พช.ลงพื้นที่ภาคอีสานติดตามความก้าวหน้า"โคกหนองนาโมเดล"

วันที่ 16 พ.ย. 2563 เวลา 20:52 น.
พช.ลงพื้นที่ภาคอีสานติดตามความก้าวหน้า"โคกหนองนาโมเดล"
ศรีสะเกษ-อธิบดีพช.นำคณะอนุกรรมการติดตามโครงการภายใต้แผนงานสร้างความเข้มแข็งแก่เศรษฐกิจฐานรากลงพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตรวจติดตามการดำเนินงานการโคกหนองนาโมเดล

เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน (พช.) กระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ร่วมกับของคณะอนุกรรมการติดตามโครงการภายใต้แผนงานสร้างความเข้มแข็งแก่เศรษฐกิจฐานราก ครั้งที่ 1 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือจังหวัดศรีสะเกษและจังหวัดอุบลราชธานี นำโดย นายเอ็นนู ซื่อสุวรรณ ประธานฯ นายมนตรี ดีมานพ ผอ.สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและคณะ เพื่อติดตามความพร้อมการดำเนินงาน ศึกษาปัญหาอุปสรรค และให้คำแนะนำติดตามโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ โคกหนองนาโมเดล และโครงการ 1 ตำบล 1 เกษตรทฤษฎีใหม่ 

ทั้งนี้ ได้ไปดูแปลงเกษตรทฤษฎีใหม่ของนางแหวน ลาดบาศรี บ้านหนองแค ต.หนองแค อ.ราษีไศล โดยน.ส.นิพาดา ลาดบาศรี บุตรสาวของนางแหวน เป็นผู้นำเสนอข้อมูล จากนั้นลงพื้นที่แปลงต้นแบบของ นางพรรณณี ต้อไธสง หมู่ 10 ต.เมืองหลวง อ.ห้วยทับทัน โดย นายเอ็นนู ซื่อสุวรรณ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่ได้มาจับผิด แต่มาเพื่อแลกเปลี่ยนและให้คำแนะนำในการดำเนินงาน ให้ประสบผลสำเร็จ บรรลุวัตถุประสงค์ที่รัฐบาลตั้งเป้าไว้

ทั้งนี้ สภาพัฒน์ฯ ได้ตั้งคณะอนุกรรมการติดตามโครงการ ถือเป็นครั้งแรก เนื่องจากโครงการนี้ไม่ใช่โครงการงบประมาณปกติ เป็นโครงการที่ขอจากงบเงินกู้ 4 แสนล้าน โครงการของกระทรวงเกษตรฯ และโครงการของกระทรวงมหาดไทย รวมเป็น 2 โครงการแรกที่ทางสภาพัฒน์อนุมัติ รวมแล้ว 1.4 หมื่นล้านบาท เราเป็นกังวลว่า โครงการนี้เป็นโครงการที่ดีมีประโยขน์ต่อประชาชนถ้าไม่มีการติดตามดูแลให้ถูกต้องเหมาะสมก็จะละลายหายไปแล้วจะถูกโจมตี เพราะเป็นโครงการเงินกู้ที่รัฐบาลต้องจ่ายดอกเบี้ย จะกลายเป็นสร้างปัญหาเพิ่มเติม ต้องทำแล้วคุ้มค่า เราจึงมีความเป็นกังวลว่า บุคคลที่เกี่ยวข้องมีความเข้าใจตรงกันหรือไม่ เพราะพบางพื้นที่จะมีทั้งผู้ที่เคยมีประสบการณ์และไม่มีประสบการณ์ ถ้าเจ้าหน้าที่ ประชาชน เกษตรกรไม่มีประสบการณ์ถือว่าอันตราย เราจะทำอย่างไรให้โครงการประสบความสำเร็จได้ จึงได้ตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาติดตามตั้งแต่เริ่มต้นเพื่อจูนความคิดความเข้าใจให้ตรงกัน

