ใต้ฝนถล่มคลื่นแรง-เหนือ-อีสานหนาวเหน็บ

  • วันที่ 08 ธ.ค. 2553 เวลา 13:26 น.

ภาคใต้ฝนตกหนักหลายจังหวัดอ่วมน้ำท่วมซ้ำ ขณะที่ภาคเหนือและภาคอิสานอากาศหนาวเหน็บอุณภูมิลดลง 2-4 องศา

น้ำป่าจากเทือกเขาบรรทัดไหลผ่านคลองชลประทานท่าแนะ เข้าท่วมบ้านเรือนของราษฎร์ในพื้นที่ ต.มะกอกเหนือ ต.พนางตุง และ ต.ทะเลน้อย อ.ควนขนุน  โดยเฉพาะ หมู่ 1 ต.มะกอกเหนือ ชาวบ้านต้องอาศัยอยู่ในบ้านที่มีสภาพน้ำท่วมมานานกว่าเดือน เริ่มตั้งแต่น้ำท่วมรอบแรก ระดับน้ำขึ้น  ลงอยู่เป็นรอบที่  4 แล้ว  และยังไม่มีทีท่าว่าจะแห้ง     

เช่นเดียวกับชาวบ้านในพื้นที่ ต.จองถนน อ.เขาชัยสน ต.ท่ามะเดื่อ ต.นาปะขอ  อ.บางแก้ว  และต.ลำปำ  อ.เมือง  ชาวบ้านร่วม 1,000  ครอบครัว ยังต้องอาศัยบ้านที่มีน้ำท่วมขังยาวนานนับเดือน นอกจากนี้พื้นที่การเกษตรโดยเฉพาะสวนปาล์มของเกษตรกรในที่ลุ่มพื้นที่ริมทะเลสาบสงขลา ในอ.ควนขนุน  อ.บางแก้ว  อ.เขาชัยสน  และ อ.ปากพะยูน จ.พัทลุง มีอาการช็อคน้ำผลผลิตเสียหายใบและต้นเริ่มเฉา ร่วม  10,000 ไร่ เพราะถูกน้ำท่วมขังซ้ำซากและยาวนานคาดว่าหากน้ำยังท่วมขังต่อไปอีก  1 เดือน จะทำให้พืชเศรษฐกิจก็จะตายในที่สุด

สมุยเตือนนักท่องเที่ยวงดลงเล่นน้ำคลื่นลมแรง

หลังจากฝนตกหนักวานนี้ทำให้ถนนทวีราษฎร์ภัคดี  ซึ่งเป็นถนนสายหลักที่ใช้ในการสัญจรรอบเกาะสมุยเกิดน้ำท่วมขังหลายเริ่มลดลงกลับเข้าสู่สภาวะปกติทำให้ประชาชนที่ใช้ถนนสายดังกล่าวสัญจรไปมาได้สะดวกขึ้น แต่เจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองเกาะสมุย ยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมหากมีปริมาณฝนตกลงมาอีก  โดยทางเจ้าหน้าที่ได้วางเครื่องสูบน้ำไว้บริเวณพรุเฉวง  เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพรุเฉวงลงสู่ทะเล

ขณะที่ผู้ประกอบการโรงแรมบริเวณชายหาดเฉวง   ต้องน้ำธงสีแดงปักไว้บริเวณชายหาด  เพื่อแจ้งเตื่อนนักท่องเที่ยว  ที่จะลงเล่นน้ำทะเล  บริเวณชายหาดเฉวงให้ระวัง  เองจากคลื่นลมในทะเลมีกำลัง  โดยมีคลื่นพัดเข้าฝั่งสูงประมาณ 2 เมตร  ขณะที่ยังมีนักท่องเที่ยวจำนวนหนึ่ง  ยังคงลงเล่นน้ำทะเล โดยมาสนใจคำเตือนจากผู้ประกอบการโรงแรม  แต่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่กลับใช้ช่วงนี้นอกพักอยู่บริเวณชายหาดแทนการลงเล่นน้ำ

คลื่นสูงเรือประมงปัตตานี2พันลำหยุดหาปลา

ฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องทำให้สภาพในแม่น้ำปัตตานีมีระดับน้ำสูงขึ้น  แต่ยังไม่ล้นตลิ่ง  ประชาชนยังไม่ได้รับความเดือดร้อน มีเพียงน้ำท่วมขังในพื้นที่ราบลุ่ม อย่างไรก็ตามประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำ ได้ยกของตั้งที่สูง เพื่อป้องกันเหตุน้ำท่วม บางครอบครัวที่สร้างบ้านเรือนต่ำ ได้อพยพไปอยู่บ้านญาติ ในพื้นที่ ม.2 บ้านจางาและบ้านยือโม๊ะ ต.ปะกาฮารัง อ.เมือง จ.ปัตตานี

