ภรรยาเครียดโรครุมเร้า จ่อยิงแสกหน้าสามีก่อนยิงตัวตายตาม

วันที่ 14 พ.ย. 2562 เวลา 12:30 น.
ภรรยาเครียดโรครุมเร้า จ่อยิงแสกหน้าสามีก่อนยิงตัวตายตาม
ฉะเชิงเทรา-กำนันหนุ่มอาการวิกฤตถูกภรรยายิงแสกหน้า หามส่งรพ.พุทธโสธร ฝ่ายหญิงส่งไลน์หาลูก ก่อนเหนี่ยวลั่นไกปืน

เมื่อวันที่ 14 พ.ย.62 เวลา 07.02 น. ร.ต.ท.จเรศักดิ์ สุวรรณสนธิ์ รองสารวัตรเวรสอบสวน สภ.เมืองฉะเชิงเทรา ได้รับแจ้งมีเหตุยิงกันจนได้รับบาดเจ็บสาหัส และมีผู้เสียชีวิตในบ้านพักของกำนันตำบลท่าไข่ เลขที่ 234 ม.16 ต.ท่าไข่ อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา จึงไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุ เป็นบ้านหลังใหญ่ปลูกสร้างด้วยคอนกรีต ริมถนนเลียบคลองขุดใหม่ ภายในมีการกันรั้วไม่ให้บุคคลภายนอกเข้าไป พบร่างของ น.ส.พิไลวรรณ คำดี อายุ 38 ปี นอนเอียงตะแคงข้างจมกองเลือดอยู่บนเตียง ที่ขมับด้านซ้ายมีรอยถูกกระสุนปืนยิงจนทะลุออกทางขวา 1 นัด

 

ที่พื้นห้องด้านข้างเตียงทางซ้ายมือ พบอาวุธปืนแบบลูกโม่ขนาด .38 ตกอยู่ในกองเลือด 1 กระบอก ที่บานกระจกหน้าต่างมีรูกระสุนทะลุออกไปยังด้านนอก 1 รู ส่วน นายมนตรี กิมะพันธ์ อายุ 42 ปี ซึ่งถูกยิงเข้าที่บริเวณปั้นเหน่งกลางแสกหน้าผาก จำนวน 1 นัด ได้รับการช่วยเหลือนำส่งไปยัง รพ.พุทธโสธรก่อนหน้าแล้ว

 

สอบสวนบุตรชายคนโตวัย 20 ปี ซึ่งอยู่ในบ้านขณะเกิดเหตุ ทราบว่าเมื่อช่วงเช้าเวลา 07.00 น. ได้ยินเสียงปืนดังออกมาจากภายห้องของมารดา 3 นัด จึงได้วิ่งเข้าไปดูจนพบว่าผู้เป็นมารดา และบิดาถูกยิงด้วยกันทั้งคู่ นอนอยู่บนเตียง จึงได้รีบวิ่งออกไปเรียกร้องขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านรอบข้าง ก่อนที่จะมีคนเข้ามาช่วยกันเรียกรถพยาบาลนำเป็นบิดาส่งรพ.พุทธโสธร

 

ต่อมาทราบว่ามารดาได้เขียนจดหมายสั่งลาไว้ และส่งข้อความทางไลน์ไปหาน้องชายวัย 18 ปี ที่แยกตัวออกไปอยู่ที่อื่นกับแฟนแล้วว่า "พ่อกับแม่ไม่ไหวแล้ว แม่เหนื่อย แม่ขอโทษ" และมีข้อความสั่งเสียอื่นๆ เกี่ยวกับภรรยาของน้องชายที่อนุญาตให้เข้ามาอยู่ในบ้านได้ และการแบ่งทรัพย์สินให้เป็นส่วนแต่ละคน ซึ่งเดิมมารดามีอาการป่วยด้วยโรคมะเร็งโพรงจมูก โรคไหล่หนีบ และอาการป่วยด้านอื่นๆ จึงอาจเครียดจัดและก่อเหตุในครั้งนี้

 

ขณะที่ชาวบ้านบริเวณโดยรอบต่างเล่าว่า กำนันมีอาชีพเป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง เป็นชายหนุ่มหน้าตาดี และเป็นรักครอบครัว มีจิตใจดีชอบช่วยเหลือคนจนทำให้ลูกบ้านต่างรักใคร่ ตลอดระยะเวลาที่ได้รับตำแหน่งกำนันมานานกว่าสองปีแล้ว จึงมีแต่คนชื่นชมรักใคร่ ส่วนสาเหตุที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เชื่อว่าทางฝ่ายภรรยาน่าจะเครียดเกี่ยวเรื่องโรคประจำตัว และอาจหึงหวงสามีจึงอยากจะพาไปอยู่ด้วยเคียงคู่กัน