อย่างไรก็ตาม ในที่ประชุมได้เห็นตรงกันว่าต้องมีการลงพื้นที่ติดตามงานเพื่อดูพื้นที่จริง เป็นการปรับจูนเพื่อให้ข้าราชการทำงานร่วมกับประชาชนได้ตามสภาพภูมิประเทศที่เหมาะสม ดังนั้น ในการทำงานถ้ามีอะไรติดขัดต้องบอกอย่าไปปกปิดเอาไว้ เป็นเรื่องที่ต้องจูนเข้าหากัน ไม่ว่าจะเป็นเกษตรทฤษฎีใหม่ หรือ โคก หนอง นา โมเดล ก็ถือเป็นศาสตร์พระราชา ถือว่าเป็นเรื่องเดียวกัน แตกต่างกันที่รูปแบบการทำงานเท่านั้น ซึ่งอยู่ในพื้นที่เดียวกัน ดังนั้นอยากฝากทางเกษตรจังหวัด ทางพัฒนาการจังหวัด ให้ไปร่วมกัน แลกเปลี่ยนความคิดซึ่งกันและกัน เพราะเป็นเรื่องยากสำหรับหน่วยใดหน่วยหนึ่ง ต้องช่วยกัน ร่วมมือกัน ประเทศไทยถึงจะอยู่รอด เพราะ 2 โครงการนี้ถือเป็นศาสตร์พระราชา ทำให้เราต้องพึ่งพาตนเองอย่าไปพึ่งพาต่างชาติ อย่างการปลูกผัก ปลูกกินเอง ขายเอง หรือนำมาแปรรูปทำเป็นสลัดใส่กล่องขาย ทำเป็นอาหารสำเร็จรูปแล้วขายผมมั่นใจว่าจะขายได้ราคาดี

ด้านนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวว่า กรมการพัฒนาชุมชน ให้ความสำคัญในการที่จะน้อมนำศาสตร์พระราชา แนวพระราชดำริเรื่องปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และทฤษฎีใหม่ มาปรับใช้ในการพัฒนาชีวิตของพี่น้องประชาชน เรื่องใหญ่เรื่องแรกเป็นเรื่องของคน การพัฒนาชีวิต เรื่องคนเป็นเรื่องใหญ่ก่อนที่จะมีเครือข่าย ตัวเรา ต้องมีความรู้ความเข้าใจ จากการลองผิดลองถูก “Learning by doing” สุดท้ายทำให้เราได้เรียนรู้ เรื่องใหญ่ของงบประมาณเงินกู้ที่กรมการพัฒนาชุมชน ได้รับจัดสรรพิจารณาจากรัฐบาลในการสนับสนุนจากสภาพัฒน์ฯ จำนวน 4,700 กว่าล้านบาท ขั้นต้นคือการให้ความสำคัญกับการพัฒนาคนก่อน คนที่จะทำและคนที่จะช่วยแนะนำ เป็นเรื่องของเพื่อนคู่คิดมิตรคู่ใจ คือข้าราชการกรมการพัฒนาชุมชน

นายสุทธิพงษ์ กล่าวว่า คนที่ทำโคก หนอง นา ประกอบไปด้วย คนที่เป็นเจ้าของแปลง และคนที่จะมาช่วยเจ้าของแปลง ซึ่งกรมการพัฒนาชุมชนรับสมัครงานอยู่ในขณะนี้ จะเป็นคนที่เคยติดคุกมาเราก็รับ เพราะเชื่อว่าทุกคนอยากจะทำความดี โดยกรมการพัฒนาชุมชนพร้อมให้โอกาสดี ๆ ไม่ว่าจะจบการศึกษาใด วุฒิอะไรเราก็รับได้หมด เพียงขอให้มีความตั้งใจจะรับถึงวันที่ 17 พฤศจิกายนนี้ ทั่วประเทศ รับจำนวน 9,188 คน เหลือเพียง 3 จังหวัด ที่ยังรับสมัครไม่ครบตามจำนวน ได้แก่ ปทุมธานี ระยอง และกาญจนบุรี นอกจากนั้นสมัครเกินหมด ซึ่งจะครบแน่นอนในเร็ว ๆ นี้ เป้าหมายของกรมการพัฒนาชุมชน ไม่ได้เพียงต้องการจ้างลูกจ้าง แต่มองไปถึงการพัฒนาคน ที่ต้อง “Learning by doing” เพื่อที่จะน้อมนำศาสตร์พระราชาไปใช้ในชีวิตประจำวัน กรมการพัฒนาชุมชนหวังว่า คนที่มาเรียนรู้งาน ร่วมงานพัฒนาพื้นที่ตามทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่ โคก หนอง นา โมเดล สามารถนำกลับไปปรับใช้ เป็นมนุษย์พอเพียง ที่สามารถน้อมนำศาสตร์พระราชาไปใช้ และไม่ได้กำหนดว่าต้องเป็นอาชีพอะไร สามารถสมัครได้ ตามที่ท่าน พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เราจะไม่ทิ้งใคร ไว้ข้างหลัง

"เป้าหมายสูงสุดของโครงการ คือ เราอยากให้ทุกคนมีความมั่นคงในชีวิต หาเลี้ยงตัวเองได้ หาเลี้ยงลูกหลานได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น" นายสุทธิพงษ์ กล่าว