พช.ปั้นนักพัฒนาเป็นผู้นำการขับเคลื่อนตามศาสตร์พระราชา

วันที่ 19 ธ.ค. 2562 เวลา 20:12 น.
พช.ปั้นนักพัฒนาเป็นผู้นำการขับเคลื่อนตามศาสตร์พระราชา
ชลบุรี-พช.ปั้นนักพัฒนาหลักสูตรผู้นําการขับเคลื่อนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง น้อมนำศาสตร์พระราชาสู่การปฏิบัติในพื้นที่ให้บรรลุผลสำเร็จ

เมื่อวันที่ 19 ธ.ค.นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน (พช.) กระทรวงมหาดไทย เป็นประธานปิดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ “หลักสูตรผู้นําการขับเคลื่อนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” กลุ่มเป้าหมาย ผู้บริหารกรมการพัฒนาชุมชนทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคจำนวน 90 คน พร้อมทั้งรับฟังการนำเสนอยุทธศาสตร์และยุทธวิธีในการพัฒนาชุมชนสู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ณ ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง ต.หนองบอนแดง อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี

ทั้งนี้ ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร นายกสมาคมดินโลก และที่ปรึกษามูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ ได้บรรยายพิเศษ “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ศาสตร์พระราชากับการพัฒนาที่ยั่งยืน” ว่า ขอให้ทุกคนได้ทำความเข้าใจศาสตร์ของในหลวง ร.9 ที่พระองค์พระราชทานแก่ปวงชนชาวไทย และขอให้น้อมนำศาสตร์พระราชาสู่การปฏิบัติในพื้นที่ให้บรรลุผลได้อย่างชัดเจน

ดร.วิวัฒน์ กล่าวว่า ในหลวง ร.9 กษัตริย์ที่ได้รับการยกย่องรางวัลความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์ UNDP Human Development Lifetime Achievement Award รางวัลเกียรติยศด้านการพัฒนาของโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ ซึ่งทุกท่านในฐานะ “นักพัฒนา” ผู้ที่จะเดินตามรอยเท้าพ่อ จำเป็นต้องแม่นทฤษฎี มีจิตวิญญาณในการพัฒนา และทำหน้าที่ประสานเซียน

นอกจากนั้น ยังต้องมีความรอบรู้ในเรื่อง 1.สถานการณ์ปัจจุบัน 2.ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (SEP) 3.การนำไปปฏิบัติสู่เป้าหมายความยั่งยืน (Implementation to SDGs) และ 4.การพัฒนาพัฒนาคน ตลอดจนให้นำหลัก 10 ประการ คือ ความรู้ดี มีสัจจะ เสียสละเพื่อสังคม นิยมประชาธิปไตย ใช้เหตุผล อดทนต่อหน้าที่ หลีกหนีอบายมุข หาความสุขจากธรรมะ เลิก ละ ทิฐิ และมีสติครองตน ในการดำเนินงานในหน้าที่ของตนเอง

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวว่า กรมการพัฒนาชุมชน เป็นหน่วยงานที่มีบุคลากรที่ทำงานใกล้ชิดกับชาวบ้านมากที่สุด ดังนั้น บุคลากรของกรมฯ จึงจำเป็นต้องมีการเสริมสร้างความรู้ ปลุกพลังในตัวเอง เตรียมตัวเองให้มีความพร้อมเพื่อดำเนินการตามบทบาทภารกิจของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ การทำหน้าที่ในการพัฒนาคน และสร้างความเข้มแข็งให้ประชาชนสามารถพึ่งพาตนเอง โดยการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นฐานในการดำรงชีวิตอย่างแท้จริง

อย่างไรก็ตาม กรมฯ ได้กำหนดให้มีการดำเนินโครงการ “ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” ซึ่งเป็นโครงการเตรียมความพร้อมใน 4 มิติ คือ คน ความรู้ เครือข่าย และการขยายผล ดำเนินการฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากรในสังกัดกรมการพัฒนาชุมชนและบุคลากรใน 7 ภาคี ได้แก่ ภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคศาสนา ภาคประชาชน ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ภาคสื่อมวลชน ให้มีความรู้ ความเข้าใจในการประยุกต์ใช้ศาสตร์พระราชาในการแก้ไขปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมแก่ชุมชนในพื้นที่

นายสุทธิพงษ์ กล่าวว่า การฝึกอบรม เปรียบเสมือนวิทยาเขต ของศูนย์กสิกรรมมาบเอื้อง จำนวน 18 แห่ง ในการสร้างองค์ความรู้ในการประยุกต์ใช้ศาสตร์พระราชา ในการแก้ไขปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการประสานงานช่วยเหลือในยามเกิดภัยพิบัติ ที่เป็นที่พึ่งของประชาชนในประเทศได้ เพื่อเป็นการป้องกันปัญหา และลดผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อม ที่สามารถเป็นต้นแบบในการแก้ปัญหาการบริหารจัดการน้ำท่วม น้ำแล้ง และน้ำเสียได้ มีการเพิ่มพื้นที่สีเขียวและแหล่งน้ำเพิ่มขึ้นจากการดำเนินการออกแบบและปรับปรุงพื้นที่ตามศาสตร์พระราชาที่สอดคล้องกับสภาพภูมิสังคม อาทิ “โคก หนอง นา โมเดล” ซึ่งเป็นการน้อมนำศาสตร์พระราชามาเป็นแนวทางในการนำร่องการขับเคลื่อนเกษตรทฤษฎีใหม่

“ขอให้กำลังใจให้ผู้บริหารที่ผ่านการอบรม ได้ร่วมกันเป็นผู้นำการขับเคลื่อนศาสตร์พระราชาน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่วิถีชีวิต ร่วมกันสร้างพลังทีมงานให้มีกำลังใจที่ดี เป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนภารกิจของกรมฯ อยู่เคียงข้างประชาชน ไม่ทอดทิ้งประชาชน สร้างพลังชุมชน ใช้พลังชุมชนในการพัฒนาชุมชน ให้พี่น้องประชาชนมีความสุข” อธิบดีพช.กล่าว