หลายฝ่ายร่วมตรวจสอบเด็กกตัญญูโดนพ่อเลี้ยงซ้อมม้ามแตก

วันที่ 13 ต.ค. 2564 เวลา 14:22 น.
หลายฝ่ายร่วมตรวจสอบเด็กกตัญญูโดนพ่อเลี้ยงซ้อมม้ามแตก
บุรีรัมย์-หลายฝ่ายร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริงปมน้องมาร์ค ป.ยอดกตัญญูถูกพ่อเลี้ยงทำร้ายร่างกายม้ามแตก เงินได้รับบริจาคไม่ได้นำมาสร้างบ้าน

กรณีเมื่อกลางเดือนส.ค. มีการนำเสนอข่าว“น้องมาร์ค” นักเรียนชั้น ป.5 ชาว อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ หนูน้อยยอดกตัญญูปั่นจักรยานคู่ใจ ออกตระเวนเก็บของเก่าตามริมถนนนำไปคัดแยกไว้ขาย เพื่อหารายได้แบ่งเบาภาระครอบครัวดูแลแม่และน้องวัยขวบเศษ เนื่องจากฐานะยากจน มีผู้คนเข้าไปชื่นชมในความกตัญญูยื่นมือเข้าช่วยเหลือทั้งภาครัฐและเอกชนและบริจาคเงินเป็นทุนในการสร้างบ้านและเป็นทุนการศึกษาด้วยรวมเป็นเงิน 80,000 บาท

ล่าสุดน้องมาร์คถูกนายชัชอายุ 36 ปี พ่อเลี้ยงทำร้ายร่างกายเตะจนม้ามแตกต้องเข้ารับการรักษาที่ รพ.นางรองเป็นเวลาเกือบสัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 3 ต.ค. และออกจาก รพ.วันที่ 8 ต.ค. ซึ่งชาวบ้านเห็นแต่ไม่มีใครกล้าพูดเพราะไม่อยากจะมีปัญหา จากนั้นผู้สื่อข่าวพร้อมด้วย กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ก็ได้เดินทางไปยังบ้านของน้องมาร์ค แต่ไม่มีใครอยู่บ้าน จากการสอบถามญาติและชาวบ้านใกล้เคียงก็บอกว่า หลังจากน้องมาร์ค ออกจาก รพ. ก็มีเจ้าหน้าที่จากบ้านพักเด็กและครอบครัวมารับไปดูแลที่บ้านพักเด็กฯ แล้ว โดยแม่ของน้องก็ไปดูแลลูกด้วย ส่วนพ่อเลี้ยงไม่รู้ว่าไปไหนไม่ค่อยจะอยู่บ้าน

นายสมปอง ปราบสกุล ผู้ใหญ่บ้าน บอกว่า พ่อเลี้ยงเริ่มมีพฤติกรรมเปลี่ยนไปหลังจากมีเงินบริจาคเข้ามา กระทั่งเคยไปสอบถามก็ยังไม่พอใจแถมยังต่อว่าด้วยจึงไม่เข้าไปยุ่ง อย่างไรก็ตามก็จะได้รายงานให้ทางอำเภอรับทราบเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีที่มีการร้องเรียนทั้งเรื่องการทำร้ายร่างกายและเงินบริจาคด้วย

ขณะที่นางสมนึก (ขอสงวนนามสกุล) เพื่อนบ้าน เล่าว่า พ่อเลี้ยง ทำร้ายน้องมาร์ค เวลาที่ใช้แล้วไม่ได้ดั่งใจก็จะตบ เตะ กระทืบบ่อยครั้ง ครั้งล่าสุดเมื่อช่วงต้นเดือน ต.ค. น้องโดนเตะตอนนั่งล้างจานอยู่หลังบ้าน ก็คิดว่าเป็นเรื่องในครอบครัวไม่อยากจะยุ่ง กระทั่งน้องมาเล่นที่บ้านแล้วบ่นว่าเจ็บท้อง พอเปิดเสื้อดูก็พบรอยเขียวช้ำที่บริเวณท้อง ก็ตกใจไม่คิดว่าน้องจะถูกพ่อเลี้ยงทำร้ายรุนแรงขนาดนี้ และเพิ่งมาทราบทีหลังว่าน้องเข้ารักษาตัวที่ รพ.เกือบสัปดาห์ ก็รู้สึกหดหู่ใจและสงสารจริงๆ ก็ไม่อยากจะยุ่งเรื่องในครอบครัว เพราะกลัวเขาจะมาด่าแต่เห็นน้องเป็นหนักขนาดนี้ก็สงสาร จึงแจ้งผู้ใหญ่บ้าน กำนัน ให้มาช่วยส่วนเรื่องเงินที่มีผู้บริจาคช่วยเหลือนั้น ก็ไม่เห็นสร้างบ้านใหม่หรือทำอะไร แต่ทำไมเงินถึงไม่เหลือก็ไม่รู้ว่าเอาไปทำอะไร เห็นแต่มีรพ จยย. 2 คัน กรณีที่เกิดขึ้นก็อยากให้หน่วยงานภาครัฐเข้ามาตรวจสอบและช่วยเหลือน้องมาร์คด้วย เกรงว่ากลับมาจะถูกพ่อเลี้ยงทำร้ายอีก

ด้านนายสมนึก ปรีชาพูด กำนันตำบลหัวถนน บอกว่า จากการลงพื้นที่สอบถามก็ทราบว่าน้องมาร์คเข้ารักษาตัวที่ รพ.จริง ส่วนสาเหตุว่าเกิดจากถูกพ่อเลี้ยงทำร้ายร่างกายหรือไม่ก็เป็นเพียงข้อมูลจากญาติและชาวบ้านเท่านั้น แต่ยังไม่ได้สอบถามกับตัวพ่อเลี้ยงเอง เนื่องจากยังไม่พบตัว ซึ่งก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่ายก่อนจะได้รายงานให้ทางอำเภอ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและพิจาณาดำเนินการตามความเหมาะสมต่อไป