แม่น้ำป่าสัก-แม่น้ำลพบุรี เน่าเหม็นทั้งสาย

วันที่ 13 ม.ค. 2553 เวลา 18:30 น.
แม่น้ำป่าสัก-แม่น้ำลพบุรี เกิดวิกฤตเน่าเหม็น คาดมาจากน้ำที่ปล่อยจากทุ่งนาปีที่ปนเปื้อนเคมีทางการเกษตร หรือโรงงานลักลอบปล่อยน้ำเสีย

พ.จ.อ. อ.สุวัฒน์ สรรพโกศลกุล รองนายกเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา  พร้อมเจ้าหน้าที่ลงสำรวจสภาพน้ำในแม่น้ำป่าสักและแม่น้ำลพบุรี ตามที่นายวิทยา ผิวผ่อง ผู้ว่าราชการจ.พระนครศรีอยุธยา เร่งให้ดำเนินการตรวจสอบสภาพน้ำเน่าเสียจนมีสีดำ หลังจากชาวบ้านที่ตั้งบ้านเรือนริมแม่น้ำทั้ง 2 สาย ในเขต อ.พระนครศรีอยุธยา  ร้องเรียนเข้ามาเป็นจำนวนมาก  ว่าสภาพน้ำเน่าเสียจนเป็นสีดำและเริ่มมีกลิ่นเหม็น  โดยครั้งแรกในช่วงปลายเดือนธ.ค.ที่ผ่านมา และสภาพน้ำเริ่มดีขึ้น   แต่ ล่าสุด สภาพน้ำเริ่มเน่าเสียอีกครั้งในช่วงกลางเดือนม.ค.นี้  และสภาพของน้ำพบว่าจะทวีความเน่าเสียเพิ่มขึ้นอีก

ทั้งนี้ จากการสำรวจพบว่า แม่น้ำป่าสักที่เป็นแม่น้ำขนาดใหญ่ไหลจาก อ.ท่าเรือ ผ่าน  อ.นครหลวง ผ่านไปยัง อ.พระนครศรีอยุธยา โดยบริเวณท่าหน้าวัดมณฑป ท่าเรือแดง ท่าน้ำบ้านพักปลัดจังหวัด ท่าน้ำที่ทำการสาธารณสุขจังหวัด มีสีออกดำและส่งกลิ่นเหม็นตลอดสาย โดยปลาในแม่น้ำเริ่มลอยหัวเพื่อหาอากาศหายใจและบางตัวลอยตายอืด  ซึ่งปลาธรรมชาติตามโครงการปลาหน้าวัด เช่นวัดวัดกล้วย วัดเกาะแก้ว วัดพนัญเชิง วัดรัตนชัย ได้รับผลกระทบแล้ว

ขณะที่แม่น้ำลพบุรีและคลองเมืองที่ไหลมาบรรจบแม่น้ำป่าสักที่ท่าน้ำหัวรอ พบว่าน้ำจากแม่น้ำป่าสักไหลย้อนเข้าไป จนน้ำในแม่น้ำลพบุรี และคลองเมือง เขต ต.หัวรอ กลายเป็นสีดำเหมือนแม่น้ำป่าสักเช่นกัน   ที่สำคัญน้ำเน่าเสียแม่น้ำป่าลักและลพบุรี ได้ไหลไปลงแม่น้ำเจ้าพระยาที่จุดบรรจบของแม่น้ำหน้าวัดพนัญเชิงวรวิหาร  ซึ่งใกล้กันประมาณ 1 กม.นี้เองจุดสูบน้ำขนาดใหญ่ของกองการประปาเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา ใช้สูบน้ำดิบจากแม่น้ำเจ้าพระยา ขึ้นไปทำน้ำประปาบริการแก่ประชาชนในเขตเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา 

นายภุชงค์ มีสวัสดิ์สม อายุ 63 ปี  บ้านพักอยู่ริมแม่น้ำป่าสัก กล่าวว่า น้ำในแม่น้ำป่าสักมีสีดำจนชัดเจน สังเกตดูพบว่าน้ำไหลมาจากทางเหนือ และได้ทดลองเอาเท้าแหย่ลงไปในแม่น้ำสักครู่รู้สึกคันแล้วยังพบว่าปลาที่อยู่หน้าวัดมณฑปลอยหัวเป็นแพจำนวนมาก จนชาวบ้านพายเรือจับกันไปประกอบอาหาร สงสัยว่าปลาจะขาดออกซิเจน   ซึ่งไม่ทราบน้ำมีสีออกดำเพราะอะไร บางคนก็ว่าเกิดจากการปล่อยน้ำออกจากทุ่งนาทางทิศเหนือของแม่น้ำป่าสัก  และบางคนก็ว่าอาจมีโรงงานอุตสาหกรรมแอบปล่อยน้ำเสียลงแม่น้ำ  อย่างไรก็ตามอยากให้เร่งแก้ไข ก่อนที่จะเกิดความเสียหายมากกว่านี้

ขณะนี้พ.จ.อ.อ. สุวัฒน์ กล่าวว่า เรื่องนี้ ว่าที่ ร.ต.สมทรง สรพโกศลกุล นายกเทศมนตรี ได้รับการประสานจากผู้ว่าราชการจังหวัด ให้เร่งดำเนินการหาสาเหตุและแนวทางแก้ไขโดยด่วน  ซึ่งผลการสำรวจก็พบว่าน้ำมีสีคล้ำจริง และเริ่มเน่าเหม็น อากาศในน้ำมีน้อย  ปลาเล็กๆ เริ่มลอยหัวหาอากาศด้านบน โดยน้ำเน่าเสียเกิดจากแม่น้ำป่าสัก และไหลย้อนเข้าแม่น้ำลพบุรี คลองเมือง และแม่น้ำเจ้าพระยา เพราะเกาะเมืองอยุธยาเป็นจุดรวมของแม่น้ำ 3 สาย  เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ต้องหาทางแก้ไขด่วนที่สุด เบื้องต้นต้องหาสาเหตุให้ได้ว่าน้ำเน่าเสียเกิดจากสาเหตุใด

ทั้งนี้ ตั้งข้อสมมุติฐานไว้ 2 ด้าน คือ 1.การเร่งระบายปล่อยน้ำจากพื้นที่การเกษตร คือทุ่งข้าวนาปี ของกรมชลประทานในเขตเหนือน้ำ เช่นพื้นที่การเกษตรในเขต อ.พระนครศรีอยุธยา , อ.นครหลวง และ อ.ท่าเรือ เพื่อลดระดับน้ำในทุ่งนาให้แห้ง และสะดวกต่อการเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวนาปี  ซึ่งน้ำในทุ่งนาอาจจะมีสารเคมีตกค้างปนเปื้อน  หรือ 2.อาจมีโรงงานหรือสถานประกอบการลักลอบปล่อยน้ำเสียลงแม่น้ำป่าสัก