ผบ.ตร.แถลงจับเรือบรรทุกน้ำมันเถื่อนกว่า 1 ล้านลิตร

วันที่ 15 ต.ค. 2564 เวลา 19:22 น.
ผบ.ตร.แถลงจับเรือบรรทุกน้ำมันเถื่อนกว่า 1 ล้านลิตร
สมุทรปราการ-ผบ.ตร.แถลงจับกุมเรือบรรทุกน้ำมันเถื่อนกว่า 1 ล้านลิตรจอดลอยลำปากอ่าวเจ้าพระยา ผิดพ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560 มาตรา 242

เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2564 พล.ต.อ. สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.สมควร พึ่งทรัพย์ ผู้บังคับการตำรวจน้ำ นายพชร อนันตศิลป อธิบดีกรมศุลกากร นายลวรรณ แสงสนิท อธิบดีกรมสรรพสามิต พล.ต.ต.ศิร์ธัชเขต ครูวัฒนเศรษฐ์ รองผู้บัญชาการสอบสวนกลาง ได้ร่วมกันเดินทางมาตรวจสอบผลการจับกุมเรือบรรทุกน้ำมันดีเซลเถื่อนจำนวนกว่าหนึ่งล้านสองแสนลิตร ที่จอดลอยลำอยู่ที่บริเวณปากอ่าวแม่น้ำเจ้าพระยาจังหวัดสมุทรปราการ ชื่อเรือ MITA 1 โดยจับกุมได้พร้อมลูกเรืออีกจำนวน 8 คน และมีนายนิมิตร์ เพชรรัตน์ เป็นกัปตันเรือลำดังกล่าว โดยจับกุมเรือลำดังกล่าวได้ในขณะแล่นอยู่ในพื้นที่อ่าวไทยตอนบน ใกล้กับเกาะกูด จังหวัดตราด

สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ พล.ต.ต.สมควร พึ่งทรัพย์ ผู้บังคับการตำรวจน้ำ ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการลักลอบนำเข้าน้ำมันชนิดดีเซลผิดกฎหมายมาจากประเทศกัมพูชาเข้ามาในประเทศไทย ทางด้านพื้นที่ปากอ่าวจังหวัดตราด จึงร่วมกับกรมศุลกากร และกรมสรรพสามิต วางแผนเข้าจับกุม

กระทั่งในวันที่ 14ตุลาคม 2564 เวลาประมาณ 09.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำได้นำเรือตรวจการณ์ออกลาดตระเวนพื้นที่อ่าวไทยตอนบน ใกล้กับเกาะกูด จังหวัดตราด และได้พบเห็นเรือบรรทุกน้ำมันที่ชื่อ MITA 1 กำลังแล่นกลับมาในประเทศไทย จึงได้เข้าตรวจสอบ ได้พบว่าเรือลำดังกล่าวมี นายนิมิตร์ เพชรรัตน์ เป็นกัปตันเรือ และมีลูกเรืออยู่จำนวน 8 คน จากการตรวจสอบในระวางเรือได้พบน้ำมันดีเซลบรรจุอยู่กว่า 1,200,000 ลิตร จึงขอตรวจสอบเอกสารการได้มาของน้ำมันเชื้อเพลิงดังกล่าว และเอกสารทะเบียนเรือ ใบอนุญาตใช้เรือ ซึ่งทางกัปตันไม่สามารถนำมาแสดงได้ จึงเชื่อว่าน้ำมันที่ตรวจพบเป็นน้ำมันเถื่อนที่ลักลอบเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน จึงได้ควบคุมเรือลำดังกล่าวเข้ามาจอดทอดสมอที่บริเวณปากแม่น้ำเจ้าพระยา จังหวัดสมุทรปราการ และจากการสอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหายอมรับว่าได้ไปรับน้ำมันมาจากประเทศกัมพูชา ผ่านเข้ามาทางด้านเกาะกูด จังหวัดตราด เพื่อนำมาจำหน่ายในประเทศไทย

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงที่เรือลำดังกล่าวบรรทุกมาพบว่าเป็นน้ำมันดีเซลซึ่งมีค่าสารมาร์คเกอร์ ที่มีความเข้มข้น 31 ซึ่งสารมาร์คเกอร์ดังกล่าวใช้สำหรับเติมน้ำมันส่งออกไปต่างประเทศ และได้รับการยกเว้นภาษีสรรพสามิต เมื่อนำออกไปแล้วจะไม่สามารถนำกลับเข้ามาในราชอาณาจักรได้อีก

หากนำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ผ่านพิธีการทางศุลกากร ถือว่าเป็นการลักลอบนำน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาในราชอาณาจักร อันเป็นการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560 มาตรา 242 ข้อหา ผู้ใดนำเข้ามาในหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งของที่ยังมิได้ผ่านพิธีกี่ศุลกากร ต้องระหว่างโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับเป็นเงิน 4 เท่าของราคาของซึ่งได้รวมคาอากรเข้าด้วยแล้ว หรือทั้งจำทั้งปรับและให้ริบของนั้นไม่ว่าจะมีผู้ถูกลงโทษตามคำพิพากษาหรือไม่ และมีความผิดตาม พ.ร.บ.สรรพสามิต พ.ศ.2560 มาตรา 204 ( 1 ) ข้อหา มีไว้ในครอบครองซึ่งสินค้าที่ไม่เสียภาษีเพื่อจำหน่าย หรือจำหน่าย มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับเป็นเงิน 5-15 เท่าของภาษีต้องเสียหรือทั้งจำทั้งปรับ สำหรับความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560 มาตรา 242 ถือเป็นความผิดมูลฐานตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542