เอกชนสนใจประกอบกิจการน้ำบาดาลพุโซดาต้องขอนุญาตก่อน

วันที่ 03 มี.ค. 2564 เวลา 14:39 น.
เอกชนสนใจประกอบกิจการน้ำบาดาลพุโซดาต้องขอนุญาตก่อน
กาญจนบุรี-ม.เกษตรตรวจสอบคุณภาพน้ำพุโซดาคุณภาพเต็ม100แต่ห้ามดื่มตรงจากบ่อ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลเอกชนสนใจประกอบกิจการน้ำบาดาลต้องขอนุญาตก่อน

เมื่อวันที่ 3มี.ค.64 นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล พร้อมด้วยรศ.ดร.วีรชัย พุทธวงศ์ ภาควิชาเคมี คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสนลงพื้นที่โครงการศึกษา สำรวจ และรูปแบบการพัฒนาน้ำบาดาลจากแหล่งกักเก็บน้ำบาดาลจากแหล่งกักเก็บในหินแข็งระดับลึกในพื้นที่ธรณีวิทยาโครงการซ้ำซ้อน (บ่อน้ำพุโซดา) บ้านทุ่งคูณ หมู่ที่ 19 ตำบลห้วยกระเจา อำเภอห้วยกระเจา จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อตรวจติดตามโรงผลิตน้ำดื่มจากบ่อน้ำพุโซดา และระบบปรับปรุงคุณภาพน้ำ

รศ.ดร.วีรชัย พุทธวงศ์ เปิดเผยว่าได้ดูขั้นตอนการผลิตต่างๆ รวมถึงเครื่องมือ เทคโนโลยีต่างๆ ห้องปฏิบัติการ และบุคลากรของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล แล้วพบว่า มีมาตรฐานไว้ใจได้ จึงไม่จำเป็นต้องนำไปตรวจสอบซ้ำอีก ดังนั้นขอยืนยันว่า น้ำแร่จากบ่อน้ำพุโซดาที่อำเภอห้วยกระเจาแห่งนี้ดื่มได้แน่นอน

ขณะที่นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาภัยแล้งในเขตพื้นที่อำเภอห้วยกระเจา และอำเภอเลาขวัญได้มีการขยายการเจาะบ่อน้ำบาดาลเพื่อสร้างแหล่งน้ำให้ประชาชนเพิ่ม ล่าสุดเมื่อวันที่ 2 มี.ค.64 ได้รับรายงานว่า บ่อน้ำบาดาลที่เจาะใหม่ ห่างจากจุดบ้านทุ่งคูณไปประมาณ 2 กิโลเมตร เจาะพบน้ำบาดาลที่ความลึก 180 เมตร มีปริมาณน้ำ 20 ลบ.ม.ต่อชั่วโมง และมีคุณภาพน้ำค่อนข้างดี และได้รายงานให้ครม.รับทราบแล้วทุกคนมีความสุขดีกับการพบน้ำแร่พุโซดาแห้งนี้

ส่วนการพัฒนาบ่อน้ำพุโซดาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวอย่างไรต่อไปเป็นเรื่องของหน่วยงานต่างๆ ในส่วนกลางหรือท้องถิ่นเป็นผู้รับผิดชอบ สำหรับกรมทรัพยากรน้ำบาดาลเน้นดำเนินการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ รวมถึงการดูแลระบบให้มีน้ำพุอย่างนี้ตลอดไป แต่หากมีภาคเอกชนเข้ามาซื้อที่ดินจากชาวบ้านในพื้นที่เจาะบ่อน้ำบาดาลจะต้องขออนุญาตจากอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลเท่านั้น