ฟังเสียงรพ.ประจำอำเภอสะท้อนปมรับผู้ป่วยโควิดนอกพื้นที่รักษา

วันที่ 21 ก.ค. 2564 เวลา 12:08 น.
ฟังเสียงรพ.ประจำอำเภอสะท้อนปมรับผู้ป่วยโควิดนอกพื้นที่รักษา
สุรินทร์-ฟังเสียงโรงพยาบาลอำเภอสะท้อนการรับผู้ป่วยโควิดจากนอกพื้นที่เข้ารักษา เรียกร้องจังหวัดประสานทหารเปิดพื้นที่ค่ายวีรวัฒน์โยธินเป็นจุดพักคอย

ที่โรงพยาบาลศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่เปิดรับผู้ป่วยโควิด-19 นอกพื้นที่ซึ่งต้องการกลับมารักษาตัวที่ภูมิลำเนา สามารถรองรับผู้ป่วยได้ 250 เตียง แยกเป็นสีเขียว 200 เตียง สีเหลือ 40 เตียง และสีแดง 80 เตียง ขณะนี้ผู้ป่วยที่เข้ามารักษาตัวตั้งแต่วันแรกรับและสามารถกลับบ้านได้แล้วบางส่วน ทำให้มีเตียงว่างสำหรับรับผู้ป่วยนอกพื้นที่แต่เปิดรับเฉพาะผู้ป่วยซึง่มีภูมิลำเนาอยู่ที่อำเภอศีขรภูมิเท่านั้น

นายแพทย์บัลลังค์ ปรึกษาดี รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลศีขรภูมิ กล่าวว่า รพ.ศีขรภูมิ ตอนนี้มีเตียงสำหรับผู้ป่วยสีเขียวก็คือผู้ป่วยโควิดที่ไม่มีอาการ 200 เตียง สีเหลืองที่มีอาการเล็กน้อยไม่ถึงขั้นที่จะต้องช่วยเหลือเป็นพิเศษ40 เตียง แล้วก็มีเตียงผู้ป่วยโควิดหนักก็คือสีแดง ที่จะต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ 8 เตียง ถ้าในเขตอำเภอเรารับ 100 % แต่ถ้าเป็นนอกพื้นที่มาในช่วง 2 วันที่ผ่านมา คือเป็นนโยบายของทางจังหวัด ว่าให้หยุดรับก่อน ซึ่งอันที่หนึ่งก็มีปัญหาอันหนึ่งก็เห็นใจ อันที่สองบางคนไม่ยอม หมายความว่าพอเราไม่รับ เขาก็มาเองเลย มาอยู่ข้างๆตามสวนตามนาบ้าง แบบนี้ถ้าเราทราบเราก็จะไปรับมาเพราะว่าเรามีประสบการณ์เมื่ออาทิตย์ก่อน มีกรณีผู้ป่วยมาอยู่ในหมู่บ้านแล้วมีการระบาดจากหนึ่งเป็นสองเป็นสาม แล้วเราต้องทุ่มกำลังในการไปดูผู้ป่วยรอบข้าง และผู้เสี่ยงทั้งหลาย ต้องไปสวอปตั้ง 3-4 ร้อยราย

"ยืนยันสถานการณ์ตอนนี้ยังไหวแต่หมายความว่าคือเข้ากับออกต้องสมดุลกันมากกว่านี้ไม่ไหวโรงพยาบาลมีแต่เตียงไม่ได้คนต้องสู้ไหวด้วย ตัวที่สำคัญสุดเลย เอาง่ายๆอย่างชุดบางครั้งยังคิดอยู่จะตายจากชุด PPE ป้องกันหรือเปล่าเพราะมันเหนื่อย"นายแพทย์บัลลังค์ กล่าว

