ชาวบ้านร้องปมดินโคลนภูเขาทะลักวอนแก้ไขด่วน

วันที่ 23 ก.ย. 2564 เวลา 19:46 น.
ชาวบ้านร้องปมดินโคลนภูเขาทะลักวอนแก้ไขด่วน
กาญจนบุรี-ชาวบ้านปอมเปย์ร้องปมดินโคลนภูเขาไหลลงทะลักเข้าบ้านจากโครงการจัดสรรที่ดินเอกชนวอนหน่วยงานเกี่ยวข้องแก้ไขด่วน

ชาวบ้านปอมเปย์ หมู่ 1 ต.ท่าขนุน อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ร้องเรียนว่ากำลังประสบปัญหาความเดือดร้อนจากดินโคลนภูเขา และโครงการจัดสรรที่ดินของเอกชนแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่กลางหมู่บ้าน ไหลลงมาท่วมบนถนน ก่อนจะไหลเข้าไปในบ้านเรือน และร้านค้าของชาวบ้าน ในเวลาที่เกิดฝนตกหนักติดต่อกัน จนสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้าน ต้องพากันเดินทางไปร้องต่อศูนย์ดำรงธรรม อำเภอทองผาภูมิ เพื่อให้เจ้าของโครงการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าดำเนินการแก้ไข เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน

ล่าสุด เจ้าของโครงการได้นำรถแบคโฮ มาขุดร่องน้ำบริเวณหน้าโครงการ ซึ่งมีความกว้างขนาด 1 เมตร ลึก 1.5 เมตร เพื่อใช้เป็นที่รับน้ำและโคลน ที่ไหลลงมาจากพื้นที่ด้านบนของโครงการ เพื่อป้องกันไม่ให้ไหลลงสู่ถนนสาธารณะ และไหลเข้าไปในบ้านเรือนของชาวบ้าน เพื่อลดความเดือดร้อนและแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า นอกจากนี้ นายเอกชัย วงลา หัวหน้าคนงานของโครงการจัดสรรที่ดิน ยังได้นำคนงานมาทำการขุดลอกท่อระบายน้ำของเทศบาลที่ได้ทำไว้ตลอดแนวถนน ความยาวกว่า 300 เมตร เพื่อนำเอาดินโคลนที่ไหลลงมาจนอุดตันออก เพื่อเปิดทางให้น้ำและดินโคลนที่ไหลลงมาระบายออกได้ เพื่อจะไม่ให้ท่วมถนน และเข้าไปในบ้านเรือนชาวบ้าน

ขณะที่ น.ส.ธิดาพร ล่องอาวุธ เจ้าของบ้านซึ่งอยู่ตรงข้ามโครงการจัดสรร ซึ่งได้รับความเดือดร้อนจากดินโคลนไหลเข้ามาในบ้านเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตนเองเกิดที่ปอมเปย์ ที่ผ่านมาไม่เคยเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้มาก่อน ที่ผ่านมาเวลาฝนตกก็จะมีน้ำไหลลงมา ซึ่งเป็นน้ำที่ใสสะอาด และไหลลงไปในท่อระบายน้ำที่เทศบาลได้สร้างไว้ แต่เมื่อโครงการได้เข้ามาจัดสรรที่ดินแบ่งขาย มีการเปิดหน้าดิน และตัดต้นไม้เพื่อขายให้กับผู้ซื้อ รวมทั้งมีการถมที่ดินบางส่วน ทำให้เมื่อมีฝนตกลงมา ส่งผลให้มีดินโคลนจากโครงการไหลลงมายังถนนและเข้ามาในบ้าน เนื่องจากที่ตั้งโครงการเป็นพื้นที่ลาดเอียง และอยู่เหนือถนน ที่ผ่านมาเวลาฝนตก ถนนในหมู่บ้านก็จะกลายเป็นทะเลโคลน ชาวบ้านไม่ได้หลับได้นอน ต้องออกมาช่วยกันป้องกันดินโคลนไหลเข้าบ้าน จึงออกให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยแก้ไขให้เพราะชาวบ้านทนไม่ไหวแล้ว

