posttoday

ศาลตรังประหารธีรยุทธจำเลย"ฆ่าน้องนิว"นักเรียนม.4

01 เมษายน 2563

ตรัง-ศาลตรังพิเคราะห์คดีฆ่านักเรียนม.4 จำเลยมีพฤติการณ์โหดเหี้ยม พิพากษาประหารชีวิต ชดใช้เงิน2ล้าน1แสนบาทให้พ่อแม่เหยื่อ

ที่ศาลจังหวัดตรัง ศาลออกนั่งบัลลังก์ อ่านคำพิพากษา คดีที่อัยการโจทก์ยื่นฟ้อง นายธีรยุทธ หรืออ้น สมสู่ อายุ 52 ปี ข้อหาฆ่า พยายามฆ่า ผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน มีอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่มีเหตุจำเป็น และเร่งด่วนแก่พฤติการณ์ ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิง นายธีรวัฒน์ (น้องนิว) บูรณ์ชะนะ อายุ 16 ปี นักเรียนชั้น ม.4 โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งในอำเภอเมืองตรัง และพยายามฆ่า นายรัชพล กลับจิตร อายุ 42 ปี เหตุเกิดคืนวันที่ 2 ธันวาคม 2561 บริเวณถนนในหมู่บ้าน หมู่ที่ 5 ต.นาโต๊ะหมิง อ.เมือง จ.ตรัง

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า เมื่อได้พิจารณาเชื่อมโยงคำให้การของหลายฝ่ายทั้งผู้เสียหาย รวมพยานต่างๆ แล้วเห็นว่า จำเลยกระทำความผิดจริง และเป็นการกระทำอย่างโหดเหี้ยมกับคนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ และยังเป็นเยาวชน มีครอบครัวและมีอนาคตที่ดี จึงพิพากษาประหารชีวิต และให้จำเลยชดเชยค่าเสียหายให้กับนายรัชพล เป็นจำนวนเงิน 7 แสนบาท ส่วนครอบครัวน้องนิว ศาลได้พิพากษาให้ชดใช้ค่าเสียหายเป็นจำนวนเงิน 2 ล้าน 1 แสนบาท

นายรัชพล ผู้เสียหาย กล่าวว่า พอใจในคำตัดสินของศาล แต่คงเหลือ 2 คน ที่อัยการสั่งไม่ฟ้องโดยให้เหตุผลว่าคำให้การไม่น่าเชื่อถือ เพราะมาให้การเพิ่มเติมหลังจากก่อเหตุมาแล้วประมาณ 1 เดือน และเกิดในเวลากลางคืน ทำให้แสงสว่างไม่เพียงพอ มองเห็นไม่ชัด ยืนยันว่าเห็นชัดเจน แต่ที่ไม่กล้าให้การกับตำรวจในคืนเกิดเหตุ เป็นเพราะเป็นห่วงความปลอดภัยของลูกที่อยู่กับพ่อและแม่ เพราะของตนเป็นอัมพฤกษ์ และแม่ก็ต้องช่วยใช้เครื่องหายใจ แต่บอกความจริงตำรวจในภายหลัง เพราะทั้ง2คน ไปข่มขู่ลูกตัวเองบ่อยๆ จึงบอกกับตำรวจในภายหลัง นายรัชพล กล่าวอีกว่า มาถึงตอนนี้ถึงแม้ศาลชั้นต้นจะตัดสินคดีนี้เสร็จสิ้น แต่ตนเองยังคงต้องระวังตัวเองต่อไป และยังอยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่ชุดคุ้มครองพยานต่อไป

ขณะที่ นายอนันต์ -นางสอง บูรณ์ชะนะ พ่อและแม่ของน้องนิว กล่าวทั้งน้ำตาว่า รู้สึกพอใจในคำตัดสินครั้งนี้ และคุ้มค่าในการออกมาต่อสู้เรียกร้องขอความเป็นธรรมมาอย่างยาวนานให้กับลูกชายของตน โดยเฉพาะการที่ศาลพิจารณาลงโทษประหารชีวิตจำเลส่วนที่ศาลสั่งให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ครอบครัวไม่อยากได้ แต่อยากได้ชีวิตลูกชายกลับคืนมากกว่า เพราะเราเลี้ยงลูกชายมาด้วยความรัก แต่ไม่นึกว่าจะต้องมาถูกฆ่าตายเช่นนี้ ส่วนหากฝ่ายจำเลยจะยื่นอุทธรณ์ก็เป็นสิทธิของเขา ทุกอย่างขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน ใครทำอะไรไว้ก็จะได้รับสิ่งนั้น ส่วนอีก 2 คน ที่อัยการสั่งไม่ฟ้องก็ไม่เป็นไร คงปล่อยให้เป็นเรื่องของเวรกรรมของตัวเขาเอง

อย่างไรก็ตาม สำหรับคดีดังกล่าวนี้ เกิดขึ้นในคืนวันที่ 2 ธันวาคม 2561 หลังเกิดเหตุแม้พยานปากสำคัญ ซึ่งเป็นเป้าหมายของผู้ก่อเหตุรอดชีวิตมาได้ และให้การยืนยันคนร่วมกระทำการ แต่ระยะเวลาผ่านไปเป็นเวลานาน ทางตำรวจก็จับคนร้ายไม่ได้ ทางครอบครัวต้องยื่นหนังสือติดตามคดีหลายครั้ง แต่ไม่เป็นผล และถูกสังคมตั้งคำถามว่าตำรวจให้ความช่วยเหลือมือปืน กระทั่งเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2562 ครอบครัวผู้เสียหายทั้ง 2 ราย จึงได้เดินทางไปร้องเรียนขอความเป็นธรรมกับ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพรามณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ขณะนั้น) เนื่องจากคดีไม่มีความคืบหน้า และถูกฝ่ายผู้ต้องหาซึ่งเป็นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ ใช้เส้นสายตำรวจ และผู้นำในพื้นที่ข่มขู่คุกคาม และให้ความช่วยเหลือ จน พล.ต.อ.ศรีวราห์ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่จับกุมผู้ต้องหาให้ได้ภายใน 15 วัน ปรากฏว่าผ่านมาได้ 7 วัน เจ้าหน้าที่ก็สามารถจับกุม นายธีรยุทธ์ ได้ กระทั่งเข้าสู่กระบวนการศาล และศาลชั้นต้นได้พิพากษาประหารชีวิต

ข่าวล่าสุด

สรุปเครนถล่มพระราม 2 ดับ 2 เจ็บ 2 ศ.ดร.อมร ชง 6 มาตรการแก้รากปัญหา