ตำรวจนครบาลกำลังตรวจสอบคนดัง call outอีกกว่า25คน

วันที่ 23 ก.ค. 2564 เวลา 14:30 น.
ตำรวจนครบาลกำลังตรวจสอบคนดัง call outอีกกว่า25คน
ตำรวจนครบาลเผยตรวจสอบคนดัง call out มากกว่า25คน มีทั้งเข้าข่ายและไม่เข้าข่ายความผิด การสอบสวนต้องใช้เวลาในการรวบหลักฐาน

เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(รองผบช.น.) ให้สัมภาษณ์ ระบุถึงการตรวจสอบ ดารา-นักแสดง และผู้มีชื่อเสียง ที่ออกมาแสดงความคิดเห็นต่างๆ นั้นสามารถทำได้เพราะเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน แต่การแสดงความคิดเห็นต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย และควรคำนึงถึงความถูกต้อง

พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่าส่วนที่ นายอภิวัฒน์ ขันทอง ประธานคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ หรือ คตส.เป็นผู้กล่าวหาเอาผิดกับดารา นักร้อง และ ผู้มีชื่อเสียง 3 คนในพื้นที่สน.นางเลิ้งนั้น น.ส.ดนุภา คณาธีรกุล หรือ มิลลิ แรพเปอร์สาว เข้าพบตำรวจและเปรียบเทียบปรับเรียบร้อยแล้ว ส่วนอีก 2 คน คือ นายยุทธเลิศ สิปปภาค หรือ ต้อม ยุทธเลิศ ผู้กำกับชื่อดัง ขอเลื่อนเข้าพบพนักงานสอบสวน ส่วน น.ส.พัชรพร จันทรประดิษฐ์ มิสแกรนด์ไทยแลนด์ ปี 2020 ขอเข้าพบพนักงานสอบสวนในวันที่ 5 ส.ค.นั้น

พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวอีกว่า สำหรับความผิดของการ call out หรือ การแสดงความคิดเห็นจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วนขึ้นอยู่กับข้อความและคำพูดของแต่ละบุคคล ส่วนแรกความผิดฐานดูหมิ่นโดยการโฆษณา ส่วนที่ 2 ข้อหาหมิ่นประมาท ซึ่งเป็นข้อหา ลหุโทษ ยอมความกันได้เปรียบเทียบปรับได้ตามกฎหมาย และ ส่วนที่ 3 ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ซึ่ง บช.น.จะตรวจสอบทั้งหมด หากพบว่าบุคคลใดเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ก็จะส่งเรื่องให้ ปอท.พิจารณา หรือบุคคลใดที่เข้าข่ายความผิดดูหมิ่นฯ หรือ หมิ่นประมาทฯ ก็จะส่งให้สถานีตำรวจตามที่บุคคลนั้นมีภูมิลำเนาอาศัยอยู่เป็นผู้พิจารณาดำเนินคดี

รองผบช.น. กล่าวว่า ส่วนกรณีที่ นายสนธิญา สวัสดี ยื่นหนังสื่อถึง บช.น.ให้ตรวจสอบการ call out ของดารา-นักร้อง และ ผู้มีชื่อเสียง เมื่อวันที่ 21 ก.ค. ที่ผ่านมา ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าบุคคลที่มีรายชื่อปรากฎว่ามีการกระทำตามที่ถูกกล่าวหาหรือไม่ หากเป็นการกระทำโดยสุจริตก็ไม่ผิดกฎหมาย ซึ่งต้องไม่ก่อให้เกิดความมั่นคงต่อรัฐ และ ความวุ่นวายบ้านเมือง และไม่ละเมิดสิทธิผู้อื่น โดยขณะนี้มีบุคคลที่มีชื่อเสียงที่ต้องรอตรวจสอบมากกว่า 25 คน มีทั้งเข้าข่ายความผิด และไม่เข้าข่ายความผิด ซึ่งต้องใช้เวลาเป็นอย่างมากในการรวบรวมพยานหลักฐาน