เช่นเดียวกับ น.ส.สาลิณี อินดวง เจ้าของร้านขายของชำในหมู่บ้าน เปิดเผยว่า เวลาที่เกิดฝนตก ดินโคลนจากโครงการจะไหลเข้ามาในสวนข้างบ้านก่อนจะไหลเข้าหลังบ้าน และหน้าบ้าน จนทำให้อยู่ไม่ได้ ที่สำคัญตนเองมีลูกวัย 8 เดือน ต้องผูกเปลให้ลูกนอน เนื่องจากกลัวสัตว์มีพิษที่จะขึ้นบ้านในตอนกลางคืน ที่สำคัญบริเวณหน้าร้านเวลาที่ฝนตกจะเต็มไปด้วยโคลน จนทำให้ไม่มีลูกค้ามาซื้อของ เป็นอยู่อย่างนี้นานกว่า 3 เดือนแล้ว ที่ผ่านมาชาวบ้าน พยายามติดต่อหน่วยงาน เช่น เทศบาล และอำเภอ ให้เข้ามาช่วยเหลือ แต่เรื่องก็หายเงียบ ติดต่อเจ้าของโครงการ ก็ไม่ได้ดำเนินการใดๆ ให้ จนต้องรวมตัวกันไปร้องศูนย์ดำรงธรรมเมื่อวานนี้ อยากให้ทุกฝ่ายเร่งให้ความช่วยเหลือ เพราะช่วงนี้ในพื้นที่มีฝนตกลงมาเกือบทุกวันในช่วงเย็น-ดึก

ขณะที่ นางสาวิตรี น้อยจ่าแสง ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน บ้านปอมเปย์ ให้ข้อมูลว่า ในหมู่บ้านมีประชากรอาศัยอยู่กว่า 200 หลังคาเรือน ซึ่งทุกคนต้องใช้ถนนในการเดินทางไปตลาด ไปโรงพยาบาล เนื่องจากเป็นถนนหลักในชุมชน ที่ผ่านมามีชาวบ้านประสบอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ล้ม เนื่องจากดินโคลนที่ไหลลงมาทำให้ถนนลื่น แม้ที่ผ่านมา นายนภเดช เกลียวศิริกุล นายอำเภอทองผาภูมิ จะได้ลงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือ โดยการให้เทศบาลตำบลท่าขนุน และเทศบาลทองผาภูมิ นำรถดับเพลิงมาฉีดล้างดินโคลนบนถนน แต่เมื่อฝนตกลงมาก็มีดินโคลนไหลลงมาใหม่ นอกจากนี้ทางเทศบาลตำบลท่าขนุน ได้นำถุงปุ๋ยที่บรรจุทรายมาวางตลอดแนวถนน รวมทั้งหน้าบ้านของชาวบ้าน แต่ก็คงช่วยอะไรได้ไม่มาก ในระยะยาวอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หารือกับผู้ประกอบการโครงการฯ จัดทำแผนป้องกันถาวร เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาดินโคลน ไหลลงมาสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านอีกในอนาคต

ด้าน นายธวัช ชมมิ่ง ปลัดเทศบาลตำบลท่าขนุน เปิดเผยว่า หลังได้รับการร้องเรียนทางเทศบาลก็ไม่ได้นิ่งนอนใจได้เข้าไปพูดคุยกับเจ้าของโครงการให้เร่งแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าให้ชาวบ้าน ด้วยการนำรถแบกโฮมาขุดคูดักดินโคลนริมถนน หน้าโครงการ ส่วนเทศบาลเองได้นำเจ้าหน้าที่และรถดับเพลิงไปฉีดทำความสะอาดผิวจราจร เพื่อให้ชาวบ้านได้เดินทางไปมาได้สะดวก

นอกจากนี้ยังได้นำทรายบรรจุถุงปุ๋ยไปวางเป็นแนวตลอดถนนในพื้นที่ที่เกิดปัญหา เพื่อลดความเดือดร้อนให้ชาวบ้าน ซึ่งหากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มทุกอย่างก็น่าจะดีขึ้นในเร็ววันนี้ ส่วนในระยะยาว เทศบาลจะดำเนินโครงการขยายขนาดของท่อระบายน้ำ เพื่อให้น้ำไหลงได้สะดวก ที่สำคัญหากโครงการเริ่มมีการก่องสร้างบ้านในพื้นที่โครงการ และมีการเข้ามาอยู่อาศัย เหตุการณ์ลักษณะก็คงจะไม่เกิดขึ้นอีก

จากปัญหาที่เกิดขึ้นทุกหน่วยงานจะเร่งดำเนินการแก้ไข เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนอีก