เทพไท อัดงบปราบโกงถูกหั่น ความโปร่งใสไทยไม่กระเตื้อง

วันที่ 11 ม.ค. 2563 เวลา 19:12 น.
เทพไท อัดงบปราบโกงถูกหั่น ความโปร่งใสไทยไม่กระเตื้อง
เทพไท โวยถูกปิดกั้นการทำหน้าที่ผู้แทนฯ ขอใช้สิทธิชี้แจงนอกสภา อัดเม็ดเงินปราบทุจริตถูกหั่น 10% เพราะดัชนีความโปร่งใสไทยไม่กระเตื้อง

นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึง การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประมาณรายจ่ายปี 2563 วาระที่สอง ในวันสุดท้าย และได้สงวนคำแปรญัตติไว้ในหลายมาตราแต่ไม่สามารถที่ใช้สิทธิ์ในฐานะผู้สงวนคำแปรญัตติได้ เพราะมติวิปของรัฐบาลต้องการเร่งรัดให้มีการพิจารณาเสร็จสิ้นโดยเร็ว จึงไม่อนุญาตให้ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลอภิปรายใดๆ ส่วนตัวเห็นว่าเป็นการปิดกั้นการทำหน้าที่ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชนอย่างแท้จริง จึงจำเป็นต้องใช้สิทธิ์ การอภิปรายนอกสภาอีกครั้งหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรา 40 เรื่องงบประมาณรายจ่ายสำหรับแผนงานบูรณาการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ วงเงินงบประมาณ 957 ล้านบาทได้เสนอปรับลดลง10% เพราะเห็นว่าปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นเป็นมะเร็งร้ายของสังคม และการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นของรัฐบาลก็ล้มเหลว เพราะในรอบระยะเวลา 5 ปีของรัฐบาลที่มีพลเอกประยุทธ์จันทร์โอชาเป็นนายกรัฐมนตรีอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2557 ถึงปี 2561 ดัชนีวัดความโปร่งใสของประเทศไทยลดลงและไม่มีแน้วโน้มในทางที่ดีขึ้น จากการจัดอันดับขององค์กรความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency Internaional :TI) ในปี 2561 ประเทศไทยอยู่ในลำดับที่ 96 แต่ปี 2562 ประเทศไทยถูกลดอันดับความโปร่งใสอยู่ที่อันดับ 99 จากจำนวน 180 ประเทศ การที่ประเทศไทยสถานการณ์การทุจริตคอรัปชั่นไม่ดีขึ้น ในห้วงเวลา5ปี ของรัฐบาล คสช.น่าจะมาจากเหตุผลเหล่านี้คือ

1.ไม่มีการตรวจสอบการทุจริตจากองค์กรต่างๆอย่างจริงจัง 2.รัฐบาลคสช. มีมาตรา44คุ้มครองอยู่ ไม่สามารถจะตรวจสอบเความโปร่งใสในการบริหารประเทศของรัฐบาลที่มาจากรัฐประหารได้ 3.องค์กรการตรวจสอบความโปร่งใสอ่อนแอ ถูกแทรกแซง ตั้งคนใกล้ชิดของผู้มีอำนาจเขาไปดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ไม่สามารถตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชั่นได้อย่างตรงไปตรงมาได้

ดังนั้นจึงขอเสนอแนวทางแก้ไข และแนวทางการปราบปรามการทุจริตคอรรั่ปชั่นของประเทศดังนี้คือ

1.สร้างความเข้มแข็ง และความเป็นอิสระขององค์กรตรวจสอบทั้งภาครัฐและเอกชน2.ปิดช่องทางระหว่างกฎหมายเกี่ยวกับการทุจริตในทางปฏิบัติ และการบังคับใช้กฏหมายทุกฉบับ3.สนับสนุนองค์กรภาคประชาสังคมให้มีการตรวจสอบในทุกระดับตั้งแต่รัฐบาลระดับชาติจนถึงการทุจริตในระดับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น4.สนับสนุนให้อิสรภาพสื่อสารมวลชนและคุ้มครองสื่อสารมวลชนในการขุดคุยเรื่องตรวจสอบเรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่นถ้ารัฐบาลชุดนี้มีความจริงใจในการแก้ปัญหาการทุจริตจริง ไม่มีการเลือกปฎิบัติ หรือลูบหน้าปะจมูก สถานการณ์การทุจริตคอรั่ปชั่นของประเทศจะดีขึ้นอย่างแน่นอน