สมุทรสาครพบผู้ติดเชื้อโควิดเพิ่ม73ราย -ปิดตลาดกลางกุ้งถึง28ก.พ.
สมุทรสาคร-พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่ม 73 ราย สะสม 15,826 ราย ด้านรองผู้ว่าฯ ประกาศ ปิดตลาดกลางกุ้งต่อถึง 28 ก.พ.
เมื่อวันที่ 17 กพ. 64 จังหวัดสมุทรสาคร รายงานข้อมูลจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ณ เวลา 24.00 น. วันที่ 16 กพ. 64 พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 73 ราย เป็นการพบจากการตรวจในโรงพยาบาล 34 ราย เป็นคนไทย 22 ราย ต่างชาติ 12 ราย พบผู้ติดเชื้อจากการค้นหาคัดกรองเชิงรุกในชุมชน 39 ราย เป็นคนไทย 12 ราย ต่างชาติ 27 ราย รวมยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 สะสมในจังหวัดสมุทรสาคร นับตั้งแต่มีการระบาดรอบใหม่อยู่ที่ 15,826 ราย เป็นการพบผู้ติดเชื้อจากการค้นหาคัดกรองเชิงรุก 13,315 ราย พบเชื้อจากการตรวจในโรงพยาบาล 2,511 ราย ผู้เสียชีวิตสะสม 7 ราย
นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัด ลงนามประกาศคำสั่ง ออกคำสั่ง ที่ 403/2564 เรื่อง มาตรการป้องกันและแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) บริเวณตลาดกลางกุ้งจังหวัดสมุทรสาคร (ฉบับที่ 46) โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ตามที่จังหวัดสมุทรสาครได้มีคำสั่ง ที่ 306/564 ลงวันที่ 31 ม.ค.2564 เรื่องมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) บริเวณตลาดกลางกุ้ง จ.สมุทรสาคร (ฉบับที่ 43) กำหนดห้ามเปิดดำเนินกิจการใด ๆ บริเวณตลาดกลางกุ้ง จ.สมุทรสาคร ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.-5 ก.พ.2564 จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง โดยให้ผู้ประกอบการเสนอแนวทางและมาตรการในการปรับปรุงตลาดกลางกุ้ง จ.สมุทรสาคร และอาคารหรืออาคารที่พักอาศัยในตลาดบริเวณตลาดกลางกุ้ง ให้ถูกสุขลักษณะให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.2535 และพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ให้คณะกรรมการโรคติดต่อ จ.สมุทรสาคร พิจารณานั้น
เนื่องจากได้รับแจ้งจากผู้ประกอบการว่าอยู่ในระหว่างการปรับปรุงตลาดกลางกุ้ง จ.สมุทรสาคร และอาคารหรืออาคารที่พักอาศัยในตลาดบริเวณตลาดกลางกุ้ง จ.สมุทรสาคร ให้เป็นไปตามที่คำสั่งดังกล่าวข้างต้นกำหนด ทำให้ตลาดกลางกุ้ง จ.สมุทรสาคร และอาคารหรืออาคารที่พักอาศัยยังคงมีลักษณะที่ไม่ถูกสุขลักษณะตามหลักสุขาภิบาล ประกอบกับได้หารือกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องแล้วเห็นว่ายังคงต้องกำหนดแนวทาง และมาตรการในการปรับปรุงตลาดกลางกุ้ง จ.สมุทรสาคร และอาคารหรืออาคารที่พักอาศัยในตลาด บริเวณตลาดกลางกุ้ง จ.สมุทรสาคร ให้สมบูรณ์เพียงพอตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.2535 และพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 จึงอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 22 มาตรา 34 และมาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 และข้อ 11 ของข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 18) ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสมุทรสาคร ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสมุทรสาคร ครั้งที่ 41/2564 วันที่ 15 กพ.64 มีคำสั่ง ดังนี้
1.ห้ามเปิดดำเนินกิจการใด ๆ โดยให้หยุดการซื้อ การขาย การค้า และการทำการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการแปรรูปกุ้งและสัตว์น้ำประเภทอื่น ในพื้นที่ตลาดกลางกุ้ง จ.สมุทรสาคร ต.มหาชัย อ.เมืองสมุทรสาคร จ.สมุทรสาคร เป็นการชั่วคราว จนกว่าจะมีการแก้ไขปรับปรุงการสุขาภิบาล ให้ถูกสุขลักษณะ เพื่อการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรค ตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.2535
2.ให้ปรับปรุงอาคารหรืออาคารที่พักอาศัยในตลาดกลางกุ้ง จ.สมุทรสาคร ต.มหาชัย อ.เมืองสมุทรสาคร จ.สมุทรสาคร โดยจะต้องทำการตรวจสอบซึ่งอย่างน้อยจะต้องตรวจสอบอาคารตรวจสอบความแข็งแรงของอาคาร อุปกรณ์ส่วนควบ กำหนดจำนวนผู้พักอาศัยให้สอดคล้องกับขนาดพื้นที่ และจำนวนห้องพักตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.2535 และพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 เพื่อเป็นการป้องกันมิให้มีกาแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ซ้ำอีก
3.เมื่อดำเนินการตามข้อ 1. หรือข้อ 2. แล้ว ให้เสนอแนวทางปรับปรุงตลาด ให้คณะกรรมการโรคติดต่อ จ.สมุทรสาครพิจารณา และเมื่อดำเนินการปรับปรุงตามที่เสนอเสร็จ จึงสามารถดำเนินการกิจการซื้อขาย แยก แปรรูปกุ้งและสัตว์น้ำประเภทอื่นได้ หรือเปิดดำเนินการในอาคารหรืออาคารที่พักอาศัยได้ กรณีผู้ใดฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามดำสั่งฉบับนี้ มีโทษตามนัยมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และมาตรา 18 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
อนึ่ง ด้วยเหตุที่เป็นกรณีมีความจำเป็นเร่งด่วน เพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพของประชาชนและประโยชน์ สาธารณะ หากปล่อยให้เนิ่นช้าไป จะก่อผลเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือกระทบต่อประโยชน์สาธารณะจึงไม่อาจให้คู่กรณีใช้สิทธิโต้แย้งตามนัยมาตรา 30 วรรคสอง (1) แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 16 ก.พ.2564 ถึงวันที่ 28 ก.พ.2564 จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น


