จัดงานวันยางพาราบึงกาฬอย่างยิ่งใหญ่-พณ.ประกาศดันราคาให้สูงขึ้น

วันที่ 17 ธ.ค. 2562 เวลา 18:56 น.
จัดงานวันยางพาราบึงกาฬอย่างยิ่งใหญ่-พณ.ประกาศดันราคาให้สูงขึ้น
บึงกาฬ-รมว.พาณิชย์เปิดงาน มหกรรมยางพาราบึงกาฬปีนี้จัดยิ่งใหญ่เหมือนทุกปี พร้อมประกาศดึงราคาสูงขึ้น เพิ่มส่งออก ประกาศดันการใช้ยางในหน่วยราชการ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์(พณ.) เป็นประธานในพิธีเปิดงานวันยางพาราบึงกาฬ 2563 โดยมี นายพินิจ จารุสมบัติ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ นายสุทัศน์ เงินหมื่น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านบุนเส็ง ปะทำมะวง รองเจ้าแขวงบอลิคำไซ ท่านเลี่ยว จุ้น หยุน กงสุลใหญ่ สาธารณรัฐประชาชนจีน ณ จังหวัดขอนแก่น ท่านคมคาย พระวรชัย รองกงสุลใหญ่ สปป.ลาว ประจำ จ.ขอนแก่น นายก อบจ.บึงกาฬ ผู้แทนภาครัฐ และภาคเอกชนร่วมงาน ณ สนามหน้าที่ว่าการอำเภอเมือง จ.บึงกาฬ

นายจุรินทร์ กล่าวว่า การจัดงานวันยางพาราบึงกาฬ 2563 จัดขึ้นเป็นปีที่ 8 แล้ว จ.บึงกาฬเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพ ทั้งในแง่การผลิต การค้า และการพัฒนาในด้านนวัตกรรมยางพาราสูงมาก ถือเป็นผู้นำของภาคอีสาน หรือเมืองหลวงยางพาราภาคอีสาน โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ราคายางพารามีความผันผวน แต่ชาว จ.บึงกาฬก็ยังเดินหน้าจัดงานใหญ่เป็นปีที่ 8 เพื่อผลักดันให้เกิดการพัฒนาต่อยอด โดยเฉพาะด้านองค์ความรู้ที่จะพัฒนา ด้านนวัตกรรมการแปรรูป เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม

นอกจากนั้น มีการผลักดันของจ.บึงกาฬในการระบายการใช้น้ำยางพารา ทั้งในการนำไปผลิตหมอน ที่นอนยางพารา มีแนวคิดนำยางพารามาเป็นส่วนผสมสร้างถนน หรือถนนยางพาราแอสฟัลติก (para asphaltic) เป็นการระบายการใช้น้ำยางพาราโดยสนับสนุนให้หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนใช้ยางพารา เป็นแนวทางสำคัญ ตามนโยบายของรัฐบาล ที่จะส่งเสริมการใช้ยางพาราภายในประเทศให้มากที่สุด นับเป็นแนวทาง การแก้ไขปัญหาของยางพาราอย่างยั่งยืน รวมทั้งยังมี การร่วมมือกับพันธมิตรต่างประเทศ เช่น จีน ในการลงนามข้อตกลงซื้อยางพารา เป็นต้น จึงนับเป็นการแก้ปัญหาเรื่องราคายางพารา

รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า ยางพาราเป็นหนึ่งในพืชที่รัฐบาลได้แถลงนโยบายไว้ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจ 5 ชนิด ได้แก่ ข้าว มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมัน ข้าวโพด และยางพารา โดยมี การจ่ายส่วนต่างไปแล้ว 1 พ.ย.และ 1 ม.ค .งวดสุดท้าย มี.ค.แล้วจะวนไปทุกปี ซึ่งแถลงนโยบายไว้กับรัฐสภา นับจากเวลานี้เกษตรกรจะไม่มีรายได้ทางเดียว แต่จะมีรายได้จากการขายสินค้าเกษตร แต่จะมีรายได้อีกก้อนที่สอง คือเงินชดเชยส่วนต่าง

ทั้งนี้ ยางแผ่นดิบ กก ละ 60 น้ำยางสด (DRC 100%) ราคา กก.ละ 57 บาท และยางก้อนถ้วย (DRC 50%) ราคา กก.ละ 23 บาท โดยวิธีคิดส่วนต่าง ราคาตลาด ลบ เช่น ประกัน 23 ราคา ตลาด 20 จะมีเงินส่วนต่าง 3 บาท รัฐบาลก็จะชดเชย 3 บาท โดยจะโอนเงินเข้าบัญชี ธกส. ทันที อันนี้คือนโยบายของรัฐบาล

นอกจากนี้ ยังมีมาตรการคู่ขนาน ที่รัฐบาลดูแลหลักๆ คือ 1.พยายามดูแลเรื่องการปลูกยางไม่ให้มากไม่ให้ล้นตลาด โดยกยท.จะแนะนำให้โค่นต้นยาง 1 แถว ให้ปลูกพืชชนิดอื่นแทน 1 แถว เพื่อให้นำพืชอื่นแซม เพื่อให้เกษตรได้รายได้จากสินค้าเกษตรชนิดอื่นด้วย ได้ด้วยในช่วงเวลาที่ราคายางตกต่ำ 2. ดึงราคายางในประเทศให้มีเสถียรภาพโดยเพิ่มการใช้ยาง และ 3. เร่งรัดการส่งออกยางพารา วันนี้ที่เชิญ ฃจีนมาซื้อยางในงานนี้ถือว่า เป็นสัญญาณที่ดี ขอบคุณนายพินิจ ขอบคุณลูกค้าจีนที่มาซื้อยางของไทย เช่น ตุรกี 20 ล้านใบ มูลค่าหมื่นสองพันล้าน บาท ที่ผ่านมาขายยางอินเดีย ภาษีอินเดียแพงมาก 20% ปรากฎว่าซื้อยางถึงหนึ่งแสนตัน ขณะที่ไม้ยางถือว่ามีอนาคต กลางเดือนม.ค.ก็จะไปอินเดีย และตุรกี เร่งเจรจา FTA อยู่เพื่อช่วยการส่งออกซึ่งเป็นประตูไปสู่ยุโรป เพื่อนำรายได้ทั้งหมดเข้าประเทศ

สำหรับ งานมหกรรมยางพาราจ.บึงกาฬ เป็นมหกรรมใหญ่ประจำปีมีการจัดแสดง การแข่งขัน การพบปะระหว่างเอกชนและผู้ผลิตภายในงานและยกระดับงานให้ยิ่งใหญ่ขึ้นทุกปี มีการให้ความสำคัญกับการเพิ่มผลผลิตอย่างมีคุณภาพของยางพาราและเน้นให้เกิดการแปรรูป โดยก่อนหน้านี้นายจุรินทร์ได้ไปเยี่ยมชมสหกรณ์ชาวสวนยางพาราจ. บึงกาฬ ซึ่งมีโรงงานทำหมอนยางพารา มีกำลังการผลิตเดือนละกว่า 20,000-30,000 ใบ และสามารถขยายกำลังการผลิตขึ้นได้อีกหากมีออเดอร์