ชลประทานท่าม่วงเตือน2ฝั่งริมน้ำแม่กลองเฝ้าระวังน้ำท่วม

วันที่ 09 ต.ค. 2564 เวลา 13:20 น.
ชลประทานท่าม่วงเตือน2ฝั่งริมน้ำแม่กลองเฝ้าระวังน้ำท่วม
กาญจนบุรี- เขื่อนแม่กลอง เพิ่มระบายน้ำ 800 ลบ.ม./วินาที ผอ.สชป.13 เตือนประชาชนท้ายน้ำ ลุ่มต่ำ 2 ฝั่งริมน้ำแม่กลอง ติดตามสถานการณ์อุทกภัยใกล้ชิด

เมื่อวันที่ 9 ต.ค.64 นายพงษ์ศักดิ์ ฤทธิสมิต ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 13 ต.ม่วงชุม อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 8 ต.ค.ที่ผ่านมา สำนักงานชลประทานที่ 13 ได้มีหนังสือ ที่ กษ 0322-2564 ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี และผู้ว่าจังหวัดสมุทรสงคราม เรื่องขอแจ้งปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนแม่กลอง

ทั้งนี้ เนื่องจากตามประกาศกองอำนวยการน้ำแห่งชาติฉบับที่ 21/2564 ลงวันที่ 6 ตุลาคม 2564 เรื่อง เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก และน้ำท่วมฉับพลัน จากการคาดการณ์สภาพอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยาพบว่ามีร่องมรสุมพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกและภาคใต้ตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ มีกำลังค่อนข้างแรง ในช่วงวันที่ 6-8 ตุลาคม 2564

ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักมากบางแห่งในภาคใต้ฝั่งตะวันตก กองอำนวยการน้ำแห่งชาติได้ประเมินสถานการณ์น้ำจากผลคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) มีพื้นที่เสี่ยงฝนตกหนัก เฝ้าระวังน้ำไหลหลาก และน้ำท่วมฉับพลันในช่วงระหว่างวันที่ 6-10 ตุลาคม 2564

ทั้งนี้ในช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ในพื้นที่ตอนบนของจังหวัดกาญจนบุรี มีฝนตกอย่างต่อเนื่องส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลลงสู่แม่น้ำแม่กลองเป็นจำนวนมาก เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำของเขื่อนแม่กลองเป็นไปตามเกณฑ์ควบคุม

สำนักงานชลประทานที่ 13 จึงมีความจำเป็นที่จะต้องปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนแม่กลองในปริมาณมากกว่า 800 ลูกบาศก์เมตร/วินาที ซึ่งจะทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำแม่กลองด้านท้ายเขื่อนแม่กลอง มีระดับเพิ่มสูงขึ้น

ดังนั้น จึงขอประชาสัมพันธ์ เพื่อแจ้งเตือนให้จังหวัดได้รับทราบและขอความกรุณาแจ้งให้หน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้ประกอบการตลอดจนประชาชนที่อาศัยริมแม่น้ำแม่กลอง บริเวณที่ลุ่มต่ำ ที่อาจได้รับผลกระทบ จากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นดังกล่าว ได้เตรียมการเฝ้าระวังและติดตามข่าวสาร สถานการณ์น้ำจากหน่วย ราชการอย่างใกล้ชิด