ตราดลุ้นแชมป์ไร้ตายจากอุบัติเหตุช่วง7วันอันตรายปีใหม่2563

วันที่ 02 ม.ค. 2563 เวลา 13:59 น.
ตราดลุ้นแชมป์ไร้ตายจากอุบัติเหตุช่วง7วันอันตรายปีใหม่2563
ตราด-เข้าสู่วันที่ 6 ตราดยังไม่มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุช่วง 7 วันอันตรายปีใหม่2563เร่งรณรงค์10มาตรการความปลอดภัยการใช้รถใช้ถนนเข้มงวด

เหลืออีกเพียงวันเดียวก็จะสิ้นสุด 7 วันอันตรายเทศกาลปีใหม่ 2563 จังหวัดตราด โดยศูนย์ปฏิบัติการร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนและทางน้ำในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 รายงานผลการเกิดอุบัติเหตุวันที่ 1 มกราคม 2563 มีอุบัติเหตุขึ้นเกิดขึ้น 8 ครั้ง บาดเจ็บ 8 ราย และยังไม่มีผู้เสียชีวิต

เมื่อวันที่ 2 ม.ค.2563 เวลา 09.00น. ว่าที่ร้อยตรี พิเชียน ลิมป์หวังอยู่ ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด มอบหมายให้นายธีระชัย ลิ้มประสิทธิศักดิ์ ปลัดจังหวัดตราด เป็นประธานการประชุมสรุปผลการปฏิบัติงานของศูนย์ปฏิบัติการร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนและทางน้ำในช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2563 จังหวัดตราด ร่วมกับศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนระดับอำเภอ (ศปถ.อ.) ทั้ง 7 อำเภอ ของจังหวัดตราด ผ่านระบบวีดีทัศน์ทางไกล โดยมีส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง นายอำเภอ ปลัดอำเภอ ตลอดจนตัวแทนภาคีเครือข่ายภาคประชาชนร่วมในการประชุมที่ห้องประชุมตราดสีทอง ศาลากลางจังหวัดตราด

สำหรับการประชุมสรุปผลการปฏิบัติงานของศูนย์ปฏิบัติการร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนและทางน้ำในช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2563 จังหวัดตราด ในครั้งนี้ ที่ประชุมได้รับทราบการรายงานสถานการณ์การเกิดอุบัติเหตุ ข้อสังเกต ข้อเสนอแนะและปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน เป็นรายอำเภอ ทั้งนี้ภาพรวมระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม 2562 – 1 มกราคม 2563 จังหวัดตราด พบการเกิดอุบัติเหตุจราจร 31 ครั้ง บาดเจ็บ 32 ราย ยังไม่มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจร เฉพาะวันที่ 1 มกราคม 2563 จังหวัดตราดพบอุบัติเหตุจราจรรวม 8 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 9 ราย โดยจากการวิเคราะห์พบว่าพฤติกรรมเสี่ยงของการอุบัติเหตุทั้ง 8 ครั้งพบว่าเกิดจาก การดื่มสุรา ไม่สวมหมวกนิรภัย และไม่คาดเข็มขัดนิรภัย

ดังนั้น เวลาที่เหลืออีก 1 วันของช่วงรณรงค์ “ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร” ทางศูนย์ปฏิบัติการร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนและทางน้ำในช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2563 จังหวัดตราด ได้ขอให้จุดตรวจร่วมจราจรทุกแห่ง บังคับใช้ มาตรการ 10 มาตรการความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (10 รสขม) อย่างเข้มงวด โดยเฉพาะกรณี เมาแล้วขับ ไม่สวมหมวกนิรภัย และขับรถเร็วเกินกำหนด