มท.หาทางติดดาบ เพิ่มอำนาจท้องถิ่น ลดอุบัติเหตุช่วงปีใหม่

วันที่ 23 พ.ย. 2562 เวลา 08:59 น.
มท.หาทางติดดาบ เพิ่มอำนาจท้องถิ่น ลดอุบัติเหตุช่วงปีใหม่
อุดรธานี-มหาดไทยหาทางเพิ่มอำนาจให้ท้องถิ่นดูแลความปลอดภัยทางถนนช่วงปีใหม่ห่วงอุบัติเหตุไม่ลด ด่านชุมชนไม่มีอำนาจบังคับใช้กฎหมาย

นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย ไปประชุมที่จ.อุดรธานี รับฟังแผนปฎิบัติการ “อุดรโมเดล” โดยศปถ.อุดรธานี รายงานว่า การจัดเก็บข้อมูลสถิติอุดรฯ ยึดข้อมูลจาก 3 ฐาน ตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุไปอีก 30 วัน เพื่อนำข้อมูลสถิติมาวิเคราะห์ ประกอบในการแก้ไขปัญหา โดยการร่วมกันทำงานของ ศปถ.จังหวัด / อำเภอ / ตำบล ในปี 2560 ได้เริ่มดำเนินการตำบลต้นแบบ นำร่องอำเภอละ 2 ตำบล ที่มีสถิติอุบัติเหตุสูงสุด รวม 20 ตำบล ปี 61 เพิ่มขึ้นมาเป็น 112 ตำบล ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตลดลง 120 ราย ในปี 62 ให้แต่ละตำบลดำเนินการเอง ทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตขยับสูงขึ้น

“ในปี 63 เพิ่มความเข้มข้นมากขึ้น ทำให้เดือนพฤศจิกายน สถิติผู้เสียชีวิตในปีก่อน 56 ราย ขณะนี้เสียชีวิตเพียง 23 ราย แบ่งกลุ่มผู้เสียชีวิตในตำบลเกิดเหตุ 10 ราย มีกลุ่มผู้สูงอายุสูงขึ้น , นอกตำบลในอำเภอเดียวกัน 17 ราย , นอกอำเภอในจังหวัดอุดรธานี 6 ราย และคนนอกจังหวัด 3 ราย ทั้งหมดเกิดขึ้นจากบุคคล จากการขับขี่ จยย., ไม่สวมหมวกกันน็อค และเมาแล้วขับ ”

สำหรับเป้าหมายปี 63 เสียชีวิตไม่เกิน 20 คนต่อแสนประชากร หรือ 316 คนต่อปี หรือ 26 คนต่อเดือน หรือ 0.9 คนต่อวัน ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 62-ปัจจุบัน เสียชีวิตไปแล้ว 53 ราย หรือ 3.35 คนต่อแสนประชากร โดย อ.กุมภวาปี เสียชีวิตสูงสุด 10 คน หรือ 8.05 คนต่อแสนประชากร เนื่องจากเป็นทางผ่านไปหลายจังหวัด อาทิ ถนนมิตรภาพ 26 กม. มีจุดเสี่ยงหลายพื้นที่ รวมทั้งทางลักข้ามต้องรื้อออกถึง 9 จุด มีผู้เสียชีวิต 5 ราย

นายนิพนธ์ กล่าวว่า แม้ว่าอันดับการเสียชีวิตของไทย จากอุบัติเหตุบนท้องถนน จะลงไปอยู่ที่อันดับ 9 ทำอย่างไรเราจะตายไม่เกิน 16 คนต่อแสนประชากร ตามที่อนามัยโลกเข้ากำหนดไว้ ขณะนี้เราอยู่ที่ประมาณ 33-35 คนต่อแสนประชากร อุดรธานีเป็นจังหวัดที่ทำได้ดี มีการเก็บข้อมูลละเอียดต่อเนื่อง และขอให้ดำเนินการต่อไป และเอาข้อมูลมาวิเคราะห์ใช้ประโยชน์ นำเอาพื้นที่ประสบความสำเร็จ มาเป็นตัวอย่างให้พื้นที่อื่นๆ เพื่อจัดทำแผนปฏิบัติการณ์ เราจะร่วมกันทำงานไปตลอดทั้งปี ไม่ใช่ทำเฉพาะเทศกาลปีใหม่-สงกรานต์เท่านั้น แต่ช่วงนั้นให้เพิ่มความเข้มขึ้น กลไกรต่างๆนำมาใช้ ทั้งชุมชน ท้องที่ ท้องถิ่น อาสาสมัคร ใครมีแรงลงแรง ใครมีงบประมาณลงเอามาลง

ทั้งนี้ ช่วงเทศกาลปีใหม่ ด่านชุมชนที่เราเคยใช้กันมา 5-6 ปี เราเคยชินกับทหารออกมาช่วง ในการยึดรถคนเมาเอาไว้ แต่นั่นเป็นการใช้อำนาจ คสช. ตอนนี้ไม่มีอำนาจนั้นแล้ว ทหารจะออกมาทำแบบนั้นไม่ได้ ขณะที่ตำรวจเองก็ไม่เพียงพอ สภาพด่านชุมชนอาจะบังคับใช้กฎหมายไม่ได้ ทำอย่างไรกำนัน ผญบ. จะเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงานได้หรือไม่ ให้กลับไปคิดเป็นการบ้าน

วันนี้เราจำเป็นต้องเพิ่มเติมเครือข่าย คือทำอย่างไรจึงจะนำคนในท้องถิ่นพื้นที่ ดูแลความปลอดภัยบนท้องถนนมากขึ้น เพราะถนนที่อยู่ในการดูแลของท้องถิ่น 86% กรมทางหลวงและทางหลวงชนบท 14% เมื่อเมษายนที่ผ่านมากฎหมาย สนช.ได้เพิ่มอำนาจหน้าที่ให้ท้องถิ่น มาดูแลการจราจรได้ การใช้กลไก ศปถ.จังหวัด/อำเภอ/ตำบล จะทำให้การดูแลการจราจร และการดูแลการใช้รถใช้ถนนครอบคลุมพื้นที่ ภาคประชาสังคมต่างๆก็ต้องมีส่วนร่วมกัน

“อุดรธานีโมเดลเป็นภาคีเครือข่ายเข้มแข็ง ในการดูแลความปลอดภัยบนถนน อยากจะมาให้กำลังใจ และก็อยากจะเชิญชวนทุกภาคีเครือข่าย มาร่วมการดูแลความปลอดภัยบนถนน ต้องการลดการเสียชีวิตจากปีละ 22,000 กว่าราย และพิการอีกเกือบ 50,000 รายต่อปี ตัวเลขเหล่านี้ถ้าเราจะรถต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วน ผมคิดว่ามีโมเดลอยู่สองจังหวัดคือ นครศรีธรรมราชและอุดรธานี ที่จะใช้เครือข่ายภาคีเครือข่ายภาคประชาชนชุมชน มาช่วยการดูแลเพราะฉะนั้นผมคิดว่าเราต้องทำอย่างต่อเนื่อง ”