ผู้ว่าฯสุราษฎร์ธานีสั่งรื้อขนำเฝ้าหอยใน60วัน-เครือข่ายออกจม.เปิดผนึก"เรา..ประมงพื้นบ้านไม่ใช่โจร"

วันที่ 12 มิ.ย. 2563 เวลา 19:03 น.
ผู้ว่าฯสุราษฎร์ธานีสั่งรื้อขนำเฝ้าหอยใน60วัน-เครือข่ายออกจม.เปิดผนึก"เรา..ประมงพื้นบ้านไม่ใช่โจร"
สุราษฎร์ธานี-ผู้ว่าฯสุราษฎร์ธานีประกาศรื้อถอนขนำเฝ้าหอยใน 60 วัน เครือข่ายชาวประมงพื้นบ้าน ออกจดหมายเปิดผนึกพร้อมต่อสู้กระบวนการยุติธรรม

นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในฐานะพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558ได้ลงนามประกาศจังหวัดสุราษฎร์ธานี เรื่องให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง อาคาร (ขนำเฝ้าหอยและโฮมสเตย์)หรือสิ่งใดๆที่ได้ก่อสร้างหรือติดตั้งในที่จับสัตว์น้ำบริเวณทะเลอ่าวบ้านดอน จังหวัดสุราษฎร์ธานี

ทั้งนี้ สถานการณ์บุกรุกพื้นที่สาธารณะบริเวณอ่าวบ้านดอน มีการยึดครองพื้นที่ทะเล ตลอดจนมีการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้าง อาคาร (ขนำเฝ้าหอยและโฮมสเตย์)หรือติดตั้งสิ่งใดๆลงในที่จับสัตว์น้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นลักษณะกีดขวางทางเรือเดิน หรือกีดกันผู้อื่นไม่ให้เข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติทำให้ประชาชนไม่สามารถใช้พื้นที่มีสิทธิใช้ร่วมกันได้ เป็นเหตุให้เกิดความขัดแย้งอย่างรุนแรง ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในฐานะพนักงานเจ้าหน้าที่ฯ จึงประกาศให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวให้ทำการรื้อถอนให้แล้วเสร็จภายใน 60 วันนับตั้งแต่วันที่ประกาศนี้ หากพ้นกำหนดเวลาจะใช้อำนาจพนักงานเจ้าหน้าที่ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรื้อถอนตามที่กฎหมายกำหนดโดยเคร่งครัดต่อไป

อนึ่ง ตามมาตรา 103 แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558และที่แก้ไขเพิ่มเติมให้อำนาจพนักงาน เจ้าหน้าที่มีอำนาจสั่งให้ผู้สร้างหรือติดตั้งรื้อถอนออกภายในระยะเวลาที่กำหนด หากไม่ปฏิบัติตามภายในเวลากำหนดให้พนักงาน เจ้าหน้าที่มีอำนาจดำเนินการรื้อถอนหรือทำลายได้โดยให้ผู้รับคำสั่งเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ กรณีไม่ปรากฏตัวผู้สร้างหรือผู้ติดตั้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจรื้อถอนได้ทันที

วันเดียวกัน นายวิชวุทย์ ได้มีคำสั่งจังหวัดสุราษฎร์ธานีที่ 3437/2563 แก้ไขคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานแก้ไขปัญหาการบุกรุกพื้นที่สาธารณะอ่าวบ้านดอน โดยให้นายสุทธิพงษ์ คล้ายอุดม รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่กำกับดูแลงานด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธาน โดยมีอัยการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวม 16 คนเป็นคณะทำงาน โดยมี รอง ผอ.ศรชล.จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นเลขานุการ ซึ่งจะดำเนินการกำกับดูแลการแก้ไขปัญหาอ่าวบ้านดอนให้เป็นไปตามกฎหมาย แจ้งความ ร้องทุกข์ ดำเนินคดี รวมทั้งกำหนดแผนการรื้อถอนในพื้นที่อำเภอต่างๆ

ข่าวแจ้งว่า การสำรวจสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำลำน้ำ ในเขต อ.เมือง มีจำนวน 90 หลัง อ.พุนพิน 70 หลัง อ.กาญจนดิษฐ์ 400 หลัง อ.ไชยา 200 หลัง และ อ.ท่าฉาง 250 หลัง รวม 5 อำเภอ จำนวน 1,010 หลัง

รายงานข่าวอีกว่า ได้มีจดหมายเปิดผนึก ใช้ชื่อ เครือข่ายชาวประมงพื้นบ้านอ่าวบ้านดอน “เรา...ประมงพื้นบ้านไม่ใช่โจร” โดยเนื้อหาได้หยิบยกเหตุการณ์กรณีเจ้าของคอกหอยใช้อาวุธปืนไล่ยิงชาวประมงพื้นบ้าน ทำให้สังคมเกิดคำถามทำไมต้อง “ขโมย” ทั้งที่เขาได้ลงทุนและทำอาชีพเพาะเลี้ยงอย่างถูกต้อง หรือแม้เขาจะผิดก็ไม่ควรเข้าไปขโมยของเขา เพราะเขาได้ลงทุนด้วยเงินส่วนตัวจำนวนนับล้านบาท สังคมกำลังตัดสินพวกเราด้วยปรากฏการณ์บางช่วงตอนที่ไม่ถูกต้องครบถ้วนและทำการแช่งด่าอย่างเสียหายทางสื่อออนไลน์ โดยพื้นที่การเพาะเลี้ยงในพื้นที่ อ.เมือง และ อ.พุนพิน ไม่มีใบอนุญาต จึงเป็นคำกล่าวอ้างเพิ่มความชอบธรรมในการครอบครองพื้นที่ ซึ่งประมงพื้นบ้านพร้อมพิสูจน์และต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรมต่อไป

บทความแนะนำ