ทนายไม่ยอมความตำรวจทางหลวงจับผิดหมาย

วันที่ 25 ก.ย. 2564 เวลา 20:02 น.
ทนายไม่ยอมความตำรวจทางหลวงจับผิดหมาย
ขอนแก่น-ประธานสภาทนายความศาลจ.พล เอาผิดตำรวจทางหลวงบุกจับผิดหมาย ขณะที่ ผกก.4 บก.ทล.ยืนยันจนท.ไม่มีเจตนากระทำรุนแรง

จากกรณีที่นายปกาญจน์ นพศรี อายุ 57 ปี ประธานสภาทนายความศาลจังหวัดพล เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองสองห้อง หลัง ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง 2 นาย ขับรถตรวจการณ์ตำรวจทางหลวงหมายเลขทะเบียน 1กญ- 9004 กรุงเทพมหานคร เข้ามาจอดตรงข้ามที่ทำการ อบต.ดอนดู่ อ.หนองสองห้อง จ.ขอนแก่นพร้อมแสดงหมายจับ และจะจับกุม ทั้งที่ชื่อ นามสกุลในหมายจับไม่ใช่ตัวเอง

เมื่อวันที่ 25 ก.ย. 2564 นายปกาญจน์ กล่าวว่า การกระทำของตำรวจทางหลวงทั้ง 2นาย ส่วนตัวมองว่ามีลับลมคมใน เพราะตอนที่จะพบได้บอกกับชาวบ้านว่าต้องการพบทนายความ เพื่อปรึกษาคดีมรดกเมื่อชาวบ้านมาเรียกให้ไปพบกลับถูกกระทำในเรื่องของการมีหมายจับ จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ ซึ่งผู้ต้องหาตามหมายจับที่ตนเองตรวจดูชื่อนายวรชัย เสือแก้ว ซึ่งเมื่อตำรวจถามว่า รู้จักกันหรือไม่ ตนยอมรับว่ารู้จักกัน เพราะนายวรชัยมาจากภาคใต้มาเป็นนายประกันที่ศาล

ต่อมานายวรชัย มีอาการป่วย จึงย้ายมาเข้าในทะเบียนบ้าน เพื่อใช้สิทธิ์ 30 บาทรักษาอาการป่วย ต่อมา มีหนังสือแจ้งจากหน่วยงานราชการแจ้งว่า นายวรชัยมีความประพฤติไม่ชอบจึงย้ายชื่อออกจากทะเบียนบ้านไปอยู่ทะเบียนบ้านกลางเวลาล่วงเลยมากว่า 2 ปีแล้ว และปัจจุบันก็ไม่มาที่บ้านแล้ว หากจะจับก็ต้องไปสืบสวนจับกุมที่อื่น แต่ตำรวจทางหลวงทั้ง2 นายก็ยังไม่ยอมลดละ

"อธิบายทุกอย่างให้ตำรวจทางหลวงทั้ง 2นายได้ทราบทั้งหมดแต่ไม่ฟัง ยังคงยืนยันจะจับกุมอ้างว่าภาพถ่ายตามหมายจับกับมีหน้าตรงกัน จึงได้พากันฉุดกระชากและล็อคมือไขว้หลัง เพื่อจะอุ้มขึ้นรถ พอดี ส.อบต.ดอนดู่ ทราบเหตุ และชาวบ้านเห็นเหตุการณ์มาช่วยเหลือ และตำรวจทางหลวงทั้ง 2 นายก็ขับรถออกไป ทั้งนี้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตำรวจทางหลวงทำเกินกว่าเหตุ เพราะมีเจตนาที่ไม่ดี และถ้าตำรวลทางหลวง 2 นาย ถือหมายจับมาแสดงแล้วถามหานายวรชัย แต่ไม่ใช้พฤติกรรมเช่นนี้ ก็น่าจะดีกว่านี้ แต่กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใช้การหลอกล่อ เพราะให้ชาวบ้านมาเรียกว่าจะปรึกษาเรื่องคดีมรดก จึงขอยืนยันว่า จะไม่มีการยอมความ เพราะเป็นคนมีองค์กรมีเกียรติมีศักดิ์ศรีขอเอาเรื่องและดำเนินคดีตามกฎหมาย"ประธานสภาทนายความศาล จ.พล กล่าว

ทั้งนี้ ภายหลังจากเรื่องเกิดขึ้น มีข้าราชการตำรวจประจำ สภ.แห่งหนึ่งในสังกัดตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น โทรมาหา เพื่อขอเคลียร์เรื่องที่เกิดขึ้นและห้ามให้ข่าวกับสื่อมวลชนแล้วจะพาตำรวจทางหลวงทั้ง 2 นายมาขอโทษที่บ้านขอยืนยันว่า ตนเองเป็นคนมีองค์กร เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม องค์กรตำรวจโดยเฉพาะตำรวจทางหลวงควรได้รับการแก้ไข หากจะขอโทษต้องขอโทษต่อหน้าผู้นำองค์กรระดับสูงของตน รวมถึงจะนำเรื่องที่เกิดขึ้น รายงานต่อสภาทนายความให้ทราบเรื่อง และขอยืนยันว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องจริงทั้งหมด ไม่มีคนหน้าเหมือน ไม่มีการทำคลิปกลั่นแกล้งใคร และตำรวจทางหลวงในคลิปก็เป็นตำรวจจริงๆ

ด้าน พ.ต.อ.อนุรัตน์ ฉิมทิม ผกก.4 บก.ทล.( ผู้กำกับการ 4 กองบังคับการตำรวจทางหลวง) กล่าวว่า ทราบรายงานจากผู้ใต้บังคับบัญชาแล้ว และได้สั่งการให้รายงานข้อเท็จจริงให้ทราบ ซึ่งในเบื้องต้นทราบว่า ตำรวจทางหลวงทั้ง 2 นาย มีหมายจับ จะไปจับผู้ต้องหา แต่มีการสื่อสารที่ไม่เข้าใจ และฝ่ายทนายก็ไม่ให้ความร่วมมือ ส่วนการจะอุ้มทนายขึ้นรถทราบว่า ตำรวจทั้งสองนายไม่มีพฤติกรรมที่จะทำเช่นนั้น ไม่มีเจตนาจะทำการรุนแรง แต่เพราะไม่ได้รับความร่วมมือจึงเกิดเรื่องดังกล่าว และหากมีรายงานสรุปจากผู้ใต้บังคับบัญชามาแล้ว จะแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนต่อไป