พ่อเลี้ยงท้าสาบานไม่ได้เตะน้องมาร์คม้ามแตก

วันที่ 13 ต.ค. 2564 เวลา 18:04 น.
พ่อเลี้ยงท้าสาบานไม่ได้เตะน้องมาร์คม้ามแตก
บุรีรัมย์-พ่อเลี้ยงปัดเตะน้องมาร์คม้ามแตก เคยตีครั้งเดียวเมื่อ3ปีก่อน และไม่เคยเอาเงินบริจาคไม่ซื้อจักรยานยนต์

กรณีแม่เข้าแจ้งความที่ สภ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ว่า น้องมาร์ค นักเรียนชั้น ป.5 เด็กยอดกตัญญู ถูกพ่อเลี้ยงทำร้ายด้วยการเตะจนม้ามแตกต้องเข้ารับการรักษาตัวที่ รพ.นางรอง เป็นเวลาเกือบ 1 สัปดาห์อีกทั้งพ่อเลี้ยงยังมีพฤติกรรมนำเงินที่ผู้ใจบุญบริจาคช่วยเหลือในการสร้างบ้าน และเป็นทุนการศึกษาให้กับน้องมาร์คเกือบ 80,000 บาท ไปใช้จ่ายส่วนตัว ปัจจุบันเหลือเงินเพียงประมาณ 10,000 บาท

ล่าสุด นายชัช พ่อเลี้ยงของน้องมาร์ค เด็กชายยอดกตัญู ยืนยันกับน.ส.เพชรรัตน์ ภูมาศ นายอำเภอนางรอง และเจ้าหน้าที่จากบ้านพักเด็กและครอบครัวจ.บุรีรัมย์ตามที่ได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีแม่ของน้องมาร์คเจ้าแจ้งความว่า พ่อเลี้ยงทำร้ายร่างกายจนม้ามแตกว่าไม่เคยเตะน้องมาร์คลูกเลี้ยงไม่รู้ว่าเพราะสาเหตุอะไรน้องถึงปวดท้อง และอาเจียน จนต้องเข้า รพ.แต่ยอมรับว่าเมื่อ3 ปีก่อนที่มาอยู่ด้วยกันแรกๆ เคยใช้มือตีไปแค่ครั้งเดียวแต่ไม่ได้รุนแรงจากนั้นก็ไม่เคยตีน้องอีกเลยก็แค่ดุเวลาน้องพูดไม่เชื่อฟังเท่านั้น สาบานได้ว่าไม่เคยเตะหรือทำร้ายงรุนแรงส่วนเรื่องเงินบริจาคแม่ของน้องเป็นคนถือบัตร ATMเวลาไปกดก็ไปด้วยกันไม่เคยเอาไปใช้ส่วนตัว ส่วนที่บอกว่าเอาไปซื้อ จยย.ใช้เงินตัวเองซื้อไม่ได้ใช้เงินบริจาคซื้อ แต่เมื่อถามว่าเงินเหลือเท่าไหร่ ก็บอกว่าเหลือหมื่นกว่าบาท เพราะซื้ออุปกรณ์มาไว้ทำบ้านแล้ว

ขณะที่หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจ.บุรีรัมย์ ให้ข้อมูลว่า หลังจากทาง รพ.รับเรื่องก็ได้ประสานมายังบ้านพักเด็กและครอบครัว ซึ่งเบื้องต้นจากการสอบถามแม่ก็ให้ข้อมูลว่า น้องได้ถูกพ่อเลี้ยงทำร้ายจริงจากนั้นทางบ้านพักเด็กฯ ก็ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปรับตัวแม่และเด็กเข้ามาอยู่ในความคุ้มครอง เพื่อดูแลเยียวยาสภาพจิตใจด้วย

ส่วนปัญหาที่สามีไม่อยากหย่าหรือเลิกกับภรรยาแล้วได้นำลูกคนเล็กวัยขวบเศษไปเป็นข้อต่อรองทางบ้านพักเด็กฯ ก็ได้ร่วมกับทางอำเภอนางรอง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไปพูดคุยกับผู้เป็นสามีแล้วซึ่งขณะนี้ก็ได้รับทั้งตัวแม่ และลูกทั้งสองคนเข้ามาอยู่ในความคุ้มครองที่บ้านพักเด็กและครอบครัวแล้ว ส่วนในเรื่องของการดำเนินคดีก็เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งทางบ้านพักเด็กไม่ได้เข้าไปก้าวก่ายก็จะดูแลคุ้มครองสิทธิเด็กที่เกิดจากการถูกทำร้ายและปัญหาในครอบครัวเท่านั้น ในอนาคตก็อาจจะต้องส่งแม่และเด็กไปอยู่กับญาติ ตามความประสงค์ของผู้เป็นแม่ต่อไป

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ยังได้พูดคุยเจรจากับนายชัช เพื่อขอรับตัวลูกคนเล็ก ซึ่งเป็นลูกแท้ๆ ไปอยู่ในความคุ้มครองดูแลของบ้านพักเด็กด้วย เนื่องจากภรรยา แจ้งว่านายชัช ใช้ลูกคนเล็กเป็นข้อต่อรองเพื่อไม่ยอมหย่าหรือแยกทางตามความประสงค์ของภรรยา เนื่องจากภรรยา ให้ข้อมูลว่าถูกนายชัย ทำร้ายร่างกายเช่นกัน ซึ่งนายชัช ก็ยินยอมให้เจ้าหน้าที่นำลูกคนเล็กไปดูแล โดยไม่ได้ขัดขวางแต่อย่างใด