ส่วนชาวประมงที่ประกอบอาชีพทำการประมงในทะเล หลังจากที่มีการประกาศเตือนเกี่ยวกับคลื่นสูง ลมแรงในทะเล ผู้ทำการประมงอาจจะได้รับอันตรายจากเหตุผลดังกล่าว ทำให้เรือประมงขนาดเล็กและขนาดกลางประมาณ เกือบ 2 พันลำ ได้เข้ามาจอดสองฟากฝั่งในแม่น้ำปัตตานี เพื่อหลบคลื่นลมที่แรงดังกล่าว  ขณะเดียวกัน ทางจังหวัดปัตตานี ได้ประกาศผ่านทางสถานีวิทยุ ส่วนสถานีวิทยุประมงชายฝั่งได้วิทยุแจ้งเรือประมงทุกลำ หระมัดระวังในการทำการประมง เนื่องจากมีคลื่นลมแรง  ส่วนเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงตั้งตี่วันที่ 8 เป็นต้นไป

เหนือยะเยือกคนน่านจุดไฟผิงแก้หนาว

มวลอากาศเย็นปกคลุม ประเทศไทยตอนบน ทำให้ภาคเหนือ อีสาน หนาวเย็นอย่างต่อเนื่อง เช่น ที่จ.น่าน ชาวบ้านทุกเพศทุกวัยต่างพากันหันมาออกกำลังกายกลางแจ้ง เพื่อคลายหนาวในตอนเช้า หลังจากที่อุณหภูมิลงลงอย่างต่อเนื่องในช่วงนี้ โดยเฉพาะวันนี้อุณหภูมิลดลงเหลือ 17.8 องศาเซลเซียส และบริเวณยอดดอยหมู่บ้านตามชนบทเหลือไม่ถึง 10 องศาเซลเซียส ทัศนวิสัยช่วงเช้ามืดไม่ถึง 100 เมตร และบางแห่งอาจมองไม่เห็นทางข้างหน้าเนื่องจากหมอกลงจัด การใช้รถใช้ถนนต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยอุณหภูมิจะลดลงอีก 2-4 องศาเซลเซียส ในช่วง 1-2 วันนี้

ทั้งนี้ประชาชนชาวจังหวัดน่านนอกจากใช้เครื่องกันหนาวและจุดไฟผิงแล้ว ยังไม่สามารถคลายความหนาวเหน็บได้จึงต้องหันมาออกกำลังกายกลางแจ้งรับแสงอาทิตย์ด้วย ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้สุขภาพร่างกายดีมีภูมิต้านทาน ป้องกันโรคไข้หวัดและโรคอื่นในหน้าหนาวนี้เป็นอย่างดี ประชาชนส่วนใหญ่จึงหันมาออกกำลังกายตอนเช้าก่อนที่จะไปทำงานกันมากขึ้น

กาฬสินธ์อุณหภูมิลดลงฉับพลันชาวบ้านขาดผ้าห่มกันหนาวอื้อ

โรงเรียนในแถบชนบทหลายแห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือต้องอาศัยสอนกลางแจ้งเพื่ออาศัยความอบอุ่นจากแสงแดดเนื่องจากเด็กนักเรียนขาดแคลนเครื่องห่มกันหนาว เช่นเดียวกับที่จ.กาฬสินธุ์  สภาพอากาศเริ่มหนาวเย็นอีกระรอก  โดยอุณหภูมิต่ำสุดเมื่อเช้านี้ วัดได้  15-17  องศาเซลเซียส  ขณะที่บริเวณภูเขา  ยอดภูเขา  อุณหภูมิลดต่ำลงเหลือเพียง  8-10  องศาเซลเซียสแล้ว  

จากอากาศที่หนาวเย็๋นลงช่วงนี้ทำให้ชาวบ้านต้องออกมาผิงไฟไล่ความหนาวเย็นตลอดทั้งคืนจนถึงช่วงเช้าตรู่  โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่บริเวณแนวเขตเทือกเขาภูพานขณะนี้กำลังได้รับความเดือดร้อนจากสภาพอากาศหนาว เนื่องจากขาดแคลนเครื่องนุ่งห่มกันหนาว  นอกจากนี้โรงเรียนในแถบชนบทต้องนำนักเรียนออกมาเรียนกลางแจ้งแทนเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นและลมกระโชกแรงยิ่งทวีอากาศหนาวเย็นยิ่งขึ้น  และมีนักเรียนจำนวนมากที่ยังขาดแคลนเครื่องห่มกันหนาวจึงต้องมาอาศัยความอบอุ่นจากแสงแดดแทน

อย่างไรก็ตามสภาพอากาศหนาวที่หนาวเย็นอย่างเฉียบพลันเพียงวันเดียวอุณหภูมิลดลงเกือบ 3 องศาเซลเซียส  ทำให้นายวิโรจน์  จิวะรังสรรค์  ผวจ.กาฬสินธุ์  ต้องเร่งสำรวจความต้องการเครื่องห่มกันหนาว  รวมทั้งกลุ่มผู้ขาดแคนเพิ่มเติม  โดยเน้นให้ทาง อปท.บำบัดบรรเทาความหนาวเย็นด้วยการนำเครื่องห่มกันหนาวช่วยเหลือเบื้องต้น  เนื่องจากตอนนี้ในจ.กาฬสินธุ์มีผู้ขาดแคลนเครื่องห่มกันหนาวจำนวนกว่า  270,000  ราย  

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