บุรีรัมย์ฟันหนุ่มรับเหมามาจากพื้นที่สีแดงไม่แจ้งใครจนติดโควิด-19

วันที่ 14 ม.ค. 2564 เวลา 19:48 น.
บุรีรัมย์ฟันหนุ่มรับเหมามาจากพื้นที่สีแดงไม่แจ้งใครจนติดโควิด-19
บุรีรัมย์-ดำเนินคดีหนุ่มรับเหมาชาวอ.ปะคำ มาจากพื้นที่สีแดงไม่แจ้ง-ไม่กักตัวแถมตั้งวงดื่มเหล้าจนติดโควิด-19 มีผู้เสี่ยงสัมผัสเชื้ออีก 37 คน

เมื่อวันที่ 14ม.ค.64 นายธัชกร หัตถาธยากูร ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ แถลงว่า ขณะนี้จ.บุรีรัมย์ยังมีผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 รอบใหม่ เพียง 1 ราย รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลนางรอง และยังไม่พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดได้ออกประกาศคุมเข้มผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงหรือพื้นที่สีแดง 28 จังหวัด หากเข้ามาในพื้นที่ แต่กลับมีผู้ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง คือ ชาย อายุ 33 ปี ชาว ต.โคกมะม่วง อ.ปะคำ จ.บุรีรัมย์ อาชีพรับเหมาก่อสร้าง เดินทางจาก จ.อ่างทองที่ถูกประกาศเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดตามประกาศ สบค.แต่ไม่ได้รายงานตัว ไม่มีการตรวจหาเชื้อ ทั้งไม่กักตัว แถมยังไปตั้งวงดื่มแอลกอฮอล์กับบุคคลอื่น

จากนั้นเมื่อเดินทางกลับไปทำงานที่ จ.อ่างทองและเมื่อตรวจหาเชื้อพบติดเชื้อโควิด -19จึงการฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายกับชายคนดังกล่าว ซึ่งต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 วัน หรือปรับไม่เกิน 5 พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตร 368

ด้าน นายวิทิต สฤษฎีชัย นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า จากข้อมูลไทม์ไลน์ ชายคนนี้เดินทางมาที่อ.ปะคำ ด้วยรถยนต์ส่วนตัวเพื่อมาร่วมงานศพที่บ้าน พูดคุย ทักทาย กอดญาติ และเข้าไปเคารพศพโดยไม่สวมหน้ากากอนามัย ทั้งยังร่วมวงดื่มเหล้ากับบุคคลอื่นในงานไม่ได้ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงานควบคุมโรค

ต่อมาเมื่อวันที่ 8 ม.ค. สำนักงานสาธารณสุขอำเภอปะคำ ได้รับแจ้งว่า เป็นผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ได้เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลสนามป่าโมก มีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยยืนยันจากบ่อนไก่ จ.อ่างทอง ด้วย จังหวัดบุรีรัมย์ จึงได้ออกค้นหาผู้สัมผัส ผู้ป่วยรายนี้ตาม Timeline พบมีผู้สัมผัสทั้งหมดประมาณ 37 ราย แบ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงสูง 13 ราย (ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการกลุ่มเสี่ยงสูงเป็นลบ) ส่วนกลุ่มเสี่ยงต่ำ 24 ราย อยู่ระหว่างการเฝ้าระวัง สังเกตอาการ

"ถือเป็นการไร้ความรับผิดชอบต่อสังคม ทั้งทำให้ผู้อื่นต้องสุ่มเสี่ยงและได้รับผลกระทบทั้งการดำรงชีวิต และด้านเศรษฐกิจด้วย"นายวิทิต