พช.ร่วมกับสภาสตรีฯ มอบถุงยังชีพ 500 ชุดให้ชาวนครพนม

วันที่ 24 มิ.ย. 2563 เวลา 21:12 น.
พช.ร่วมกับสภาสตรีฯ มอบถุงยังชีพ 500 ชุดให้ชาวนครพนม
นครพนม-กรมการพัฒนาชุมชนร่วมกับสภาสตรีฯ ลงพื้นที่ต่อเนื่องเยือนนครพนมมอบถุงยังชีพ 500 ชุดช่วยผู้ได้รับผลกระทบโควิด-19 ชื่นชมแคมเปญ “ชาวนครพนมภูมิใจ สวมใส่ผ้าไทยทุกวัน” ขานรับมติครม.ร่วมสวมใส่ผ้าไทย

เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน (พช.) กระทรวงมหาดไทย และ ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานสภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ พร้อมด้วยนางรชตภร โตดิลกเวชช์ ประธานคณะกรรมการบริหาร สภาสตรีแห่งชาติฯ ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพจำนวน 500 ชุด แก่ประชาชนชาวอำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม ที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 ตามโครงการ “เติมความสุข บรรเทาความทุกข์ ด้วยการแบ่งปัน” ถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน โดยมี นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม นายสามารถ สุวรรณมณี นายอำเภอธาตุพนม และประชาชน ให้การต้อนรับและร่วมกิจกรรม ณ หอประชุมอำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม

นายสุทธิพงษ์ กล่าวว่า กรมการพัฒนาชุมชนได้ร่วมมือกับสภาสตรีแห่งชาติฯ จัดทำโครงการ “เติมความสุข บรรเทาความทุกข์ ด้วยการแบ่งปัน” ช่วยผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ขอขอบคุณชาวจังหวัดนครพนม ที่ร่วมมือร่วมใจกันปลูกผักสวนครัว เพื่อสร้างความมั่นคงด้านอาหาร ลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัว ในท่ามกลางวิกฤตินี้ ซึ่งกรมการพัฒนาชุมชนรณรงค์ทั่วประเทศเพื่อปลูกผักสวนครัวให้ครบทุกครัวเรือนตามแผนปฏิบัติการ 90 วัน เริ่มมาตั้งแต่ 1 เม.ย.2563 ขณะนี้คืบหน้ากว่า 94 % แล้ว ซึ่งมั่นใจว่าภายใน 30 มิ.ย. 2563 นี้ ทุกพื้นที่จะร่วมปลูกผักสวนครัวครบ 100 %

“ในสถานการณ์ที่ไม่ปกตินี้ ต้องขอชื่นชมผู้ว่าราชการจังหวัดและชาวนครพนมที่เป็นน้ำหนึ่งใจเดียว ร่วมกันรณรงค์ส่งเสริมให้ทุกคนสร้างความมั่นคงทางอาหาร ด้วยการปลูกพืชผักสวนครัว เป็นเรื่องที่ดีมาก ช่วยลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ให้กับครอบครัวและให้กับชุมชน รวมถึงยังมีประโยชน์ในเรื่องสุขภาพอนามัยได้กินผักที่ปลอดภัย ซึ่งจังหวัดนครพนมเป็นจังหวัดที่ร่วมปลูกผักได้ถึงได้ 96.4 % แล้ว และเมื่อปลูกครบ 90 วัน ก็ขอให้ปลูกต่อไปเรื่อยๆกับ โครงการบ้านนี้มีรัก ปลูกผักกินเองในพระราชดำริของ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ซึ่งในอนาคตสามารถพัฒนาเป็นวิสาหกิจชุมชนหรือเป็นของฝากได้อีกด้วย”นายสุทธิพงษ์กล่าว

ทั้งนี้ ทราบว่าที่นครพนมมีแคมเปญ “ชาวนครพนมภูมิใจ สวมใส่ผ้าไทยทุกวัน” ขานรับมติ ครม. เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.2563 ส่งเสริมและสนับสนุนการใช้และสวมใส่ผ้าไทย ร่วมกันสร้างค่านิยมการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากผ้าทอพื้นถิ่น ซึ่งเป็นภูมิปัญญาของคนไทย เพื่อกระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างรวดเร็วและทั่วถึง จังหวัดนครพนมเป็นจังหวัดที่มีผ้าที่สวยงามมาก และเป็นจังหวัดที่พลิกฟื้นให้ผ้าไทยมีชีวิตอยู่จนถึงทุกวันนี้ ขอชื่นชม ทุกคนร่วมกันรักษาและอนุรักษ์ช่วยกันสวมใส่ผ้าไทย เป็นสิ่งที่แสดงถึงอัตลักษณ์ของความเป็นไทย การกระจายรายได้จากผ้าไทยนั้น เชื่อมั่นว่าจะสามารถสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจชุมชนของนครพนมได้เป็นอย่างดี

จากนั้น อธิบดีพช.พร้อมด้วยประธานสภาสตรีฯ และคณะได้เดินทางไปวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร กราบนมัสการพระเทพวรมุนี เจ้าคณะจังหวัดนครพนม เจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร กราบสักการะพระธาตุพนม และห่มผ้าพระธาตุพนม ก่อนจะเดินทางต่อไปยัง ศาลาการเปรียญฉลองพุทธชยันตี 2600 ปี วัดธาตุประสิทธิ์ ตำบลนาหว้า อำเภอนาหว้า เพื่อมอบถุงยังชีพจำนวน 200 ชุด โดยมี นายทินกร ขันแก้ว นายอำเภอนาหว้า ให้การต้อนรับ พร้อมเยี่ยมชมผลงานนิทรรศการผลิตภัณฑ์สินค้าชุมชนจากชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี 5 ชนเผ่า ของอำเภอนาหว้า และนิทรรศการ “ร้อยหลาก พรรณราย ผ้าไทยนครพนม” 5 อำเภอ ประกอบด้วย อำเภอโพนสวรรค์ อำเภอท่าอุเทน อำเภอศรีสงคราม อำเภอบ้านแพง และอำเภอนาทม