ลูกน้องผู้มีอิทธิพลยิงหนุ่มวิศวะดับ ญาติวอนตำรวจทำคดีตรงไปตรงมา

วันที่ 31 ก.ค. 2564 เวลา 19:30 น.
ลูกน้องผู้มีอิทธิพลยิงหนุ่มวิศวะดับ ญาติวอนตำรวจทำคดีตรงไปตรงมา
นครศรีธรรมราช-มือปืนลูกน้องผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ยิงหนุ่มวิศวะดับกลางสี่แยกไฟแดง ญาติวอนตำรวจท้องที่ทำคดีตรงไปตรงมาหากไม่คืบร้องกองปราบช่วยเหลือ

ที่อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช เกิดเหตุกันที่สี่แยกท่าศาลา ใจกลางเศรษฐกิจการค้าตัวอำเภอ พบศพผู้เสียชีวิตคือ นายติณศรุต มากช่วย อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 244 หมู่ 11 ต.ท่าศาลา อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 31ก.ค.64 เวลา 00.30น.จากการสอบสวนของตำรวจ ทราบว่า มือปืนผู้ก่อเหตุคือนายบอยขาใหญ่ในพื้นที่และเป็นลูกน้องผู้มีอิทธิพลคนหนึ่งในอ.ท่าศาลา

ส่วนสาเหตุ พ.ต.อ.อนันต์ หริกจันทร์ ผกก.สภ.ท่าศาลา ระบุว่าน่าจะมาจากเรื่องชู้สาว ผู้ตายอาจจะไปจีบหญิงสาวที่มือปืนชอบพออยู่ จึงนัดหมายมาเพื่อเคลียร์ปัญหากันในที่เกิดเหตุแต่เคลียร์กันไม่ได้

ต่อมาที่บ้านเลขที่ 247 หมู่ 11 ต.ท่าศาลา อ.ท่าศาลา นางฉลวย มากช่วย อายุ 60 ปีมารดาของนายติณศรุต ผู้เสียชีวิตเล่าว่า ผู้ตายเป็นบุตรชายคนสุดท้องในจำนวน 4 คน พี่น้องและเป็นบุตรชายคนเดียว เรียนจบวิศวะช่างกลจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณลาดกะบัง และอยู่บ้านช่วยกิจการพ่อแม่เปิดร้านขายน้ำอยู่ในตลาดท่าศาลาที่เกิดเหตุ

เมื่อคืนมีผู้หญิงชื่ออุ้มซึ่งเป็นแฟนเก่าของบุตรชายโทรมาบอกว่าลูกถูกยิงเสียชีวิตจึงออกไปที่เกิดเหตุมีคนที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าให้ฟังว่าแฟนเก่านัดลูกชายมาเพื่อเคลียร์เรื่องเงินค่าติดที่แฟนเก่าค้างบุตรชายอยู่ 2 แสน และให้แฟนใหม่คือนายอัตและนายบอย มาเคลียร์ เมื่อมาถึงก็ลากบุตรชายลงมาซ้อมแล้วยิงใส่ไม่ยั้งถึง 16 นัดมีคลิปภาพวงจรปิดชัดเจน

"ครอบครัวเราเป็นคนทำมาหากินและบริจาคสังคมมาโดยตลอด ล่าสุดได้บริจาคเงิน 2 หมื่นให้กับจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อช่วยเหลือเกี่ยวกับโรคโควิด-19 และมอบเงิน 2 หมื่นให้ รพ.ท่าศาลา ช่วยโควิดและลูกชายที่เสียชีวิตเตรียมทำน้ำไปบริจาคช่วยโควิด แต่มาถูกยิงตาย"นางฉลวย กล่าว

ด้าน น.ส.เขมาพัณณ์ มากช่วย อายุ 32 ปี พี่สาวผู้ตาย กล่าวว่า ภาพวงจรปิดชัดเจนมากเราฝากความหวังกับตำรวจท่าศาลา หากไม่สามารถทำได้ก็จะขึ้นร้องกองปราบ เพราะมีตำรวจคนหนึ่งบอกว่าไม่ให้เป็นข่าว ตนและพี่สาวน้องสาว 3 คน ตั้งใจกลับมาบ้านพอดีออกจาก กทม.ตี 2 เพราะจะมาวันเกิดของพ่อวันนี้ แต่ก็กลายมาเป็นงานศพน้องชายคนเดียวคนสุดท้องของบ้าน

ทั้งนี้ พี่สาวและญาติได้มานั่งรอรับศพผู้เสียชีวิตที่วัดเสนารามซึ่งเป็นที่ตั้งของหน่วยกู้ภัยท่าศาลา เพื่อรอผลตรวจว่ามีเชื้อโควิดหรือไม่ โดยญาติระบุว่าตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงเวลานี้ 16.35 ผลตรวจยังไม่ออก เมื่อผลตรวจออกก็จะต้องนำศพไปผ่าหัวกระสุนที่ รพ.มหาราชจึงจะนำศพมาตั้งบำเพ็ญกุศลได้

ด้าน พ.ต.อ.อนันต์ หริกจันทร์ ผกก.สภ.ท่าศาลา เปิดเผยทางโทรศัพท์เพิ่มเติมว่า กำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายจับกุมคนร้าย และมีการติดต่อมาว่าจะมีการมามอบตัวแต่ก็ยังไม่มาแต่อย่างใด.