เจ้าหน้าที่เข้ารังวัดที่ดินชาวบ้านสวนผึ้งหลังร้องถูก "ทวี" รุกล้อมรั้ว

วันที่ 04 ธ.ค. 2562 เวลา 13:25 น.
เจ้าหน้าที่เข้ารังวัดที่ดินชาวบ้านสวนผึ้งหลังร้องถูก "ทวี" รุกล้อมรั้ว
เจ้าหน้าที่ป่าไม้เข้ารังวัดที่ดินของชาวบ้านในอำเภอสวนผึ้ง หลังร้องเรียนถูก "ทวี ไกรคุปต์" ล้อมรั้วกินพื้นที่จนสูญเสียที่ดินไปกว่า 30 ไร่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่นายเสี้ยว นำพา อายุ 74 ปี ชาวบ้านในหมู่ 9 ต.ท่าเคย อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ได้ร้องเรียนไปยังหน่วยงานต่างๆว่า ถูกนายทวี ไกรคุปต์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม บิดาของนางสาวปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี เขต 3 จ.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ล้อมรั้วกินพื้นที่้เข้ามาในที่ดินส่วนตัวจนสูญเสียไปกว่า 30 ไร่ ทั้งที่พื้นที่ดังกล่าวได้ใช้ทำกินมากว่า 50 ปี รวมทั้งเอกสารการครอบครองทุกอย่าง

ล่าสุดเมื่อวันที่ 4 ธ.ค.62 นายสุชาติ บัวบาง เจ้าพนักงานป่าไม้ชำนาญงาน ศูนย์ป่าไม้ราชบุรี สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 10 (ราชบุรี) พร้อมด้วยนายอรุณ สิงโต หัวหน้าหน่วยป้องกันและพัฒนาสวนผึ้ง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ รบ. 2 (บ่อหวี) เจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรม เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.สวนผึ้ง เจ้าหน้าที่กอ.รมน. รมน.จ.ราชบุรี และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อ.สวนผึ้ง ได้เข้าทำการรังวัดพื้นที่โดยให้ทาง นายเสี้ยวกับลูกสาวได้เป็นผู้นำชี้แนวเขต เนื่องจากเป็นผู้เข้าครอบครองพื้นที่ตามโครงการสำรวจถือครองเพื่อจัดการที่ดินในพื้นที่ป่าไม้ถาวรป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี ตามพรบ.ป่าไม้ 2484 และตรวจสอบตามกรณีข้อพิพาท

นายสุชาติ กล่าวว่า วันนี้ได้มาตรวจสอบพื้นที่มีการล้อมรั้วลวดหนาม มีต้นไม้เป็นต้นมะพร้าวปลูกในพื้นที่ โดยที่ดินนายเสี้ยวได้มีการสำรวจการถือครองไว้ ปัจจุบันที่ดินได้มอบให้กับลูกสาว 2 คน คือน.ส.อำไพ นำพา 23 ไร่ 2 งาน 79 ตารางวา น.ส.ปราณี นำพา 23 ไร่ 99 ตารางวา เบื้องต้นพื้นที่นี้ ทั้ง 2 รายได้รับการสำรวจข้อการสำรวจการถือครองเพื่อจัดการที่ดินทำกินในเขตพื้นที่ป่าไม้ถาวร เขตป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี หมายเลข 85 เมื่อปี พ.ศ. 2559 ตอนนี้มีข้อมูลว่าทางเจ้าหน้าที่ได้สำรวจไว้แล้ว และส่วนตรงนี้จะดูรายละเอียดว่าที่มีการร้องนั้น ยังไม่รู้ว่าเป็นใคร ซึ่งจะนำข้อมูลที่ได้ไปร่วมกันพิจารณาแก้ไข

"ส่วนใครที่เข้ามาบุกรุกโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้นจะต้องดำเนินการตามกฎหมาย ยืนยันที่จะบังคับใช้กฎหมายโดยเสมอภาคไม่เลือกปฏิบัติ ส่วนที่เหลืออาจจะต้องตั้งคณะทำงานขึ้นมาเนื่องจากเป็นเรื่องใหญ่ จะต้องมีหลายหน่วยงานเข้ามาเกี่ยวข้อง"นายสุชาติกล่าว

สำหรับพื้นที่ที่ตรวจสอบในวันนี้ยังคงมีพื้นที่เท่าเดิม แต่ไม่รู้ว่าใครมาเป็นผู้บุกรุก จึงจะให้เจ้าหน้าที่จับพิกัดพื้นที่ทั้งหมด และตรวจสอบมีการนำพืชอะไรบ้างเข้ามาปลูกในพื้นที่ ดูระยะเวลาการปลูกว่านานมากน้อยแค่ไหน เป็นพยานหลักฐานที่ปรากฏในพื้นที่ดังกล่าวด้วย โดยเบื้องต้นกรณีการปักหลักในพื้นที่ล้ำเข้าไปในพื้นที่ที่มีการรังวัดของชาวบ้านนั้นจะเข้าข่ายเรื่องพิพาทของเอกชน และพิพาทในที่ดินของรัฐ ถ้าใครมีพิพาทกับที่ดินของรัฐก็จะถูกดำเนินการไปตามกฎหมายตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ .ศ.2484