นิติเวชรามาฯไม่ผ่าชันสูตรชายวัย84ตายหลังฉีดวัคซีนป้องกันโควิดสาเหตุศพเน่า

วันที่ 11 มิ.ย. 2564 เวลา 20:01 น.
นิติเวชรามาฯไม่ผ่าชันสูตรชายวัย84ตายหลังฉีดวัคซีนป้องกันโควิดสาเหตุศพเน่า
กาญจนบุรี-ศพเน่าไม่สามารถหาสาเหตุแห่งการตายได้ นิติเวชรามาฯไม่ผ่าชันสูตรชายวัย84เกี่ยวข้องฉีดวัคซีนแอสตร้าหรือไม่ สปสช.ยันจ่าย4แสนสัปดาห์หน้า

กรณีนายเพรียว พันธุ์ฟัก อายุ 84 ปี ชาวตำบลสิงห์ อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี เสียชีวิตคาเก้าอี้โยก หน้าจอทีวีหลังจากฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าได้เพียง 1 วันและครอบครัวสงสัยสาเหตุของการเสียชีวิต

ล่าสุด ห้องปฏิบัติการนิติเวชศาสตร์ ภาควิชาพยาธิวิทยา คณะแพทย์ศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์สมิทธิ์ ศรีสนธิ์ หัวหน้าห้องปฏิบัติการนิติเวชศาสตร์ฯ ได้ทำหนังสือที่ นว.521/2564 ลงวันที่ 11 มิ.ย.64 เรื่องการตรวจหาสาเหตุการเสียชีวิต ถึงผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรไทรโยค ระบุว่า ตามหนังสือที่ ตช. 0022 (กจ).39/1647 ลงวันที่ 10 มิ.ย.64 จากสถานีตำรวจภูธรไทรโยค เรื่องส่งศพ นายเพรียว พันธุ์ฟัก เพื่อตรวจหาสาเหตุการเสียชีวิต พบว่า ศพมีการเน่าในระดับที่การผ่าชันสูตรพลิกศพไม่สามารถหาสาเหตุการตายได้ว่าเกี่ยวข้องหรือไม่เกี่ยวข้องกับการฉีดวัคซีน ดังนั้น ห้องปฏิบัติการนิติเวชศาสตร์ฯ จึงขอไม่ทำการผ่าชันสูตรพลิกศพรายนี้ เพราะเห็นว่าไม่มีประโยชน์ในการหาความเกี่ยวข้องกับวัคซีน

ด้านครอบครัวและญาติของ นายเพรียว แสดงความไม่พอใจหลังจากที่ทราบว่า โรงพยาบาลรามาธิบดี กทม.ไม่ผ่าชันสูตรศพ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัยกาญจนบุรี ได้นำร่างผู้เสียชีวิตกลับมาที่บ้านเลขที่ 9/2 หมู่ 1 อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อเวลา15.30น.ที่ผ่านมา โดยนายสุรพิณ พันธุ์ฟัก อายุ 53 ปี ลูกชายผู้เสียชีวิต เกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม และเกิดความกังวลว่าจะไม่ได้รับการเยียวยาจากรัฐ

อย่างไรก็ตาม นายสาวิตร เจียมจิระพร นายอำเภอไทรโยค เปิดเผยว่า รู้สึกเสียใจต่อการจากไปของนายเพรียว พันธุ์ฟัก ทางอำเภอก็ได้เยียวยา โดยสาธารณสุข และโรงพยาบาลไทรโยค นำเงินมาชดเชยให้กับครอบครัวของผู้เสียชีวิต รวมถึงค่าใช้จ่ายในการนำศพกลับมาทำพิธีทางศาสนาด้วยและได้นำเงินมามอบให้กับทางครอบครัวจำนวนหนึ่งเพื่อช่วยเหลือเบื้องต้น และเป็นประธานในพิธีรดน้ำศพ สวดอภิธรรมศพ และฌาปนกิจศพ หากลูกของผู้เสียชีวิตติดขัดในเรื่องเงิน ทางอำเภอก็รับที่จะประสานกับ สปสช. โดยไม่ว่าจะผิดหรือถูก ศพจะผ่าชันสูตรหรือไม่ก็ตาม ทางสปสช.ยืนยันมาว่า พร้อมที่จะช่วยเหลือเยียวยาทันที เป็นจำนวนเงิน 4 แสนบาท แม้ว่าผลจะเป็นอย่างไรก็ตาม ซึ่งคาดว่าจะได้รับเงินจำนวนดังกล่าวภายในสัปดาห์หน้า

ทั้งนี้ การชี้แจงของนายสาวิตรได้ทำให้ลูกๆ ของผู้เสียชีวิตทั้ง 7 คนและบรรดาญาติๆ ต่างรู้สึกพอใจในระดับหนึ่งที่ทางรัฐให้การชดเชยเยียวยา ถึงแม้ว่าจะยังคงติดใจถึงสาเหตุการตายทั้งนี้จะจัดให้มีพิธีสวดพระอภิธรรมศพ รวม 3 คืนและจะทำพิธีฌาปนกิจในที่ 14 มิ.ย.64