ขอนแก่นปรับแผนระบายน้ำเขื่อนอุบลรัตน์รับ"คมปาชุ"

วันที่ 16 ต.ค. 2564 เวลา 14:31 น.
ขอนแก่นปรับแผนระบายน้ำเขื่อนอุบลรัตน์รับ"คมปาชุ"
ขอนแก่น-จับตามวลน้ำหนุนจากชัยภูมิและเลย หลัง “คมปาชุ” พัดถล่มพื้นที่ปรับการระบายน้ำเขื่อนอุบลรัตน์หลังมวลน้ำไหลเข้าเขื่อนเกือบวันละ 50 ล้าน ลบ.ม.

อิทธิพลของพายุโซนร้อน “คมปาชุ” ที่พาดผ่านพื้นที่จ.ขอนแก่น ทำให้เกิดฝนตกหนักต่อเนื่อง ส่งผลให้ปริมาณน้ำของเขื่อนอุบลรัตน์ล่าสุดมีระดับน้ำอยู่ที่ 2,300 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็น 96% ของความจุอ่าง โดยสามารถรองรับน้ำได้อีกประมาณ 131 ล้าน ลบ.ม.

ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำ ได้มีการพิจารณาเพิ่มการระบายน้ำจากวันละ 10 ล้าน ลบ.ม.เป็นวันละ 13 ล้าน ลบ.ม. ในวันที่ 17 ต.ค.และในวันที่ 18 ต.ค.ปรับเป็น 15 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งจะส่งผลให้มวลน้ำก้อนใหญ่จากเขื่อนอุบลรัตน์จะไหลลงสู่แม่น้ำพองและไหลลงสู่แม่น้ำชีภายใน 3 วันตามการบริหารจัดการน้ำ

นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น กล่าวว่า ยังคงต้องติดตามสถานการณ์น้ำที่ไหลลงสู่เขื่อนอุบลรัตน์ ที่มีอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะน้ำจาก จ.ชัยภูมิ ,เพชรบูรณ์,หนองบัวลำภู และ จ.เลย ที่ขณะนี้ปริมาณน้ำฝนลงสู่ความจุอ่างอย่างต่อเนื่องแล้ว โดยที่มวลน้ำทั้งหมดจะไหลลงสู่ลุ่มน้ำพรม-เชิญ และแม่น้ำพองตอนบนและไหลสู่เขื่อนอุบลรัตน์ตามลำดับ ซึ่งเมื่อวานที่ผ่านมานั้นเขื่อนอุบลรัตน์ มีมวลน้ำไหลเข้าพื้นที่ถึง 43 ล้าน ลบ.ม. และหากพายุฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องอย่างนี้ ก็อาจที่จะเป็นไปได้ว่าในช่วง 1-2 วันนี้ มวลน้ำน่าจะไหลลงสู่ความจุอ่างจากเส้นทางน้ำต่างๆมากถึงวันละกว่า 100 ล้าน ลบ.ม.ซึ่งหากระดับน้ำไหลลงสู่ความจุอ่างในปริมาณที่มากเช่นนี้ไม่น่าจะเกิน 2 วันระดับน้ำจะเต็มความจุอ่างอย่างแน่นอน ดังนั้นการเร่งระบายน้ำแบบขั้นบันได ตามที่ กฟผ.เสนอมา จะสามารถที่จะระบายน้ำจากเขื่อนฯลงสู่แม่น้ำพองและไหลลงสู่แม่น้ำชีตามเส้นทางของการระบายน้ำที่กำหนดไว้

“ระดับน้ำในแม่น้ำชีลดลงวันละ 10 ซม. จากการวัดระดับน้ำที่สถานีวัดระดับน้ำที่ บ.กุดกว้าง ต.เมืองเก่า อ.เมือง และ ที่ สถานีวัดระดับน้ำที่ อ.มัญจาคีรี ที่ลดลงทุกวัน เนื่องจากมวลน้ำก้อนใหญ่ของแม่น้ำชีได้ไหลเข้าสู่ จ.ร้อยเอ็ดแล้ว ซึ่งเมื่อตรวจสอบเส้นทางน้ำตามการบริหารจัดการจากนี้ไปอีก 3 วัน ระดับน้ำของแม่น้ำชีจะลดลง 30 ซม. ซึ่งจะสอดคล้องกับน้ำที่ปล่อยจากเขื่อนอุบลรัตน์ ที่มาตามแม่น้ำพอง ที่จะบรรจบกับแม่น้ำชี ที่ เขต ต.พระลับ และ ต.บึงเนียม ก่อนที่จะเข้าเขต จ.มหาสารคาม ตามเส้นทางน้ำ แต่มีตัวแปรคือปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาในระยะนี้ ดังนั้นทางจังหวัดได้แจ้งเตือนพื้นที่อำเภอที่ติดกับ จ.ชัยภูมิ,หนองบัวลำภู,เลย และ จ.เพชรบูรณ์ คือ อ.ภูผาม่าน,ชุมแพ,สีชมพู.ภูเวียง และ อ.หนองนาคำ ที่เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากจากมวลน้ำที่เกิดจากพายุในระยะนี้อย่างต่อเนื่อง”

ผวจ.ขอนแก่น กล่าวต่ออีกว่า ขณะนี้เขื่อนจุฬาภรณ์ มีระดับน้ำเก็บกักอยู่ที่ประมาณ 99% ซึ่งได้มีการประสานแผนการรับมือหากเขื่อนจุฬาภรณ์ จ.ชัยภูมิจะต้องมีการปรับการระบายน้ำที่เพิ่มขึ้นในระยะนี้ รวมทั้งการเร่งระบายน้ำตามแนวแม่น้ำชีให้ไหลลงสู่แม่น้ำมูลและแม่น้ำโขง ตามเส้นทางของน้ำให้ได้มากที่สุดภายใน 3 วันเพื่อรองรับมวลน้ำจากการระบายตามแนวแม่น้ำพอง ขณะเดียวกันยังคงมีการเร่งผันน้ำจากลุ่มน้ำต่างๆที่มีปริมาณน้ำที่มากให้เข้าสู่อ่างเก็บน้ำขนาดกลางของจังหวัดทั้ง 14 แห่ง ซึ่งยังคงพบว่า อ่างเก็บน้ำที่ อ.ภูเวียง และ อ.บ้านฝาง นั้น ยังคงมีระดับน้ำเก็บกักเพียง 10%ของความจุอ่างเท่านั้น รวมไปถึงการเก็บกักน้ำในพื้นที่แก้มลิงในเขต อ.ชุมแพ ดังนั้นการเร่งผันน้ำจากพื้นที่ลุ่มน้ำเข้าสู่อ่างเก็บน้ำในพื้นที่จึงจำเป็นจะต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วนเช่นกัน