บุรีรัมย์พบผู้ติดโควิด-19เพิ่ม4รายสั่งปิด3หมู่บ้านห้ามเข้าออกกักตัวดูอาการ

วันที่ 27 มี.ค. 2563 เวลา 17:17 น.
บุรีรัมย์พบผู้ติดโควิด-19เพิ่ม4รายสั่งปิด3หมู่บ้านห้ามเข้าออกกักตัวดูอาการ
บุรีรัมย์-บุรีรัมย์พบผู้ป่วยรายใหม่วันเดียว4ราย สาเหตุไปสังสรรค์กินดื่มในหมู่บ้านหลายกลุ่มหลายเวลา สั่งปิดหมู่บ้าน3แห่ง ห้ามเข้าออก กักตัวชาวบ้าน14วันสังเกตอาการ

นายธัชกร หัตถาธยากูร ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมผู้เกี่ยวข้อง แถลงสถานการณ์โรคติดต่อเชื้อโควิด 19 ในพื้นที่ว่า สาธารณสุขจังหวัดรายงานว่าภายในวันเดียวกันนี้ มีผู้ป่วยติดเชื้อรัสโควิด 19 รายใหม่เพิ่มอีก 4 ราย ทำให้มียอดผู้ป่วยสะสมจำนวน 9 ราย เป็นชายชาวต่างชาติ 2 ราย และหญิงชาวไทย 7 ราย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจรักษาตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข ทั้งที่โรงพยาบาลบุรีรัมย์ และโรงพยาบาลประจำอำเภอ รวมถึงโรงพยาบาลสนามของเอกชน

สำหรับผู้ป่วยรายใหม่ 4 ราย เป็นหญิงชาว อ.ละหานทราย 1 ราย ซึ่งมีประวัติเสี่ยงทำงานอยู่ในบาร์ ที่กรุงเทพมหานคร ส่วนอีก 3 รายอยู่ในพื้นที่ อ.บ้านกรวด มีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยชาวต่างชาติรายที่ 2 โดยพบว่าทั้ง 3 รายนี้เป็นภรรยา ลูกสาววัย 12 ขวบ และเป็นคนขับรถให้กับชาวต่างชาติที่ป่วย

ทั้งนี้พบว่าสาเหตุที่ทำให้มีผู้ป่วยหลายราย เพราะไปสังสรรค์ดื่มกินกับคนในหมู่บ้านหลายกลุ่มหลายเวลาก่อให้เกิดการแพร่ระบาดเป็นวงกว้างในหมู่บ้านดังนั้นคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด จึงมีมติเห็นชอบสั่งปิดทั้ง 3 หมู่บ้าน ที่มีการพบผู้ป่วยทั้ง 4 ราย คือ หมู่ 7 บ้านหัวถนน ต.โนนเจริญ อ.บ้านกรวด , หมู่ 7 บ้านตากอง และหมู่ 12 บ้านสระกลาง ต.หนองตะครอง อ.ละหานทราย และห้ามผู้ใดเข้าหรือออกจากพื้นที่ควบคุมโดยเด็ดขาด เป็นระยะเวลา 14 วัน หากมีความจำเป็นจะต้องเข้า-ออก ต้องขออนุญาตจากเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อในพื้นที่ หรือผู้บัญชาการเหตุการณ์เท่านั้น หากผู้ใดฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุก 1 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ซึ่งกรณีการปิดหมู่บ้านเสี่ยงทั้ง 3 หมู่บ้านได้สั่งการให้ปลัดจังหวัด นายอำเภอ และองค์การบริหารส่วนจังหวัด สนับสนุนเสบียงอาหาร น้ำดื่มเพื่อการยังชีพ รวมถึงยารักษาโรคที่จำเป็นให้กับทุกครอบครัว

ส่วนผู้ที่เสี่ยงสัมผัสเชื้อจำนวน 15 คน ทางเจ้าหน้าที่ก็ได้นำตัวมากักกันเพื่อเฝ้าดูอาการยังสถานที่ที่คณะกรรมการโรคติดต่อจัดเตรียมไว้ บริเวณสนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต เพราะจะต้องกักเฝ้าสังเกตอาการอย่างเข้มข้น หากพบมีไข้หรืออาการผิดปกติจะได้ทำการรักษาอย่างทันถ่วงที ทั้งเป็นการป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อในอีกทางหนึ่งด้วย

จากกรณีดังกล่าวทางคณะกรรมการโรคติดต่อ ก็ได้ขอความร่วมมือประชาชนให้ปฏิบัติคำสั่งของเจ้าหน้าที่รัฐอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้น แต่หากใครฝ่าฝืนก็จำเป็นจะต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างจริงจังโดยไม่ละเว้น