ชาวพิมายก่อทรายป้องกันน้ำจากลำเชียงไกรไหลสมทบ

วันที่ 28 ก.ย. 2564 เวลา 12:54 น.
ชาวพิมายก่อทรายป้องกันน้ำจากลำเชียงไกรไหลสมทบ
นครราชสีมา - เปิดภาพมุมสูง ลำน้ำมูลทะลักท่วมส่วนราชการอำเภอพิมาย ชาวบ้านเร่งก่อกระสอบทรายป้องกันน้ำจากลำเชียงไกรไหลมาสมทบ

เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2564 เปิดภาพน้ำท่วมที่อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ส่วนราชการหลายแห่งรับน้ำจากลำน้ำจักราช ไหลเข้าท่วมพื้นที่ทั้งที่ว่าการอำเภอพิมาย หอสมุดอำเภอพิมาย สำนักงานที่ดินสาขาพิมาย อบจ.นครราชสีมาสาขาพิมาย และบ้านพักราชการตำรวจ ถูกน้ำท่วมสูง 20-30 เซนติเมตร โดยเฉพาะทางเข้าสถานีตำรวจภูธรพิมาย ถูกน้ำท่วมสูงประมาณ 70-80ซม. รถเล็กไม่สามารถวิ่งเข้าออกได้ เช่นเดียวกันกับปริมาณน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น ได้ไหลท่วม บ้านเรือนของชาวบ้านที่อยู่ติดกับลำน้ำจักราชและลำน้ำมูล ปริมาณน้ำท่วมสูงกว่า ชาวบ้านต้องเร่งช่วยกันก่อกระสอบทราย ป้องกันไม่ให้ปริมาณน้ำไหลเข้าท่วมบ้านเรือนของตนเอง

ทั้งนี้ สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่อำเภอพิมาย ยังคงน่าเป็นห่วงมาก เพราะพื้นที่รับน้ำหลายสาย โดยรับน้ำจากลำน้ำมูลในอำเภอเฉลิมพระเกรียติ ที่ไหลมาจากเขื่อนลำพระเพลิงในอำเภอปักธงชัย รับน้ำจากลำเชียงไกรนำอำเภอโนนไทยบางส่วน จึงทำให้ปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทางศูนย์ส่งน้ำและบำรุงรักษาทุ่งสัมฤทธิ์ เขื่อนพิมาย ยังคงเดินเครื่องผลักดันน้ำอย่างต่อเนื่อง จำนวน 12 เครื่อง เพื่อเร่งผลักดันน้ำที่อยู่เหนือเขื่อนพิมายออก เฉลี่ย 206.17 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หลังปริมาณน้ำภายในเขื่อนอยู่ที่ 5,049,000 ลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 140.27 % ของความจุ

หนุ่มใหญ่ว่ายข้ามฝายเจอกระแสน้ำเชี่ยวกรากจมดับ

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โชคชัย จ.นครราชสีมา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัย ชุดประดาน้ำฮุก 31 โคราช เข้าให้ความช่วยเหลือนำร่าง นายมิตร ทะรันทร์ อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 219 ม.16 ต.ทุ่งอรุณ อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา ขึ้นมาจากฝายน้ำ ที่บ้านบึงไทย ต. ท่าลาดขาว อ. โชคชัย จ.นครราชสีมาหลังจากที่ผู้ตายว่ายข้ามแม่น้ำไปอีกฝากของฝายเพื่อไปหาพี่สาวที่บ้านอยู่ตรงกันข้ามกัน

นางฐิติมา ขุยงาม ภรรยาของนายมิตร เปิดเผยว่า ผู้ตายถูกกระแสน้ำเชี่ยวกรากก็ยืนมอง เห็นว่าจะกำลังจะขึ้นฝั่งแล้ว ก็ไม่ได้สนใจอะไร จนค่ำจึงโทร.ไปถามพี่สาวของนายมิตร ก็บอกว่าไม่เห็น พอตอนเช้าวันนี้ (28 กันยายน 2564) ได้โทร.ถามตามบ้านญาติที่นายมิตรเคยไปหาเป็นประจำ แต่ก็ไม่มีใครพบตัว จึงพากันออกตามหาในจุดที่เจอตัวครั้งสุดท้ายจนช่วงสาย แต่ก็ไม่พบ จึงแจ้งตำรวจและกู้ภัยฯ ให้มาช่วย กระทั่งพบร่างนายมิตรจมน้ำเสียชีวิตอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุเล็กน้อย จึงช่วยกันนำขึ้นบนฝั่ง

เจ้าหน้าที่ตำรวจ คาดว่า ระหว่างที่นายมิตรว่ายข้ามฝายกลับมาบ้าน น่าจะถูกกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวพัดลอยออกไป ก่อนจะถูกน้ำดูดร่างจมลงก้นฝายจนเสียชีวิต ซึ่งจะได้ส่งร่างไปชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตอีกครั้งที่ รพ.โชคชัย ก่อนให้ญาติรับร่างไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนาต่อไป