ด้านนายกิตติ สัตย์ซื่อ นายอำเภอศีขรภูมิ กล่าวว่า ที่ผ่านมาอำเภอได้ประสานกับ รพ.ศีขรภูมิรับผู้ป่วยติดเชื้อเข้ามารับการรักษาโดยตลอด หลังจากมีการประกาศให้รับผู้ป่วยเข้ามารักษาที่ภูมิลำเนา ช่วงแรกมี 200 กว่าราย ความจริงแล้วโรงพยาบาลศีขรภูมิ รับได้เต็มที่ 100 กว่าเตียงได้บริหารจัดการจนไม่มีปัญหา แต่พอจังหวัดมีการประกาศชะลอรับผู้ที่เดินทางกลับมารับการรักษา 2-3 วันที่ผ่านมา สถานการณ์เรื่องเตียงเริ่มผ่อนคลาย แต่ก็ได้เปิดรับเฉพาะผู้ที่มีภูมิลำเนาในพื้นที่เข้ารักษา เนื่องจากปริมาณผู้ป่วยในโรงพยาบาล ที่รักษาครบและหายหมุนเวียนกลับบ้านได้ประมาณ 10-20 ราย ทำให้เตียงรองรับว่าง ก็สามารถรับผู้ป่วยเข้ามาได้ สำหรับผู้ที่จะเดินทางมาก็ขอให้ติดต่อประสานมายังแพทย์และโรงพยาบาลก่อน เพื่อขอคำแนะนำ และนัดสถานที่รับตัวเข้ารักษา

อย่างไรก็ตามได้มีการกำหนดแผนสำรองไว้ หากมีผู้ป่วยจำนวนมาก อำเภอศีขรภูมิก็ได้มีการหารือกับโรงพยาบาล ทีมแพทย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเปิดโรงพยาบาลสนามรองรับจำนวน 2 แห่ง หากมีความจำเป็นรวมไปถึงการเตรียมตั้งจุดแรกรับหรือศูนย์พักรอเตียง สำหรับผู้ติดเชื้อส่วนการเฝ้าระวังตามหมู่บ้าน ชุมชน สถานที่กักรอดูอาการ เป็นที่กักตัวส่วนกลาง ก็ได้รับความร่วมมือจาก อบต.,เทศบาลชุมชน ผู้นำชุมชน และประชาชน ได้บริหารจัดการตั้งไว้ทุกตำบลและหมู่บ้าน แล้ว

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า จากการที่ได้รับฟังจากชาวบ้านและภาคส่วนต่างๆ ที่มองว่าจังหวัดควรที่จะต้องเตรียมแผนสำรองช่วยเหลือ เพื่อรองรับสถานการณ์เผื่อกรณีที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต เช่นสถานที่รองรับหรือศูนย์พักคอย สำหรับผู้ป่วยและที่ยังไม่ทราบผลตรวจที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงแล้วด้วยเหตุสุดวิสัยแต่ไม่สามารถเข้ารักษาที่โรงพยาบาลได้หรือหมู่บ้านไม่ต้อนรับ ซึ่งกลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะนำเชื้อโรคมาระบาดในพื้นที่เนื่องจากไม่มีที่พักอาจจะไปพักตามโรงแรม รีสอร์ท ต่างๆจนทำให้เชื้อระบาดยากที่จะควบคุมได้

ดังนั้นอยากเสนอให้ทางจังหวัดประสานความร่วมมือขอใช้พื้นที่ในค่ายวีรวัฒน์โยธิน ที่มีพื้นที่กว้างขวางและสามารถควบคุมได้ เป็นจุดพักคอยสำหรับผู้ที่กลับภูมิลำเนาด้วยเหตุสุดวิสัย รวมถึงการวางแผนประสานวัดในการเผาศพผู้ที่ติดเชื้อ หากมีผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ในพื้นที่ เนื่องจากแกรงว่าทางวัดไม่รับเผาหรือไม่มีความพร้อมในด้านบุคลากรในการทำเรื่องนี้