น ซึ่งทางภาครัฐจะได้เร่งสำรวจลำรางสาธารณะ ที่มีอยู่ เพื่อพัฒนาให้ใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพต่อไป